Monday, October 23MM Thailand

โซเชี่ยลมีเดียกับไลฟสไตล์การบริโภคของคนไทยในปัจจุบัน

139 Views

อิทธิพลของโซเชี่ยลมีเดียต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคนี้ มีข้อมูลที่น่าสนใจจากบริษัทวิจัยนีลเส็น ที่พบว่าโฆษณาในโซเชี่ยลมีเดียมีผลต่อการตัดสินซื้อใจของผู้บริโภคไทยมากและอยู่ในระดับสูง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระดับโลก และระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยิ่งไปกว่านั้น หากมีการ Like หรือ Follow ด้วยแล้ว ยิ่งมีผลต่อการซื้อของคนอื่นมากขึ้น

โซเชี่ยลมีเดียกับไลฟสไตล์การบริโภคของคนไทยในปัจจุบัน

บริษัทวิจัยนีลเส็นบอกชัดเจนว่าสาเหตุผที่ทำให้ผู้บริโภคไทย 3 ใน 4 คน ยอมรับอิทธิพลของโฆษณาในโซเชี่ยลมีเดียเพราะทำให้ชีวิตของพวกเขา ‘ง่าย’ ขึ้น และการคลิก Like และ Follow ยิ่งทำให้โฆษณาในโซเชี่ยลมีเดียมีอิทธิพลมากขึ้น เพราะเมื่อเพื่อนเห็นเพื่อนคลิก ก็อยากคลิก สนใจและซื้อสินค้านั้น

การคลิก Like ถือเป็นการแนะนำ หรือบอกต่อทางอ้อมที่ได้ผล เพราะนีลเส็นพบว่าผู้บริโภคคนไทยเชื่อในการบอกถึง 85% โดยแม็คคินซีย์ และแอนด์คอมปะนี ยังมีข้อมูลเมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมาว่า การบอกต่อมีผลต่อการตัดสินใจซื้อถึง 20-25% ทั้งนี้ ผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ค่อนข้างเชื่อและให้ความรู้สึกบวกกับโฆษณา แต่ต้องเป็นโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย

โดยขณะนี้โซเชี่ยลมีเดียเติบโตและกลายเป็นสื่อที่กลุ่มเมนสตรีมใช้ในภูมิภาคนี้แล้ว ดังนั้น แบรนด์ทั้งหลายต้องปรับตัวและเกาะไปกับกระแสนี้ให้ทัน โดยเฉพาะในตลาดภูมิภาคนี้ที่มีค่าเฉลี่ยในการใช้โซเชี่ยลมีเดียสูงกว่าทั้งโลก คนจำนวนมากใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค เพราะต้องการหาคำแนะนำ หรือให้คำแนะนำเสียเอง ต้องการหาส่วนลดหรือสิทธิพิเศษของสินค้าบริการ คนในประเทศต่างๆ ใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคเองมีระดับความมั่นใจในตนเองสูงขึ้น และมีความต้องการซับซ้อนหลากหลายมากขึ้น จึงยิ่งหาข้อมูลที่น่าเชื่อถือและเป็นประโยชน์สำหรับเขามากขึ้น

เฟซบุ๊กต้นทุน-ฟรี แต่ประสิทธิภาพ-สูง

เมื่อพูดถึงโซเชี่ยลมีเดีย ชัดเจนต้องนึกถึงเฟซบุ๊ก เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ขณะนี้มีคน ไทยใช้อยู่เกือบ 15 ล้านคน ซึ่งศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้วิเคราะห์ว่าการใช้สื่อนี้เพื่อทำตลาดสินค้าและบริการยังมีต้นทุนที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับการใช้เว็บไซต์ให้ข้อมูล และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในการลองใช้สื่อโซเชี่ยลมีเดีย

LINE Application

พวกเราคงได้เห็นแบรนด์หลายๆ แบรนด์เริ่มเข้ามาทำการตลาดผ่าน LINE Mobile Messenger Chat Application ที่กำลังมาแรงที่สุดของไทยในขณะนี้ ซึ่งความโดดเด่นของ LINE ก็คือ สติ๊กเกอร์น่ารัก กวนๆ ที่ผู้ใช้ LINE ต่างต้องการจะดาวน์โหลดมาใช้งานฟรี ทำให้ LINE มองเห็นถึงการเปิดทางให้กับแบรนด์สินค้าได้เข้ามาทำการตลาดบนแอพพลิเคชั่นของตน

