fbpx
Friday, November 22Modern Manufacturing

ยอดจองหุ้นกู้ ไทยออยล์ ทะลัก 3,700 ล้านUSD

ไทยออยล์ ปลื้ม ออกและเสนอขายหุ้นกู้ สกุลเหรียญสหรัฐอเมริกา อายุ 30 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.50 ต่อปี มียอดจองทั้งหมดมากกว่า 3,700 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 6.5 เท่าของวงเงินที่ตั้งไว้



นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้สกุลเหรียญสหรัฐอเมริกาไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิ เมื่อเร็วๆ นี้ จำนวนรวม 565 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อนำเงินมาสนับสนุนการลงทุนของบริษัทฯ โดยเฉพาะโครงการพลังงานสะอาด หรือ CFP เป็นการเสริมความแข็งแกร่งด้านการเงินของบริษัทฯ ในช่วงสถานการณ์อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกอยู่ในระยะต่ำและเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนในปัจจุบัน

สำหรับ หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก Standard and Poor’s และ Moody’s ที่ระดับ BBB+ และ Baa1 ตามลำดับ โดยมีอายุ 30 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.50 ต่อปี ถือว่าเป็นหุ้นกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์สำหรับหุ้นกู้อายุ 30 ปีของประเทศไทย และยังเป็นหุ้นกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดของบริษัทที่มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ BBB (Investment Grade) จากภูมิภาคเอเชียในรอบปีที่ผ่านมาอีกด้วย

ภายหลังจากที่เสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวของไทยออยล์ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันในต่างประเทศ ได้รับความนิยมสูงมาก โดยมียอดจองถึง 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายใน 2 ชั่วโมงที่ออกเสนอขาย และมียอดจองทั้งหมดมากกว่า 3,700 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 6.5 เท่าของวงเงินที่ตั้งไว้ การออกและเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวจัดจำหน่ายโดยธนาคาร ANZ, BofA Merrill Lynch, Citigroup (B&D), Standard Chartered Bank, BNP PARIBAS, HSBC โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ย (Pricing Date) เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2662 และจะดำเนินการ settlement แล้วเสร็จวันที่ 17 ตุลาคม 2562

จากสถานการณ์อุตสาหกรรมโรงกลั่นและปิโตรเคมีในภูมิภาคเอเชียที่มีโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมีเปิดใหม่หลายแห่ง ขณะที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลง ส่งผลให้อุปสงค์ของน้ำมันปรับตัวลดลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ตลาดพันธบัตร และอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันที่อยู่ในระดับต่ำทั่วโลก อัตราดอกเบี้ยระยะยาว อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี ส่งผลให้ Credit Spread ของบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งอย่างไทยออยล์อยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับนักลงทุนมีความต้องการที่จะลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวจากประเทศไทย

ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีบริษัทจากประเทศไทยเพียงไม่กี่แห่งที่ออกและเสนอขายหุ้นกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้นบริษัทฯ จึงใช้ประโยชน์จากจังหวะโอกาสนี้ทำการออกและเสนอขายหุ้นกู้ (Pre-Funding) ตามแผนกลยุทธ์การจัดหาเงินระยะยาวของบริษัทฯ เพื่อสนับสนุนโครงการลงทุนต่างๆ โดยเฉพาะโครงการพลังงานสะอาด ผ่านโปรแกรม Global Medium Term Note (GMTN) ซึ่งเป็นโปรแกรมเตรียมความพร้อมในการจัดหาเงินทุนที่บริษัทฯ มีการเตรียมการอยู่แล้ว ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถเข้าถึงนักลงทุนได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ตลาดการเงินและอัตราดอกเบี้ยที่ผันผวน และทำให้บริษัทฯ สามารถจัดหาเงินทุนผ่านการออกพันธบัตรด้วยต้นทุนที่ต่ำเป็นประวัติการณ์

ไทยออยล์เป็นผู้ประกอบธุรกิจการกลั่นและจำหน่ายน้ำมันปิโตรเลียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นโรงกลั่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2504 โดยมีธุรกิจหลักคือ การกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 275,000 บาร์เรลต่อวัน

นอกจากนี้ ไทยออยล์มีระบบการบริหารจัดการที่มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ (Operational Excellence) โดยบริหารงานเป็นกลุ่มที่มีการเชื่อมโยงธุรกิจ ทั้งธุรกิจการกลั่นน้ำมัน ธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน โดยร่วมวางแผนการผลิตก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีต้นทุนต่ำ ขณะเดียวกันมีคุณภาพสูงในระดับโรงกลั่นชั้นนำ (Top quartile) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทำให้ได้เปรียบเชิงต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนั้น ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องหลากหลาย เช่น ธุรกิจไฟฟ้า ธุรกิจสารทำละลาย ธุรกิจบริหารการขนส่งทางเรือและทางท่อ ธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด ธุรกิจบริการจัดเก็บน้ำมันดิบ น้ำมันปิโตรเลียม และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และธุรกิจให้บริการด้านการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรสำหรับกลุ่มไทยออยล์

Kanokkarn .T