ในวันที่การแข่งขันทางธุรกิจไม่ได้วัดกันแค่ “ใครผลิตได้มากกว่า” แต่กำลังวัดกันที่ “ใครตัดสินใจได้เร็วกว่า” ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายองค์กรเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับ Digital Transformation มากขึ้น คำถามสำคัญในวันนี้อาจไม่ใช่แค่ องค์กรมีเทคโนโลยีหรือไม่ แต่คือสามารถใช้เทคโนโลยีนั้นขับเคลื่อนธุรกิจได้จริงหรือยัง
Digital Transformation ในความหมายของภาคอุตสาหกรรมไม่ได้จบลงที่การนำระบบดิจิทัลมาใช้ในบางกระบวนการ แต่คือการเชื่อมโยงข้อมูลการทำงาน และการตัดสินใจเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ นับว่าเป็นพื้นฐานสำคัญของแนวคิด
“Smart Factory” ที่ช่วยให้โรงงานมองเห็นข้อมูลการผลิตแบบเรียลไทม์ ลดต้นทุน และปรับแผนการทำงานได้รวดเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ในบริบทของประเทศไทย หลายองค์กรจะเริ่มลงทุนด้านเทคโนโลยีมากขึ้น สะท้อนจากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ที่เผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลไตรมาส 1 ปี 2568 ฟื้นสู่ระดับ “เชื่อมั่น” ที่ 50.1
ขณะเดียวกัน ภาครัฐก็เริ่มผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างจริงจัง เช่น โครงการ i-Next Data ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่พัฒนา “ฐานข้อมูลกลางโรงงานอุตสาหกรรม” ในรูปแบบดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานให้ใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ อย่างไรก็ดี ความท้าทายสำคัญของ Digital Transformation อาจไม่ได้อยู่ที่การมีเทคโนโลยี แต่อยู่ที่การนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง โดยเฉพาะการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และการปรับกระบวนการทำงานให้สอดรับกับระบบดิจิทัล
ตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ ธุรกิจเคมิคอลส์ ของ SCG ที่นำ Digital Commerce Platform (DCP) มาเชื่อมโยงคำสั่งซื้อกับห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ลดระยะเวลาการตอบสนองลูกค้าได้ถึง 70% โดยก่อนการปรับตัวองค์กรต้องเผชิญกับความซับซ้อนของข้อมูลที่กระจายอยู่หลายระบบ ทำให้การตัดสินใจและการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้ายังไม่รวดเร็วเท่าที่ควร ประกอบกับแรงกดดันจากการแข่งขันที่สูงขึ้นและความเปลี่ยนแปลงของตลาดในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่เป็นตัวกระตุ้นให้ต้องปรับตัวอย่างจริงจัง
ด้วยเหตุนี้ SCGC จึงเริ่มวางโครงสร้างใหม่ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งองค์กรผ่าน Single Data Platform ก่อนต่อยอดสู่การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในหลายมิติ ทั้งการใช้ Digital Reliability Platform (DRP) เพื่อตรวจสอบและคาดการณ์การ
ทำงานของเครื่องจักรล่วงหน้า การใช้ AI และ Machine Learning วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ ไปจนถึงการพัฒนา Digital Commerce Platform ที่เชื่อมต่อคำสั่งซื้อเข้ากับระบบห่วงโซ่อุปทานแบบเรียลไทม์ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน แต่สะท้อนออกมาในเชิงธุรกิจอย่างชัดเจน โดยสามารถลดระยะเวลาการตอบสนองลูกค้าได้ถึง 70% พร้อมทั้งยกระดับความแม่นยำในการวางแผน ลดความเสี่ยงในกระบวนการผลิต และทำให้ทั้งองค์กรมองเห็นข้อมูลชุดเดียวกันได้ในทุกมิติ
กรณีนี้สะท้อนว่า “แก่นของ Digital Transformation” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่ส่งผลโดยตรงต่อความเร็วในการดำเนินธุรกิจและศักยภาพในการแข่งขัน
อีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนมุมของ Digital Transformation ในเชิงธุรกิจ คือ กรณีของยูนิลีเวอร์ที่ปรับองค์กรจากรูปแบบดั้งเดิมสู่การเป็น Digital Company โดยมีจุดตั้งต้นจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรจึงใช้ข้อมูลเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน ทั้งการทำความเข้าใจลูกค้าเชิงลึก การปรับการสื่อสารจาก Mass Communication ไปสู่ Mass Customization อาทิ การผลิตโฆษณาที่เดิมเคยผลิตเพียงเวอร์ชั่นเดียว มาสู่ยุคปัจจุบันที่ผลิตเนื้อหาแบบ Customization ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย นำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวข้องและโซลูชั่นที่ตอบสนองต่อความต้องการหรือแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม ส่งผลให้โฆษณามีการตอบสนองจากลูกค้ามากขึ้นในแง่ของ Click Through Rate และมี Higher Respond จากลูกค้าในระดับสูง ตลอดจนพัฒนาโครงสร้างข้อมูลให้ทุกทีมใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน หรือ Single Source of Truth เพื่อให้การตัดสินใจมีความสอดคล้องกันทั้งองค์กร สะท้อนในอีกมิติหนึ่งว่า Digital Transformation ไม่ได้อยู่ที่การมีข้อมูลจำนวนมาก แต่อยู่ที่การใช้ข้อมูลอย่างถูกวิธี นั่นคือสิ่งที่ทำให้องค์กรปรับตัวได้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของตลาด
อีกด้านหนึ่ง การก้าวไปสู่ Smart Factory ยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งความเข้าใจของผู้ประกอบการต่อแนวทางเริ่มต้นและแผนการเปลี่ยนผ่าน การลงทุน ทักษะแรงงาน ความสามารถในการใช้ข้อมูล และ Mindset ภายในองค์กร มีหลายกรณีที่องค์กรมักให้ความสำคัญกับการลงทุนในเทคโนโลยี มากกว่าการปรับวิธีคิดและกระบวนการทำงาน ส่งผลให้การนำเทคโนโลยีมาใช้ยังไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ท้ายที่สุดแล้ว โรงงานยุคใหม่อาจไม่ได้แตกต่างกันที่ใครมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากที่สุด แต่คือใครใช้ข้อมูลที่มีอยู่ “ตัดสินใจได้เร็วและแม่นยำกว่า” เพราะความได้เปรียบทางธุรกิจในวันนี้ไม่ได้มาจากการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
###
ที่มาของข้อมูล :
เอสซีจี เปิด 3 เกมรุกสู่ “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” รุกตลาดโลก เร่งขับเคลื่อน CE และ HVA พร้อมใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ
https://www.scgchemicals.com/th/articles/news/1653554084
กรณีศึกษา “ยูนิลีเวอร์” ทรานส์ฟอร์มสู่ Digital Company ใน 5 ปี ขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยี ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
https://www.marketingoops.com/exclusive/how-to/unilever-thailand-digital-transformation
Smart Factory (บริษัท ลิบ คอนซัลติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด)
ดัชนี depa
โครงการ i-Next Data (กรมโรงงานอุตสาหกรรม)
Digital Commerce Platform (DCP) ของ SCGC
https://www.scgchemicals.com/th/articles/stories/1653811558
Digital Transformation ภาคการผลิตอย่างไรให้ “สำเร็จ” (ความท้าทายของการก้าวไปสู่ Smart Factory)









