BUILDING CONSTRUCTION TECHNOLOGY EXPO 2026
ISCAR-Maxout

ประเทศไทยจะกลายเป็น Bio Hub แห่งอนาคตได้หรือไม่? เมื่อทรัพยากรชีวภาพคือวัตถุดิบใหม่ของอุตสาหกรรมโลก

Date Post
31.08.2026
Post Views

กว่า 100 ปีที่ผ่านมา น้ำมันดิบไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งพลังงาน แต่เป็นต้นทางของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ตั้งแต่พลาสติก เส้นใยสังเคราะห์ สารเคมี ไปจนถึงวัสดุจำนวนมากที่อยู่รอบตัวเรา

แต่เมื่อโลกกำลังเข้าสู่ยุค Net Zero และเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ คำถามสำคัญของภาคการผลิตจึงไม่ใช่เพียง จะใช้พลังงานสะอาดอย่างไร? แต่รวมถึงถ้าอุตสาหกรรมลดการพึ่งพาปิโตรเลียม วัตถุดิบใหม่ของโลกจะมาจากที่ไหน?

หัวใจสำคัญของระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมสมัยใหม่ คือการเปลี่ยนทรัพยากรตั้งต้นให้กลายเป็นโมเลกุลและวัสดุที่มีมูลค่าสูง โดย Petroleum Economy หรือเศรษฐกิจที่มีปิโตรเลียมเป็นฐาน ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนภาคการผลิตมาอย่างยาวนาน น้ำมันดิบไม่ได้เป็นเพียงแหล่งพลังงานและเชื้อเพลิง แต่ยังเป็นวัตถุดิบหลักในการสร้าง โมเลกุลพื้นฐาน (Building Blocks) สำหรับอุตสาหกรรมจำนวนมาก ตั้งแต่พลาสติก เส้นใยสังเคราะห์ ยางสังเคราะห์ สารเคมี ไปจนถึงวัสดุต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา

แต่วันนี้โลกกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งนำไปสู่ความร่วมมือระดับนานาชาติในการปรับเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่ประเทศต่าง ๆ ร่วมกันกำหนดเป้าหมายจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ที่ผลักดันให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

แรงขับเคลื่อนเหล่านี้ทำให้ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกไม่ได้มองเพียงการเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด แต่เริ่มตั้งคำถามถึงต้นทางของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต หากโลกต้องลดการพึ่งพาทรัพยากรฟอสซิล วัตถุดิบใหม่ที่จะเข้ามาทดแทนควรมาจากที่ใด หนึ่งในคำตอบสำคัญ คือ Bioeconomy หรือเศรษฐกิจชีวภาพ ซึ่งใช้ทรัพยากรชีวภาพ เช่น พืช เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และชีวมวล เป็นฐานในการสร้างวัสดุและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยุคใหม่

ความก้าวหน้าของ Biotechnology โดยเฉพาะ Industrial Biotechnology และ Synthetic Biology ทำให้แนวคิดเหล่านี้ไปได้ไกลกว่าเดิม จากอดีตที่มนุษย์ใช้สิ่งมีชีวิตเพื่อผลิตอาหารหรือเครื่องดื่มผ่านกระบวนการหมัก ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์สามารถออกแบบจุลินทรีย์ เช่น แบคทีเรียหรือยีสต์ ให้ทำหน้าที่เสมือน “โรงงานระดับเซลล์” (Cell Factory) ที่เปลี่ยนน้ำตาลหรือสารตั้งต้นจากชีวมวลให้กลายเป็นโมเลกุลที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการ จากโมเลกุลชีวภาพกลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ทำให้ทรัพยากรชีวภาพไม่ได้เป็นเพียงผลผลิตทางการเกษตรอีกต่อไป แต่กำลังถูกมองในฐานะวัตถุดิบยุทธศาสตร์สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตยุคใหม่

คำว่า ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ไม่ได้หมายถึงการนำทรัพยากรชีวภาพมาแปรรูปเป็นสินค้าใหม่เท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนระดับของการผลิตจากการขายวัตถุดิบตามน้ำหนัก ไปสู่การสร้างโมเลกุลเฉพาะที่มีคุณสมบัติตามความต้องการของอุตสาหกรรม เช่นเดียวกับน้ำมันดิบที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเมื่อผ่านกระบวนการกลั่นและแปรรูปเป็นสารเคมีเฉพาะทาง

ตัวอย่างเช่น พืชเกษตร 1 ตันอาจมีมูลค่าจำกัดเมื่อถูกขายในฐานะวัตถุดิบ แต่เมื่อคาร์บอนและน้ำตาลภายในพืชถูกนำเข้าสู่กระบวนการ Biotechnology และใช้จุลินทรีย์ทำหน้าที่เป็น โรงงานระดับเซลล์ เพื่อผลิตสารที่มีโครงสร้างเฉพาะ สิ่งที่ได้อาจกลายเป็นเอนไซม์สำหรับอุตสาหกรรม สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ ส่วนประกอบอาหารขั้นสูง หรือวัสดุชีวภาพที่มีมูลค่าต่อหน่วยสูงกว่าวัตถุดิบตั้งต้นหลายเท่า

ตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิดนี้ คือ 1,3-Propanediol (PDO) สารเคมีชีวภาพที่สามารถผลิตจากน้ำตาลผ่านกระบวนการหมัก ก่อนนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับเส้นใยและพอลิเมอร์ประสิทธิภาพสูง แสดงให้เห็นว่าทรัพยากรชีวภาพสามารถถูกเปลี่ยนเป็นโมเลกุลอุตสาหกรรมที่มีมูลค่ามากกว่าวัตถุดิบตั้งต้นหลายเท่า

เมื่อทรัพยากรชีวภาพกำลังกลายเป็นวัตถุดิบตั้งต้นของอุตสาหกรรมยุคใหม่ คำถามสำคัญจึงเปลี่ยนจาก ประเทศใดมีทรัพยากรธรรมชาติมากที่สุด? ไปสู่ ประเทศใดสามารถเปลี่ยนทรัพยากรเหล่านั้นให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงได้?

จากพื้นที่เกษตรเกือบ 50 ล้านไร่ สู่ฐานทรัพยากร Bio Hub ของประเทศไทย

ลองนึกภาพวัตถุดิบทางการเกษตรที่เรามี พื้นที่ปลูกอ้อยประมาณ 11 ล้านไร่ พื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังประมาณ 8–10 ล้านไร่ สวนยางพารากว่า 20 ล้านไร่  และปาล์มน้ำมันของไทยที่ให้ผลผลิตประมาณ 6.3–6.4 ล้านไร่ กระจายอยู่ในหลายภูมิภาคของประเทศ ในโลกที่กำลังก้าวเข้าสู่ Bioeconomy ภาพของพื้นที่เหล่านี้กำลังเปลี่ยนไป เพราะสิ่งที่อยู่ในพืชเศรษฐกิจเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงผลผลิตทางการเกษตร แต่คือแหล่งของโมเลกุลจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาล คาร์โบไฮเดรต น้ำมันชีวภาพ หรือพอลิเมอร์ธรรมชาติ ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นวัตถุดิบของอุตสาหกรรมชีวภาพยุคใหม่

ดังนั้น เส้นทางสู่การเป็น Bio Hub ของไทยจึงอาจไม่ได้เริ่มต้นจากโรงงานทันสมัยเพียงอย่างเดียว แต่อาจเริ่มต้นจากพื้นที่การเกษตรที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งกำลังถูกมองใหม่ในฐานะแหล่งวัตถุดิบของเศรษฐกิจอุตสาหกรรมยุคต่อไป

Precision Agriculture เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำที่รับมือกับโลกร้อน

อย่างที่รู้กันดีว่าทรัพยากรชีวภาพขนาดใหญ่เหล่านี้กำลังเผชิญความท้าทายใหม่จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว ที่ส่งผลรุนแรงต่อผลผลิตทางการเกษตร แต่ปัญหานี้ได้กลายเป็นแรงผลักดันให้ภาคเกษตรไทยเปลี่ยนผ่านจากการเพิ่มผลผลิตด้วยการขยายพื้นที่เพาะปลูก ไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพของทรัพยากรเดิม ผ่านการพัฒนาพันธุ์พืชที่ทนต่อสภาพแวดล้อม การใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาคเกษตรกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างห่วงโซ่วัตถุดิบชีวภาพที่มีคุณภาพและยั่งยืนมากขึ้น

แนวคิด Bio Hub จึงไม่ได้เป็นเพียงการนำผลผลิตทางการเกษตรไปสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นโอกาสในการยกระดับทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำของเกษตรกรไปจนถึงปลายน้ำของอุตสาหกรรม โดยเปลี่ยนคำถามจาก จะผลิตอ้อยหรือมันสำปะหลังให้ได้จำนวนมากขึ้นอย่างไร?  ไปสู่ เราจะสร้างมูลค่าจากทุกโมเลกุลของทรัพยากรชีวภาพที่มีอยู่ได้อย่างไร? 

ด้วยศักยภาพดังกล่าว ประเทศไทยจึงผลักดันแนวทางเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) เพื่อเชื่อมโยงฐานความแข็งแกร่งด้านเกษตร อาหาร และทรัพยากรชีวภาพ เข้ากับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมมูลค่าสูง โดยมีเป้าหมายให้ทรัพยากรชีวภาพไม่ได้หยุดอยู่ที่สินค้าเกษตรขั้นต้น แต่ต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น อาหารแห่งอนาคต เคมีชีวภาพ พลาสติกชีวภาพ และวัสดุชีวภาพ

BCG Economy จากฐานทรัพยากรชีวภาพ สู่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ของไทย

แนวคิดการใช้ทรัพยากรชีวภาพเพื่อสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง ไม่ใช่เป้าหมายที่ประเทศไทยเพิ่งเริ่มต้น แต่เป็นทิศทางที่ถูกผลักดันอย่างเป็นระบบผ่านโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งรัฐบาลประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติในปี 2564 เพื่อใช้เป็นแนวทางการพัฒนาประเทศโดยอาศัยจุดแข็งด้านทรัพยากรชีวภาพ เกษตร อาหาร และฐานอุตสาหกรรมเดิมของไทย มาต่อยอดด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดย BCG ออกแบบเพื่อแก้โจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทย คือ การเปลี่ยนจากการเติบโตที่พึ่งพาปริมาณทรัพยากร ไปสู่การสร้างมูลค่าจากทรัพยากรที่มีอยู่ โดยมุ่งเน้น 4 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ เกษตรและอาหาร สุขภาพและการแพทย์ พลังงาน วัสดุและเคมีชีวภาพ รวมถึงการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งหลายด้านเชื่อมโยงโดยตรงกับเป้าหมายการสร้าง Bio Hub ของประเทศ

ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาพของ BCG เริ่มปรากฏในภาคอุตสาหกรรมจริงมากขึ้น ตั้งแต่การลงทุนด้านพลาสติกชีวภาพและเคมีชีวภาพ การพัฒนาอาหารแห่งอนาคต การใช้ของเหลือจากภาคเกษตรเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ไปจนถึงการผลักดันงานวิจัยให้เชื่อมต่อกับภาคการผลิต แม้เส้นทางสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมชีวภาพยังต้องอาศัยการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงและการขยายกำลังผลิตในระดับอุตสาหกรรม แต่ประเทศไทยไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ เพราะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ Bioeconomy ได้เริ่มถูกสร้างขึ้นแล้ว

คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่ ประเทศไทยมีศักยภาพพอหรือไม่? แต่อาจเป็นคำถามว่า ประเทศไทยพร้อมหรือยังที่จะเปลี่ยนความได้เปรียบจากทรัพยากรธรรมชาติ ให้กลายเป็นความสามารถทางเทคโนโลยี นวัตกรรม และอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าบนเวทีโลกขึ้นมาได้ ซึ่งคำตอบไม่ได้อยู่ที่ภาครัฐหรือภาคอุตสาหกรรมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่อยู่ที่การเชื่อมโยงทั้งเกษตรกร นักวิจัย ผู้ประกอบการ และภาคการผลิต ให้มองทรัพยากรชีวภาพของไทยในฐานะต้นทางของอุตสาหกรรมโลกยุคใหม่ร่วมกัน

References

APEC. (2022). *Bangkok Goals on Bio-Circular-Green (BCG) Economy*. Asia-Pacific Economic Cooperation. https://www.apec.org/meeting-papers/leaders-declarations/2022/2022-leaders-declaration/bangkok-goals-on-bio-circular-green-(bcg)-economy

Corbion. (2023). TotalEnergies Corbion: PLA bioplastics and circular solutions. https://www.totalenergies-corbion.com

European Commission. (2018). *A sustainable bioeconomy for Europe: Strengthening the connection between economy, society and the environment*. Publications Office of the European Union. https://doi.org/10.2777/792130

International Energy Agency Bioenergy. (2020). *Bio-based chemicals: A 2020 update*. IEA Bioenergy Task 42. https://www.ieabioenergy.com/blog/publications/bio-based-chemicals-a-2020-update/

National Center for Genetic Engineering and Biotechnology. (2021). *BCG Economy Model: Bio-Circular-Green Economy*. National Science and Technology Development Agency (NSTDA). https://www.nstda.or.th

NREL. (2004). Top value added chemicals from biomass: Volume I—Results of screening for potential candidates from sugars and synthesis gas. National Renewable Energy Laboratory. https://www.nrel.gov/docs/fy04osti/35523.pdf

OECD. (2009). *The bioeconomy to 2030: Designing a policy agenda*. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/9789264056886-en

Office of Agricultural Economics. (2024). *Agricultural statistics of Thailand 2024*. Ministry of Agriculture and Cooperatives. https://www.oae.go.th

United Nations. (2015). *Transforming our world: The 2030 agenda for sustainable development*. https://sdgs.un.org/2030agenda

United Nations Framework Convention on Climate Change. (2015). *The Paris Agreement*. https://unfccc.int/process-and-meetings/the-paris-agreement

World Economic Forum. (2020). *The future of nature and business*. World Economic Forum. https://www.weforum.org/reports/new-nature-economy-report-ii-the-future-of-nature-and-business/

Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
logo-company
Modern Manufacturing
  นำเสนอข่าวสารความรู้รอบด้านเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิต เพื่ออุตสาหกรรมไทยก้าวหน้าด้วยวิทยาการสมัยใหม่และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย