fbpx
Saturday, September 21Modern Manufacturing

ยอดขาย-เช่าที่ดิน กนอ.6 เดือน 8,593 ลบ.

กนอ.โชว์ผลงานยอดขาย-เช่าที่ดินนิคมฯ รอบ 6 เดือน เพิ่มขึ้น 5.25 % ดึงเม็ดเงินลงทุน 8,593 ล้านบาท มั่นใจยอดขาย-เช่าทั้งปีตามเป้า 3,500 ไร่


น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)

น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนในพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กนอ.ทั้งนิคมฯบริหารงานเอง และนิคมฯร่วมดำเนินงานในพื้นที่นิคมฯ จำนวน 55 แห่ง 16 จังหวัด ทั่วประเทศ รวมพื้นที่ทั้งสิ้น ประมาณ 165,608 ไร่ โดยมีนิคมฯที่เปิดดำเนินการแล้ว จำนวน 49 แห่ง และอยู่ระหว่างการพัฒนาเปิดดำเนินการอีก 6 แห่ง ได้แก่

1.นิคมฯ อมตะชิตี้ (โครงการ 2)

2.นิคมฯ ดับบลิวเอชเอระยอง 36

3.นิคมฯ ปิ่นทอง (โครงการ 4)

4.นิคมฯยามาโตะอินดัสทรีส์

5.นิคมฯหนองคาย

6.นิคมฯสงขลา

รวมพื้นที่เพื่อขาย/เช่า ประมาณ 109,884 ไร่ โดยปัจจุบันมีพื้นที่ขาย/เช่าแล้วทั้งสิ้น 90,222 ไร่ และพื้นที่คงเหลือ สำหรับ ขาย/ให้เช่า ประมาณ 19,662 ไร่ ก่อให้เกิดเม็ดเงินการลงทุนในนิคมฯสะสมรวมอยู่ที่ 3,827,908 ล้านบาท มีการจ้างงานรวมทั้งสิ้น 479,583 คน

และจากนโยบายการพัฒนาเขตพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ของรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าอย่างมาก อาทิโครงการพัฒนาท่าเรือฯมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) โครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน ส่งผลทำให้นักลงทุนเริ่มมีความเชื่อมั่นขยายการลงทุนมาในนิคมฯเพิ่มขึ้น จะเห็นจากผลการดำเนินงานของ กนอ. ในรอบ 6 เดือน (ต.ค.61-มี.ค.62) ที่ผ่านมา มียอดขาย/เช่าพื้นที่นิคมฯ อยู่ที่ 1,339 ไร่ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ต.ค.60-มี.ค.61) จำนวน 525 ไร่ หรือคิดเป็น 5.25% มูลค่าลงทุนรวม 8,593 ล้านบาท โดยในจำนวนดังกล่าว เป็นพื้นที่นิคมฯใน EEC ถึง 1,328 ไร่ นิคมฯนอกพื้นที่EEC จำนวน 11 ไร่ และก่อให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่เพิ่มอีก ประมาณ 1,585 คน

ทั้งนี้การที่รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่อีอีซีไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาท่าเรือฯมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) โครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน และโครงการอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งขณะนี้เริ่มเห็นความชัดเจนเป็นรูปธรรม รวมทั้งมาตรการต่างๆที่รัฐมุ่งส่งเสริมการลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายทั้ง S-Curve และNew S-Curve

ตลอดจนยังมีปัจจัยจากต่างประเทศที่หนุนการลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนจีนเข้าไทยมากขึ้นจากกรณีที่สหรัฐฯได้ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนในรอบ 2 ทำให้สงครามการค้ามีความรุนแรงมากขึ้นเป็นแรงกระตุ้นให้นักลงทุนจีนตัดสินใจที่จะออกไปลงทุนต่างประเทศเร็วขึ้น ซึ่งไทยถือเป็นประเทศเป้าหมาย และเชื่อว่าปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลดีให้ยอดขายและเช่าที่ดินทั้งปีของ กนอ.เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้อยู่ที่ 3,500 ไร่”น.ส.สมจิณณ์กล่าว

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในนิคมฯไทยในช่วง6เดือนที่ผ่านมา อยู่ในอันดับ TOP 5 ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมคลังสินค้า อุตสาหกรรมยาง พลาสติกและหนังเทียม อุตสาหกรรมยานยนต์ และการขนส่ง อุตสาหกรรมเครื่องยนต์ เครื่องจักร และอะไหล่ และ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือวิทยาศาสตร์ และกลุ่มประเทศที่เข้ามา 5 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ และเนเธอร์แลนด์

Kanokkarn .T