Tuesday, July 25MM Thailand

ทำความรู้จักกับ Beacon Technology

70 Views

ต้องยอมรับว่าในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาสมาร์ตโฟนให้สามารถใช้งานได้หลากหลายกว่าเมื่อก่อน ซึ่งสวนทางกับราคาที่ลดลงเรื่อย ๆ จึงทำให้สมาร์ตโฟนได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานมากขึ้น ด้วยประสิทธิภาพทางด้านฮาร์ดแวร์ที่เป็นหัวใจหลักในการประมวลผลการทำงานนั้นมีความรวดเร็วมากขึ้น จนอาจเรียกได้ว่าเกือบเทียบเคียงได้กับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) เลยทีเดียว และสิ่งหนึ่งที่เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้สมาร์ตโฟนสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นก็คือ ระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Operating System หรือ Mobile OS) ซึ่งในปัจจุบันมีระบบปฏิบัติการ iOS ของบริษัท Apple และระบบปฏิบัติการ Android ของบริษัท Google เพียง 2 ค่ายใหญ่เท่านั้นที่พอจะแข่งขันหรือเทียบเคียงกันได้

ทำความรู้จักกับ Beacon Technology

ไม่เพียงแต่ความสามารถและเสถียรภาพในการทำงานของระบบปฏิบัติการเท่านั้นที่ทำให้เทคโนโลยีสมาร์ตโฟนมาถึงจุดนี้ได้ เพราะถ้าหากแอปพลิเคชั่น (Application) ที่ใช้งานบนระบบปฏิบัติการมีน้อยหรือไม่ถูกจริตผู้ใช้สมาร์ตโฟนแล้ว ระบบปฏิบัติการนั้น ๆ ก็อาจจะไม่ได้เป็นตัวเลือกของผู้ใช้งานด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น Apple และ Google จึงเปิดช่องทางและสนับสนุนให้โปรแกรมเมอร์หรือนักพัฒนาแอปพลิเคชั่นทุกระดับสามารถพัฒนาแอปพลิเคชั่นของตนและมานำเสนอต่อผู้ใช้สมาร์ตโฟนได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากปริมาณแอปพลิเคชั่นที่มีอยู่บน App Store ของ Apple และ Playstore ของ Google ที่นับวันจะยิ่งมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งก็ย่อมส่งผลดีต่อผู้ใช้งานโดยตรง ข้อดีอีกประการหนึ่งในการเปิดกว้างของ Apple และ Google ก็คือทำให้นักพัฒนาแอปพลิเคชั่นสามารถต่อยอดผลิตภัณฑ์ของตนได้ ดังจะเห็นได้จากนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น แก็ดเจ็ต (Gadget) ด้านการออกกำลังกาย, ยานบินไร้คนขับ (Drone) หรือ Internet of Things (IoT) ที่ได้นำแนวคิดเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตเข้ามาควบคุมอุปกรณ์เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นต้น

