ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดกำลังเร่งความต้องการไมโครชิปประสิทธิภาพสูงทั่วโลก ส่งผลให้ผู้เล่นหลักในซัพพลายเชนต้องปรับตัวครั้งใหญ่ ข้อมูลจากข่าวประชาสัมพันธ์ของ ZEISS ระบุว่า แผนก Semiconductor Manufacturing Technology (SMT) ได้ประกาศเดินหน้าขยายกำลังการผลิตเชิงกลยุทธ์ทั้งในยุโรปและระดับนานาชาติ เพื่อรองรับทิศทางของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในระยะยาว
ส่วนสำคัญของการขยายกิจการครั้งนี้อยู่ที่สำนักงานใหญ่ในเมืองโอเบอร์โคเคน (Oberkochen) ประเทศเยอรมนี โดย ZEISS SMT ได้เพิ่มพื้นที่ประมาณ 25,000 ตารางเมตรสำหรับสายการผลิตและพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง การย้ายเข้าสู่อาคารสำนักงานแห่งใหม่เมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญหลังจากเริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือนพฤษภาคม 2022 และบริษัทมีแผนจะเปิดใช้งานอาคารใหม่เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องตามลำดับ
“ด้วยการขยายพื้นที่ทั้งในโอเบอร์โคเคนและสาขาอื่นๆ ทั่วโลก เรากำลังลงทุนเชิงรุกเพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์” Dr. Frank Rohmund ประธานและซีอีโอของ ZEISS SMT กล่าว “ในฐานะส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่มีความซับซ้อนและต้องใช้เงินลงทุนสูง เรามุ่งมั่นที่จะรับผิดชอบและวางรากฐานด้านนวัตกรรม ความน่าเชื่อถือ ความสามารถในการขยายขนาด และความรวดเร็ว”
การลงทุนดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่เทคโนโลยีสำคัญสำหรับกระบวนการผลิตชิปรุ่นใหม่ ครอบคลุมตั้งแต่นวัตกรรมเลนส์ความแม่นยำสูงสำหรับระบบ High-NA EUV lithography โซลูชันสำหรับการผลิต ตรวจสอบ และซ่อมแซมแผ่นบังแสง (Photomask) ไปจนถึงเทคโนโลยี Advanced Packaging ที่ผสานชิปหลากหลายฟังก์ชันเข้าสู่ระบบที่มีความหนาแน่นสูงและประหยัดพลังงาน
นอกจากฐานการผลิตหลักแล้ว ZEISS SMT ยังอยู่ระหว่างการสร้างโรงงานอเนกประสงค์แห่งใหม่ในเมืองเวทซลาร์ (Wetzlar) และได้ขยายพื้นที่ห้องคลีนรูมอีก 300 ตารางเมตรสำหรับส่วนวิจัยและพัฒนาในเมืองรอสดอร์ฟ (Roßdorf) ตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2025 รวมถึงเดินหน้าสร้างศูนย์เทคโนโลยีขั้นสูงในเมืองเยนา (Jena) สำหรับรองรับหน่วยธุรกิจ Semiconductor Mask Solutions (SMS)
ในระดับนานาชาติ บริษัทได้เปิดศูนย์ฝึกอบรมแห่งใหม่ในเซี่ยงไฮ้ เพิ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านลอจิสติกส์ในสหรัฐอเมริกาและเยอรมนี และล่าสุดได้เปิดตัวศูนย์นวัตกรรม ZEISS Innovation Center ในเกาหลีใต้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 เพื่อยกระดับการให้บริการและขยับเข้าใกล้ลูกค้าในหนึ่งในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ที่สำคัญที่สุดของโลก
ที่มา:
ZEISS










