fbpx
Wednesday, December 11Modern Manufacturing

อสังหาริมทรัพย์ในย่างกุ้ง โอกาสทองผู้ประกอบการไทย

สภาธุรกิจไทย-เมียนมา ภายใต้กรอบการดำเนินการของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน  3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย ได้จัดงานสัมมนา “เปิดประตูเมียนมา: อสังหาริมทรัพย์ในย่างกุ้ง กับโอกาสของผู้ประกอบการไทย”



โดยมีนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานกล่าวพิธีเปิดงานสัมมนา และนายกริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ ประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมา เป็นผู้บรรยายพิเศษ นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก Mr. Sai Khung Noung นายกสมาคมอสังริมทรัพย์ในย่างกุ้ง ร่วมเสวนาเกี่ยวกับกฎหมายการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในเมียนมา

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวหลังจากเป็นประธานเปิดงานสัมมนา“เปิดประตูเมียนมา: อสังหาริมทรัพย์ในย่างกุ้ง กับโอกาสของผู้ประกอบการไทย” ว่า เมียนมาเป็นประเทศที่น่าสนใจ เนื่องจากธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มดีขึ้นจากเดิม เป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการควรเข้าไปลงทุนในช่วงที่เงินบาทแข็งค่า ทั้งนี้ ภายในงานสัมมนาผู้ประกอบการยังได้รับฟังคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายท่านที่จะมาให้ความรู้และกฎหมายที่สำคัญในการประกอบธุรกิจในเมียนมา เป็นต้น

ทั้งนี้ นายกริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ ได้กล่าวถึงประเทศเมียนมาในปัจจุบันนี้ ซึ่งได้มีแผนการพัฒนาประเทศเพื่อให้ทัดเทียมกับประเทศในแถบภูมิภาคนี้ และในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศเมียนมายาวถึงเกือบสองพันกิโลเมตร และประเทศไทยเป็นเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์อันดีงามต่อกันมาช้านาน จึงได้รับอานิสงค์ของการพัฒนาดังกล่าวอย่างแน่นอน

ในส่วนของภาคเอกชนและผู้ประกอบการไทย หากมีการเตรียมความพร้อมที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศเมียนมา ธุรกิจที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งในขณะที่เมียนมาได้มีการพัฒนาเมืองครั้งใหญ่ในคราวนี้คือ ธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจต่อเนื่องทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ เช่น ธุรกิจด้านการออกแบบก่อสร้าง (สถาปนิก) ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง (วิศวกร) ธุรกิจตกแต่งภายใน (มัณฑนากร) ธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้าง (ทั้งใหญ่และเล็ก) ธุรกิจโลจิสติกส์ (การขนส่งสินค้าและวัสดุระหว่างประเทศ) เป็นต้น

ในการพัฒนาเมืองครั้งใหญ่ในครั้งนี้ ทางการเมียนมาและรัฐบาลท้องถิ่นของดิวิชั่นย่างกุ้ง ได้มีการเตรียมการและจ้างวานให้สถาปนิกต่างประเทศออกแบบโครงการเมกกะโปรเจ็คทั้งหมด 80 โครงการ อันมีทั้งการสร้างเมืองใหม่ย่างกุ้ง ซึ่งอยู่ในเขตตะล่า (ฝั่งตรงข้ามท่าเรือย่างกุ้ง) ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 22,240 เอเคอร์ หรือประมาณ 55,600ไร่ อันประกอบด้วยที่ทำการรัฐบาลดิวิชั่นย่างกุ้ง เขตการค้า เขตที่อยู่อาศัย เขตการศึกษา เขตนิคมอุตสาหกรรมขนาดเบา และสเตเดียมกีฬา เพื่อรองรับความเจริญที่จะตามมาในอนาคต

อีกทั้งยังได้มีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อันประกอบด้วย ทางด่วนวงแหวน รอบในและวงแหวนรอบนอกทั้งหมดสามวง อีกทั้งระบบรถไฟรอบเมือง และการพัฒนาตลาดสด เป็นต้น คาดว่าการพัฒนาเมืองดังกล่าว จะทำให้นครย่างกุ้งปรับโฉมใหญ่กลายเป็นมหานครอย่างทัดเทียมกับประเทศในแถบภูมิภาคนี้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นผู้ประกอบการไทยทั้งใหญ่เล็กควรจะต้องฉวยโอกาสอันดีนี้ เข้าสู่ตลาดเมียนมา เพราะตลาดดังกล่าวจะเป็นตลาดสุดท้ายที่เหลืออยู่ในแทบนี้

Nichaphan W.