fbpx
Saturday, November 16Modern Manufacturing

สมคิด เร่งรูปแบบ อินโนสเปซ เสร็จก่อนตั้งรัฐบาลใหม่

สมคิด กำชับ กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งวางรูปแบบ อินโนสเปซ ให้เสร็จภายในเดือน พ.ค.นี้ ก่อนที่รัฐบาลใหม่จะเข้ามาบริหารประเทศ พร้อมให้จัดทำมาตรการจูงใจภาคเอกชน นำเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาใช้ในการทำธุรกิจมากขึ้น



วันที่ 22 เม.ย.62 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมกำชับกระทรวงอุตสาหกรรมให้เร่งขับเคลื่อน บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเป็นศูนย์กลางในการช่วยส่งเสริมและพัฒนาสตาร์ทอัพไทย อย่างครบวงจรโดยเร็ว ด้วยการกำหนดสถานที่ตั้ง และ วางรูปแบบการทำงานร่วมกับพันธมิตรภาครัฐ เอกชน และต่างประเทศ พร้อมตั้งคณะผู้บริหารบริษัทให้เสร็จภายในเดือน พ.ค.นี้ ก่อนที่รัฐบาลใหม่จะเข้ามาบริหารประเทศ และต้องพร้อมขอรับการจัดสรรงบประมาณปี 2563

พร้อมกันนี้ยังได้ขอให้เดินหน้ากระบวนการเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ยุคดิจิทัล ตามนโยบายประเทศไทย 4.0 โดยสั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรม จัดทำมาตรการแบบครบวงจรเชิงบังคับและจูงใจภาคเอกชนไทยให้มีนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในการทำธุรกิจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น IoT , Big Data และการจัดทำบัญชีเดียว เป็นต้น และนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป เพราะหากไม่ทำผู้ประกอบการไทยจะไม่สามารถแข่งขันได้

นายสมคิด ยังได้กล่าวเน้นย้ำให้การทำงานในลักษณะบูรณาการกับภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาและกระทรวงแรงงาน โดยดำเนินการภายใต้ “โครงการส่งเสริมการปฏิรูป SMEs สู่ 4.0 ด้วย Industrial Transformation Platform”ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างขอการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมรวม 8,629 ล้านบาท และให้สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(สอน.) เดินหน้ามาตรการลดการเผาอ้อย ให้ได้ตามกรอบระยะเวลา 3 ปีนับจากนี้ไปภายใต้งบประมาณช่วยเหลือ 2,000 ล้านบาทในรูปแบบสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ชาวไร่อ้อย เพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง P.M.2.5 โดยเฉพาะฝุ่นละอองจากอ้อยไฟไหม้

นอกจากนั้นยังขอให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นำรูปแบบอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิต โดยให้เน้นไปยังกลุ่มผักและผลไม้ ซึ่งประเทศไทยมีแหล่งผลิตสำคัญในภาคตะวันออก และภาคใต้ที่จังหวัดชุมพร โดยจะต้องดำเนินการให้มีห้องเย็น โรงงานแปรรูป และ การแปรรูป เป็นเกษตรอุตสาหกรรม โดยเร็ว

และได้ยังมอบหมายให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.)เตรียมพร้อมรองรับการเข้ามาลงทุนของนักลงทุน โดยให้ กนอ.ก้าวสู่ยุค กนอ. 4.0 เพื่อให้สามารถตอบรับการเข้ามาลงทุนได้สะดวกง่าย ซึ่งตัวอย่างของธุรกิจนี้เห็นได้จากบริษัท WHA ส่วนโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยที่ 3 ขอให้ดำเนินการด้วยดีมีการต่อรองที่เหมาะสมไม่ให้เป็นที่ครหา เพราะจะนำเป็นโครงการตัวอย่างในการเดินทางไปพบปะกับนักลงทุนจีนต่อไป ส่วนโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ SEZ ที่นิคม สระแก้ว ตาก สงขลา และนราธิวาส จะต้องพิจารณาว่า จะให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมอุตสาหกรรมชีวภาพ และต้องมีพื้นที่รองรับสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพโดยจัดทำในแผนระยะ 5 ปีข้างหน้าเอาไว้ด้วย

อย่างไรก็ตาม นายสมคิด ยังได้กล่าวอีกว่า หลังจากเลือกตั้งพบว่า ในช่วง 2 เดือนนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจนิ่งในลักษณะ “Sleeping Beauty” เศรษฐกิจโตลดลงเหลือกว่าร้อยละ 3 จากที่เติบโตระดับร้อยละ 4 ซึ่งไม่ต้องการให้เศรษฐกิจเติบโตชะลอลง ดังนั้น จึงขอให้ข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่องแม้ไม่หยุดนิ่ง แม้อยู่ในช่วงรอยต่อการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลปัจจุบันไปสู่รัฐบาลใหม่ เพื่อให้งานการช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอี และธุรกิจสตาร์ทอัพเดินหน้าไปได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุด นายสมคิด ยังได้ขอให้ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จัดทำมาตรการเพื่ออัดฉีดเงินให้กับธุรกิจเอสเอ็มอีภายใน 3 เดือนนี้ เพื่อนำไปเตรียมความพร้อมที่จะเดินหน้าใหม่ต่อทันทีที่รัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ

Kanokkarn .T