บีคอน เทคโนโลยี (Beacon Technology) คืออีกหนึ่งนวัตกรรมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใช้งานร่วมกับสมาร์ตโฟนได้อย่างน่าสนใจและเชื่ออย่างยิ่งว่าเทคโนโลยีนี้จะถูกนำมาใช้งานกันอย่างแพร่หลายในอนาคตแน่นอน อันที่จริงแล้วลักษณะการทำงานของ Beacon Technology นั้นไม่ได้มีความซับซ้อนเท่าใดนัก หากผู้ประกอบการท่านใดเคยศึกษาหรือเคยใช้เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี (Radio Frequency Identification: RFID) กันมาก่อนก็จะเข้าใจหลักการทำงานของ Beacon Technology ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีหลักการทำงานคล้ายกัน กล่าวคือ Beacon Technology นั้น อุปกรณ์จะถูกออกแบบมาให้ส่งสัญญาณบลูทูธ (Bluetooth) โดยจะเป็นการส่งสัญญาณที่ใช้พลังงานต่ำหรือที่เรียกกันว่า Bluetooth 4.0 Low Energy ในระดับความถี่ 2.4 GHzไปยังอุปกรณ์ของผู้รับโดยอัตโนมัติ ซึ่งในที่นี้ก็คือสมาร์ตโฟนของผู้ใช้ที่อยู่ในบริเวณที่สัญญาณส่งไปถึง ทั้งนี้สัญญาณจะส่งออกไปในรัศมี 10–30 เมตร โดยจะส่งสัญณาณความถี่เป็นช่วง ๆ นับเป็นจำนวนครั้งต่อวินาทีซึ่งขึ้นอยู่กับผู้พัฒนา ในปัจจุบันระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทสมาร์ตโฟนที่สามารถรองรับ Beacon Technology ได้นั้นจะเป็นระบบปฏิบัติการ iOS ตั้งแต่เวอร์ชั่น 7.1 ขึ้นไป ส่วน Android นั้นสามารถใช้งานได้ตั้งแต่เวอร์ชั่น 4.3 เป็นต้นไป

การนำ Beacon Technology เข้ามาใช้อย่างจริงจังในประเทศไทยนั้นเริ่มมีให้เห็นมากขึ้น โดยเฉพาะการนำมาใช้ในพื้นที่ที่ระบบ GPS เข้าไปไม่ถึง เช่น ภายในตัวอาคาร โดยอุปกรณ์ Beacon Technology จะส่งสัญญาณบลูทูธไปยังสมาร์ตโฟนของลูกค้าหรือผู้ใช้บริการที่อยู่ในรัศมีที่สัญญาณส่งถึง หากสมาร์ตโฟนเปิดช่องรับสัญญาณบลูทูธเอาไว้ก็จะมี Notifications ขึ้นในโทรศัพท์และทำการรับข้อมูล (Information) ที่มีประโยชน์แก่ลูกค้าได้เลยทันที

เมื่อปลายปีที่แล้ว The Mall Group เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ใช้รายแรก ๆ ที่ได้มีการนำ Beacon Technology มาใช้งานในเชิงธุรกิจอย่างแท้จริง โดยได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ที่ The Mall บางกะปิ เป็นสาขานำร่อง ซึ่งอุปกรณ์ Beacon Technology ที่นำมาติดตั้งนั้นจะสามารถสื่อสารไปยังสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตของลูกค้าที่เดินผ่านมาในบริเวณที่สัญญาณส่งถึง เมื่อลูกค้าเปิดช่องสัญญาณบลูทูธและเปิดแอปพลิเคชั่นของ The Mall Group ก็จะสามารถรับข้อมูลข่าวสาร โปรโมชั่น กิจกรรมที่น่าสนใจ ข้อมูลร้านค้า รวมไปถึงสิทธิพิเศษต่าง ๆ อีกมากมายที่ลูกค้าจะได้รับโดยที่ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่หรือเสียเวลาสืบค้นในเว็บไซต์ ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าและใช้บริการต่าง ๆ ได้สะดวกสบายขึ้นอย่างมาก

ในทางเทคนิคแล้ว Beacon Technology ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงานอื่น ๆ ได้อีกมาก ทั้งงานในสำนักงาน หน้าร้าน หรือแม้แต่ระบบโลจิสติกส์ก็ยังสามารถนำ Beacon Technology มาพัฒนารูปแบบให้สามารถนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการวางแผนงาน โดยเฉพาะทีมงานผู้ริเริ่มซึ่งก็คือนักพัฒนาแอปพลิเคชั่นและนักการตลาด สองทีมนี้จะต้องคิดและทำงานร่วมกันมาเป็นอย่างดี ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะลดข้อผิดพลาดและได้มาซึ่งนวัตกรรมที่นำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Related Post

MM Thailand on FacebookMM Thailand on Youtube
MM Thailand
 
MM THAILAND นำเสนอข้อมูลรอบด้านเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิต