fbpx
Friday, September 20Modern Manufacturing

ก.อุตฯ เซ็น MOU เกาหลี พัฒนาอุตสาหกรรม 4.0

ก.อุตสาหกรรม ร่วมกับกระทรวงการค้า อุตสาหกรรมและพลังงานของประเทศเกาหลี ลงนามบันทึกความเข้าใจระดับหน่วยงาน จัดตั้งความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม สนับสนุนการลงทุนและความสามารถในการแข่งขันของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0

รายงานข่าวจากระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งว่า เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2562 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายมุน แช-อิน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ด้านความร่วมมืออุตสาหกรรม เพื่อตอบสนองต่ออุตสาหกรรม 4.0 ระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ นางยู เมียง-ฮี รัฐมนตรีว่าการด้านการค้า กระทรวงการค้า อุตสาหกรรมและพลังงาน สาธารณรัฐเกาหลี ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ร่วมมือกับกระทรวงการค้า อุตสาหกรรมและพลังงานของประเทศเกาหลี ลงนามบันทึกความเข้าใจระดับหน่วยงาน (MOU) เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ต่อยอดเพิ่มเติมจากความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่มีอยู่เดิม ได้แก่ ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี และ ความร่วมมือประเทศลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี ในอันที่จะเชื่อมโยงนโยบาย Thailand 4.0 ของไทย กับนโยบายนโยบายมุ่งใต้ใหม่ (New Southern Policy – NSP) ของเกาหลีที่มีเป้าหมายในการเพิ่มพูนความสัมพันธ์กับอาเซียนเป็นรายประเทศ เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม ส่งเสริมการลงทุน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และความสามารถในการแข่งขันของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในสาขาอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยที่สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมของเกาหลี อาทิ หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ เศรษฐกิจชีวภาพ (เคมีชีวภาพ ชีวเภสัชภัณฑ์) อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและเครื่องใช้ไฟฟ้า และ ยานยนต์สมัยใหม่ เป็นต้น

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา อาเซียนและเกาหลีมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่าง ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาโดยตลอดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้อาเซียนกลายเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของเกาหลีรองจากจีน มีประเทศไทยเป็นคู่ค้าลำดับที่ 5 ของสมาชิกอาเซียนกับเกาหลี และเป็นประเทศที่นักลงทุนเกาหลีเข้ามาลงทุนโดยตรงเป็นอันดับที่ 8 ของอาเซียน จึงมีโอกาสอีกมากที่ประเทศไทยและเกาหลีจะพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและด้านอื่น ๆ ระหว่างกัน โดยภายใต้บันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ จะมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างทั้งสองฝ่าย หรือ Korea-Thailand Joint Working Group on Industry 4.0 Cooperation เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้การดำเนินงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีประธานร่วมของฝ่ายไทย คือ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และฝ่ายเกาหลี คือ อธิบดีสำนักความร่วมมือการค้า ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐของทั้งสองฝ่าย ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ไทย-สาธารณรัฐเกาหลีอีกด้วย

นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า อุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยที่สอดคล้องกับสาขาที่เกาหลีมีศักยภาพในการเข้ามาลงทุน ประกอบด้วย เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและอิเล็กทรอนิกส์ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์ไฟฟ้าและการผลิตแบตเตอรี่ โดยจะได้ผลักดันความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับหน่วยงานฝ่ายเกาหลี เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วตามที่ผู้นำของทั้งสองประเทศได้มอบหมายไว้

Kanokkarn .T