LINE Messenger Chat Application นี้เป็นของ NHN Corporation ผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์ Search Engine และ เว็บ Portal ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นและเกาหลี Naver.co.kr Naver.co.jp ที่แม้แต่ Google เองยังไม่สามารถเอาชนะได้ NHN Corp มีสาขาทั้งในประเทศเกาหลีใต้และในประเทศญี่ปุ่น โดยธุรกิจหลักคือการขายโฆษณาบนผ่าน Search Engine และการทำเงินผ่าน Game Portal ที่ชื่อว่า Hangame เว็บไซต์เกมพอทัลที่มีสมาชิกมากกว่า 20 ล้านสมาชิก และเป็นเว็บไซต์เกมส่งออกชื่อดังที่คนไทยหลายคนได้เคยติดกันงอมมาแล้ว ทั้งเกมประเภท MMORPG และ Casual Game

LINE Messenger Chat เป็นเพียงหนึ่งในบริการของทาง NHN Corp. เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2011 ในประเทศญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จด้วยการเป็นแอพพลิเคชั่นอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่นในเวลาเพียง 1 เดือน ทำให้ผู้บริหารของทาง NHN ต้องหันมาใส่ใจเป็นพิเศษและมองหาช่องทางการทำเงินโดยเร็ว ปัจจุบัน LINE ได้ถูกดาวน์โหลดไปใช้งานแล้วกว่า 70 ล้านดาวน์โหลดทั่วโลก ซึ่งรวมการดาวน์โหลดของทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง โทรศัพท์มือถือ แทบเล็ต พีซี ซึ่ง LINE สนับสนุนการใช้งานทั้ง iOS, Android, Windows Phone และ BlackBerry และเปิดให้บริการกว่า 230 ประเทศทั่วโลก และเป็นแอพพลิเคชั่นที่ Rank อันดับ 1 ของ 24 ประเทศ ซึ่งรวมประเทศไทยในนั้นด้วย

หลังจากความสำเร็จของ LINE Messenger Chat NHN ยังต่อยอดแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ให้กับ LINE อีกเช่น LINE Camera, LINE Brush, LINE Card และ LINE Birzzle นอจากนั้น ยังมี LINE Pop, LINE Cartoon Wars และ LINE Patapoko Animal เป็นต้น

LINE เหมือน หรือ แตกต่าง จาก Facebook อย่างไร (สำหรับผู้ใช้งาน)

สำหรับผู้ใช้งาน หากเทียบ LINE กับ Facebook นั้นคงถือว่าแตกต่างพอสมควร เนื่องจาก Facebook เป็น Social Network ที่ให้เราเข้าไปติดตามการแชร์เรื่องราวของเพื่อน และของตัวเองผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งแน่นอนว่าการใช้งานจะสะดวกว่า LINE เมื่อต้องการใช้แชร์ภาพ วีดีโอ สถานะ และการติดตามเรื่องราวความเคลื่อนไหวที่กำลัง Talk of the Town หรือน่าสนใจ และที่สำคัญจำนวนผู้ใช้งานที่เป็นเพื่อนเรานั้น จะใช้เวลาบน Facebook กันมากกว่า

ส่วน LINE นั้นดูจะเหมือนกับ Facebook Messenger เพราะเน้นหลักในการ Chat ตัวต่อตัว หรือเป็นกรุ๊ป ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็น Social network ผ่านโทรศัพท์มือถือในครั้งแรก แม้ว่า LINE จะปรับการใช้งานให้เราแชร์เรื่องราวผ่าน Timeline ได้เหมือน Facebook ก็ตาม LINE ก็ยังเป็นได้เพียง Messenger Chat สำหรับคนทั่วไป ในขณะเดียวกัน LINE จะออกแนว Instant Chat มากกว่า คือทักเพื่อต้องการพูดคุยเดี๋ยวนั้น หรือในทันที ส่วน Facebook เราค่อนข้างคุ้นเคยกับการทิ้งข้อความไว้ใน Inbox ซึ่งผู้ใช้งานจะไม่คาดหวังว่าเราจะต้องตอบในทันที

การเติบโตของ LINE เมื่อเทียบกับ Facebook และ Twitter

ก่อนหน้านี้เราเคยทึ่งกับการเติบโตของ Facebook และ Twitter กันมาแล้ว ที่เติบโตด้วยสมาชิก 50 ล้านในเวลาเพียง 3 ปี เมื่อเทียบกับสื่ออื่นๆที่ใช้เวลากันหลาย 10 ปี หากกล่าวถึงการเติบโตของ LINE นั้นกลับเร็วกว่า Facebook และ Twitter เสียอีก เพราะ LINE ได้จำนวนผู้ใช้งาน 50 ล้านในเวลาเพียง 1 ปีกับ 34 วัน ซึ่งเร็วกว่า Facebook และ Twitter ที่ใช้เวลา 3 ปี! เรียกได้ว่า LINE อาจจะเป็นสื่อที่มีสมาชิกที่เติบโตเร็วที่สุดเลยก็ว่าได้

