Friday, November 24MM Thailand

ทำไม? ต้องตรวจสอบคุณภาพ ระบบไฟฟ้าโรงงาน

341 Views

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการขับเคลื่อนของเครื่องจักรต่างๆ ในโรงงานอุตสาหกรรมแทบทุกประเภท จำเป็นต้องใช้กระแสไฟฟ้าเป็นพลังหลักในการขับเคลื่อน ซึ่งกระบวนการผลิตที่ดีนั้น เครื่องจักรต้องสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ผลิตสินค้าได้คุณภาพตามมาตรฐาน และตรงตามเวลาที่กำหนดโดยมีระบบไฟฟ้าโรงงานเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ เพราะต้องยอมรับว่าคุณภาพของระบบไฟฟ้าโรงงานนั้น มีความสำคัญมาก หากระบบไฟฟ้าโรงงานมีปัญหา จะทำให้เกิดอันตรายและส่งผลอย่างรวดเร็วต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สินภายในโรงงาน อีกทั้งคุณภาพไฟฟ้าโรงงานยังมีผลต่อความสามารถในการประหยัดต้นทุนที่เกิดจากการรั่วไหลของไฟฟ้า ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในกระบวนการผลิต ทำให้ต้นทุนต่ำลง สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นการช่วยประเทศชาติลดใช้พลังงานอีกทางหนึ่งด้วย

ทำไม? ต้องตรวจสอบคุณภาพ ระบบไฟฟ้าโรงงาน

ปัญหาที่พบบ่อยในระบบไฟฟ้าโรงงาน

  • ผู้ใช้งานขาดความรู้ ความเข้าใจอย่างแท้จริงเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าโรงงานและมองข้ามความสำคัญของผู้ดูแลระบบไฟฟ้าโรงงาน
  • ขาดความรู้ความเข้าใจในแปลนระบบไฟฟ้าโรงงาน ซึ่งอาจจะมีการต่อเติมระบบไฟฟ้าไม่ถูกหลักวิชาการและไม่เป็นระบบ
  • ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่มีมาตรฐาน เน้นราคาถูก ไม่เน้นคุณภาพ
  • ขาดช่างเทคนิคไฟฟ้าที่มีความสามารถในการดูแลระบบไฟฟ้าโรงงาน
  • ขาดการประสานงานที่ดี ระหว่างฝ่ายผลิตและฝ่ายซ่อมบำรุง ทำให้เข้าใจผิดในการสั่งงาน อาจทำให้เกิดอันตรายได้
  • ขาดความเอาใจใส่ และไม่ให้ความสำคัญ กับการตรวจสอบระบบไฟฟ้า โรงงานและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าโรงงานประจำปี

วิธีป้องกันการเกิดปัญหาในระบบไฟฟ้าโรงงาน

  • ผู้ใช้งานหรือดูแลระบบไฟฟ้าต้องศึกษาหาความรู้ ทำความเข้าใจในระบบไฟฟ้า และแปลนระบบไฟฟ้าโรงงาน
  • โรงงานอุตสาหกรรม ต้องมีการตรวจสอบระบบไฟฟ้าโรงงานและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าโรงงานประจำปีทุกๆ ปี
  • ควรมีการประสานงานระหว่างฝ่ายผลิตและฝ่ายซ่อมบำรุงไฟฟ้าให้ชัดเจน
  • ควรใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับมาตรฐาน เน้นคุณภาพมากกว่าจำนวนเงินที่ต้องจ่าย
  • คัดสรรช่างเทคนิคไฟฟ้าประจำโรงงาน ที่มีความรู้ ความสามารถ เพื่อดูแลตรวจสอบระบบไฟฟ้าในโรงงาน หรือซ่อมแซมระบบฯ เบื้องต้นได้

ปัจจัยที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับงานระบบไฟฟ้าของโรงงาน

ปัจจัยที่ต้องพิจารณา เกี่ยวกับงานระบบไฟฟ้าของโรงงาน

  1. ขนาดของโรงงานและกำลังไฟฟ้าที่ใช้ มีผลกระทบต่อการเลือกระดับแรงดันของระบบไฟฟ้าในโรงงาน ซึ่งจะส่งผลต่อไปยังการลงทุนในอุปกรณ์ และอัตราค่าไฟฟ้าตลอดจนมาตรฐานที่การไฟฟ้าฯ ใช้ควบคุมการใช้ไฟของโรงงาน
  2. กระบวนการผลิตของอุตสาหกรรม ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยชี้นำในการลงทุน เพื่อคุณภาพของระบบไฟฟ้าของโรงงาน ซึ่งสามารถแบ่งประเภทของกระบวนการผลิตออกเป็น 3 รูปแบบ คือ
    • กระบวนการผลิตแบบต่อเนื่อง Continuous Flow เช่น อุตสาหกรรมเคมี โรงกลั่น เป็นต้น ระบบไฟฟ้าขัดข้องอาจทำให้สินค้าที่อยู่ในกระบวนการผลิตทั้งหมดเสียหาย ต้องนำไปทำลาย ค่าเสียหายจากการที่ระบบไฟฟ้าขัดข้องจึงสูง การลงทุนให้ระบบไฟฟ้าภายในโรงงานมั่นคงจึงคุ้มค่า
    • กระบวนการผลิตแบบ Batch Flow เช่น โรงงานทอผ้า อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปบางประเภทโรงถลุงเหล็ก เป็นต้น การขัดข้องของระบบไฟฟ้าอาจทำให้สินค้า Lot นั้นคุณภาพไม่ได้มาตรฐานต้องทำลายทิ้ง หรือจำหน่ายเป็นสินค้าเกรดต่ำ หรือต้องเริ่มต้นกระบวนการผลิตของ lot นั้นใหม่ การตัดสินใจลงทุนเพื่อคุณภาพของระบบไฟฟ้าของโรงงานจึงขึ้นกับระดับความ สูญเสียที่จะเกิดจากระบบไฟฟ้าขัดข้องเฉลี่ยต่อครั้ง
    • กระบวนการผลิตที่ไม่ต่อเนื่อง การหยุดการผลิตไม่ได้ทำให้สินค้าหรือวัตถุดิบที่อยู่ใน Production Line เสียหาย เช่น อุตสาหกรรมประกอบรถยนต์ โรงงานผลิตชิ้นส่วน อะไหล่ โรงโม่หิน เป็นต้น
  3. ประเภทของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ในโรงงาน อุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าเป็นต้นกำลังจะมีความต้องการคุณภาพของ Power Supply ในระดับที่แตกต่างกัน โดยจะขึ้นอยู่กับประเภทของอุปกรณ์ไฟฟ้านั้น และลักษณะการใช้งาน เช่น อุปกรณ์ Motor ไฟฟ้าใช้กับไฟ 3 Phase เป็นต้น ทั้งนี้ ระบบไฟฟ้าของโรงงานจะต้องออกแบบให้เป็นต้นกำลังที่เหมาะสมและปลอดภัยเพียงพอกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จะต้องใช้ในโรงงาน ซึ่งการวางระบบที่เหมาะสมจะสามารถเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า ได้หลากหลายสนองความต้องการในกระบวนการผลิตของโรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  4. ปัจจัย ทุน / ความเสี่ยงในการหยุดการผลิต ในการพิจารณาทางเลือกในการลงทุนในระบบไฟฟ้าของแต่ละโรงงาน การวิเคราะห์ความเหมาะสมทางเศรษฐศาสตร์ เป็นแนวทางหนึ่งที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ ฐานที่ใช้ในการเปรียบเทียบมักใช้ทางเลือกที่การลงทุนเบื้องต้นต่ำที่สุดเก็นเกณฑ์ ซึ่งทางเลือกที่กำหนดขึ้นเป็นโจทย์ที่จะต้องอยู่บนพื้นฐานของปัจจัยดังกล่าวข้างต้นแล้วของแต่ละโรงงาน

ทั้งหมดนี้ คือ สิ่งที่ผู้ประกอบการ เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม ควรต้องให้ความสำคัญกับการคุณภาพของระบบไฟฟ้าและบำรุงระบบไฟฟ้าโรงงานเป็นประจำ เพราะเมื่อปัญหาเกิดขึ้นกับระบบไฟฟ้านั้นยากที่จะแก้ไขและทำทุกอย่างให้กลับคืนมาเหมือนเดิม ซึ่งหลายๆ ครั้งก็พบว่ามูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นมากกว่าค่าบำรุงรักษาไฟฟ้าหลายเท่าตัวนัก ดังนั้น คุณภาพของระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องลงทุน อย่าให้เกิดกรณีวัวหายล้อมคอก หรือเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายเลยจะดีกว่า

EXECUTIVE SUMMARY

We all have to admit that the quality of electricity system for industrial factory also essential, system failure will take life and properties into unnecessary high risk. The quality of system could save the cost that came from leak electricity and also reduce the use of energy in processing. Another benefits are competing in market with efficiency and reduce country’s energy consuming.

We frequently found that the damaged cost is much more than maintenance cost. We have to put more interests in electricity system for industrial factory to run the business in long term with efficiency.

MM Thailand on FacebookMM Thailand on Youtube
MM Thailand
 
นำเสนอข้อมูลรอบด้านเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิต โดยมุ่งหวังให้ผู้อ่านได้รับประโยชน์สูงสุดจากการนำเสนอสาระ ข้อมูล ข่าวสารและบทความ ที่หลากหลายและครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม
Menu
MM Thailand