Thursday, June 20MM Thailand

ไฟเขียว TPCH สร้างโรงไฟฟ้าขยะชุมชน นนทบุรี

TPCH เตรียมงบ 1,500 ล้านบาท ลงทุนโรงไฟฟ้าขยะชุมชน นนทบุรี พร้อมร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าขยะในพื้นที่ กทม.มูลค่า 6,700 ล้านบาท และเล็งลงทุนโรงไฟฟ้าใน กลุ่ม CLMV วางเป้าเพิ่มกำลังผลิตทะลุ 200 เมกะวัตต์ปีหน้า

นางกนกทิพย์ จันทร์พลังศรี ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH ผู้ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ประกาศรายชื่อ “โรงไฟฟ้าสยาม พาวเวอร์” ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ โครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชน องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ในรูปแบบ FIT เรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดให้ยื่นลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายภายใน 120 วัน โดยโครงการดังกล่าวมีขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 9.5 เมกะวัตต์ ปริมาณไฟฟ้าเสนอขาย 8 เมกะวัตต์ ภายใต้สัญญาก่อสร้างและบริหารจัดการระบบการนําขยะมูลฝอยจากหลุมฝังกลบมาใช้ประโยชน์เป็นเชื้อเพลิงสําหรับการผลิตไฟฟ้าปริมาณ 3 ล้านตัน เป็นเวลา 23 ปี

“บริษัทฯพร้อมลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชน องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี มูลค่า 1,500 ล้านบาท โดยโครงการนี้ได้รับค่าไฟฟ้าในรูปแบบ FIT ราคาหน่วยละ 5.78 บาท คาดอัตราผลตอบแทน EIRR อยู่ที่ 18-23 % ต่อปี ร่วมผลักดันรายได้และกำไรของบริษัทฯเติบโตอย่างแข็งแกร่งสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น”

ทั้งนี้ บริษัทฯยังคงเป้าหมายในปี 2563 กุมกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าชีวมวลเพิ่มเป็น 200 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าจากขยะกำลังการผลิต 50 เมกะวัตต์ โดยในช่วงเดือนมกราคม 2562 ที่ผ่านมา TPCH ได้เข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าขยะในพื้นที่ กทม.มูลค่าราคากลางการลงทุนโครงการละประมาณ 6,700 ล้านบาท เข้าประมูลในนาม บริษัท สยาม พาวเวอร์ จำกัด ที่บริษัทฯถือหุ้นในสัดส่วน 50% และได้เตรียมเครื่องมือทางการเงินไว้รองรับเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ TPCH ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อเข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าต่างประเทศ เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันมุ่งเน้นไปยังประเทศในกลุ่ม CLMV เป็นหลัก

นายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (TPCH) เผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2561 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2561) มีรายได้จากการขายไฟฟ้า 1,560.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 467.45 ล้านบาท หรือ 42.8% เทียบกับปีที่ผ่านมามีรายได้จากการขายไฟฟ้า 1,092.67 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 354.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 147.29 ล้านบาท หรือ 71.0% เทียบปีที่ผ่านมามีกำไรสุทธิ 207.36 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากการที่บริษัทฯสามารถรับรู้รายได้ ในโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (COD) ครบทั้ง 6 แห่งเต็มไตรมาส ประกอบด้วย

โรงไฟฟ้าชีวมวลช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ (CRB) ,โรงไฟฟ้าชีวมวลแม่วงศ์ เอ็นเนอยี่ (MWE),โรงไฟฟ้าชีวมวลมหาชัย กรีน เพาเวอร์ (MGP) ,โรงไฟฟ้าชีวมวลทุ่งสัง กรีน (TSG ) โรงไฟฟ้าชีวมวล พัทลุง กรีน เพาเวอร์ (PGP) และโรงไฟฟ้าชีวมวลสตูล กรีน เพาเวอร์ (SGP) กำลังการผลิตรวม 60 เมกะวัตต์

“งบในปี 2561 ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในส่วนของรายได้และกำไร เนื่องจากโรงไฟฟ้าชีวมวลทั้ง 6 แห่ง บุ๊ครายได้จากการขายไฟเข้าระบบเต็มปี และแนวโน้มในปีนี้คาดว่าจะสร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง จากการที่เราเตรียม COD เพิ่มอีก 3 โครงการ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ กำลังการผลิตรวมประมาณ 40 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตรอบใหม่ จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น”

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯมีมติอนุมัติจ่ายปันผลเป็นเงินสำหรับงวดดำเนินงานวันที่ 1 มกราคม-ธันวาคม 2561 ในอัตรา 0.0623 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 พ.ค. กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 24 พ.ค.2562

Kanokkarn Thongsiri