ความคุ้มค่าของ LINE Marketing

มีข้อโต้แย้งพอสมควรเกี่ยวกับการทำการตลาดผ่านทาง LINE โดยเฉพาะหลังจากที่เราได้เห็นจำนวน Followers ของการบินไทย และซีพี ที่มีตัวเลข Followers มากกว่า 2 ล้าน รวมถึงความน่ารักของสติ๊กเกอร์ที่ถูกทำออกมา ทำให้นักการตลาดไทยต่างตื่นตาตื่นใจกับผลลัพท์ที่ได้จากกระแสของ LINE และต้องการสร้างแบรนด์และสร้างโมบายคอมมูนิตี้เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ LINE คนไทย

ราคาของการทำการตลาดผ่าน LINE นั้นดูจะราคาสูงสำหรับนักการตลาดส่วนมากที่ทราบราคาในครั้งแรก ซึ่งราคารวมการเปิดตัว Official Account และ Sponsored Sticker Shop จะอยู่ประมาณ 4 ถึง 5 ล้านบาท สำหรับ Sponsored Sticker 1 ครั้ง และ Official Account 12 เดือน (ราคานี้ เป็นราคาประมาณการคร่าวๆ) ซึ่งเมื่อคิดเร็วๆ แล้วนำมาเทียบกับการทำการตลาดผ่าน Face book Brand Page ก็จะดูแพงมาก เพราะราคาการดูแล Face book Brand Page จะอยู่ที่ประมาณ 40,000 – 80,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับความยากง่ายหรือความเยอะในการทำของแต่ละแบรนด์

แต่หากคิดกันให้ดี จะเห็นว่าราคาของ LINE นั้นถูกและคุ้มค่ากว่ามากทีเดียว สมมติว่าต้องเสียเงิน 5,000,000 บาทในการทำ LINE Official Account และ LINE Sponsored Sticker และได้จำนวน Followers มาที่ 2,000,000 (ตามเคสของการบินไทยและซีพี) จะเท่ากับว่าราคาต่อ 1 Follower = 2.50 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกันตรงๆ กับการทำ Face book ซึ่งต้องเสียทั้งบริการการดูแล Fan Page ต้องสร้างแคมเปญเพื่อเพิ่มจำนวน Like และยังต้องซื้อออนไลน์มีเดียในการโปรโมทตลอดทั้งปี และผลลัพท์ที่ได้จาก Fan Page ของไทยนั้น ยังไม่มี Fan Page ใดที่สามารถเพิ่มจำนวน Like ได้ถึง 1,000,000 ภายใน 2 สัปดาห์ ซึ่งในความเป็นจริงอาจต้องใช้เวลา 1-3 ปี หรืออาจจะมากกว่า ด้วยเหตุนี้ การทำการตลาดผ่าน LINE ในขณะนี้ จึงดูว่าคุ้มค่ากว่าทั้งราคาและระยะเวลา

อนาคตของ LINE

บางคนอาจจะสงสัยว่าการทำการตลาดผ่าน LINE นั้นดีจริงหรือไม่ และ LINE ถือเป็นช่องทางใหม่สำหรับนักการตลาดไทย และรวมถึง NHN Corp. ด้วยเช่นกัน ที่ยังต้องการเรียนรู้ตลาดและความต้องการของกลุ่มผู้ใช้ LINE ว่าจะมี เทรนด์การใช้งาน LINE ไปในลักษณะใด ทั้งนี้ ยังขึ้นอยู่กับการเพิ่มหรือปรับฟีเจอร์การทำงานของ LINE ให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มผู้ใช้ทั่วโลกให้ถูกใจมากกขึ้น สำหรับวันนี้ เรามองว่า LINE เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเพิ่มการรับรู้ของ แบรนด์ โดยเฉพาะสินค้าใหม่ หรือสินค้าและบริการที่ต้องการจับกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟน

นอกจากนี้ LINE ยังเหมาะที่จะทำเป็นทูลสำหรับการทำ Direct marketing เพราะช้อความที่ส่งถึง Followers นั้น สามารถเข้าถึงกลุ่ม Followers ได้ในทันที

MM Thailand on FacebookMM Thailand on Youtube
MM Thailand
 
นำเสนอข้อมูลรอบด้านเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิต โดยมุ่งหวังให้ผู้อ่านได้รับประโยชน์สูงสุดจากการนำเสนอสาระ ข้อมูล ข่าวสารและบทความ ที่หลากหลายและครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม
Menu
MM Thailand