Yaskawa

OT Cybersecurity โจทย์ใหม่ของ Digital Factory เมื่อแฮกเกอร์ไม่ได้ต้องการแค่ข้อมูล แต่ต้องการหยุดโรงงาน

Date Post
27.08.2026
Post Views

ลองนึกภาพการทำงานของเครื่องจักรในโรงงานยุค Digital Factory ที่เหมือนหุ่นยนต์อัจฉริยะ สามารถเชื่อมกับเซ็นเซอร์ ระบบควบคุม ซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล ระบบคลาวด์ และบางโรงงานยังเชื่อมต่อไปถึงระบบ ERP หรือระบบบริหารธุรกิจส่วนกลางได้ด้วย ทำให้โรงงานเห็นข้อมูลได้ละเอียดยิ่งขึ้น คาดการณ์การซ่อมบำรุงได้ดีขึ้น และตัดสินใจจากข้อมูลจริงมากขึ้น แต่สิ่งที่มาพร้อมกับความอัจฉริยะในการเชื่อมต่อนี้ คือ เรื่องของความปลอดภัย ซึ่งทำให้ต้องมีการป้องกันมากขึ้นในหลายช่องทางเช่นกัน

Cybersecurity ในโรงงานจึงไม่ใช่เรื่องของคอมพิวเตอร์สำนักงานเพียงอย่างเดียวเหมือนที่ผ่านมา หากระบบอีเมลถูกโจมตีหรือฐานข้อมูลลูกค้ารั่วไหล ความเสียหายย่อมรุนแรงในแบบหนึ่ง แต่ถ้าระบบควบคุมการผลิตถูกโจมตี ความเสียหายอาจเคลื่อนจากโลกดิจิทัลออกมาสู่โลกกายภาพ เครื่องจักรอาจหยุดเดิน สายการผลิตอาจสะดุด การควบคุมอุณหภูมิ แรงดัน ความเร็ว หรือสูตรการผลิตอาจผิดเพี้ยน และในบางอุตสาหกรรม ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจกระทบต่อความปลอดภัยของคนหน้างาน คุณภาพสินค้า หรือห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ

จุดสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่คำว่า OT หรือ Operational Technology ซึ่งหมายถึง ระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ใช้ตรวจวัด ควบคุม หรือสั่งการกระบวนการทางกายภาพในโรงงานและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น PLC, HMI, SCADA, DCS, เซ็นเซอร์ ระบบควบคุมเครื่องจักร หุ่นยนต์อุตสาหกรรม และอุปกรณ์ที่ใช้ดูแลกระบวนการผลิตโดยตรง หาก IT คือ ระบบข้อมูลขององค์กร OT ก็คือระบบที่ทำให้เครื่องจักรและกระบวนการผลิตเกิดขึ้นจริง ความแตกต่างนี้ทำให้ Cybersecurity ของโรงงานมีลักษณะเฉพาะ เพราะเป้าหมายสูงสุดไม่ได้มีเพียงการรักษาความลับของข้อมูล แต่รวมถึงความต่อเนื่องของการผลิต ความปลอดภัย ความถูกต้องของกระบวนการ และความสามารถในการกู้ระบบกลับมาได้เมื่อเกิดเหตุ

เครื่องจักรรุ่นอึด ทน ใช้งานได้นาน เพียงพอไหม?

โรงงานจำนวนมากเคยออกแบบระบบ OT บนสมมติฐานว่าเครือข่ายโรงงานแยกจากโลกภายนอก เครื่องจักรบางรุ่นถูกติดตั้งมาเพื่อให้ทำงานทน ใช้ได้นาน และหยุดน้อยที่สุด มากกว่าจะถูกออกแบบโดยคำนึงถึงการอัปเดตความปลอดภัยหรือการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ แต่เมื่อโรงงานเริ่มเชื่อมต่อเครื่องจักรเข้ากับเครือข่ายองค์กร เชื่อมต่อข้อมูลขึ้นคลาวด์ เปิดให้ผู้ขายหรือผู้ให้บริการเข้ามาซ่อมบำรุงจากระยะไกล และนำระบบวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้กับสายการผลิต เส้นแบ่งเดิมระหว่าง IT กับ OT ก็เริ่มบางลง การโจมตีที่เริ่มจากบัญชีผู้ใช้ในระบบสำนักงาน อีเมลฟิชชิง หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป อาจค่อย ๆ เคลื่อนเข้าสู่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตได้ หากไม่มีการแบ่งแยกเครือข่าย การควบคุมสิทธิ์ และการมองเห็นสินทรัพย์ในระบบอย่างเพียงพอ

ข้อมูลจากอุตสาหกรรม Cybersecurity สะท้อนแนวโน้มนี้อย่างชัดเจน Dragos รายงานว่า ในปี 2025 มีกลุ่ม Ransomware ที่โจมตีองค์กรอุตสาหกรรม 119 กลุ่ม เพิ่มขึ้นจาก 80 กลุ่มในปี 2024 และมีองค์กรได้รับผลกระทบรวมประมาณ 3,300 แห่ง โดยภาคการผลิตคิดเป็นมากกว่าสองในสามของเหยื่อทั้งหมด ตัวเลขนี้บอกอะไรบางอย่างที่สำคัญ โรงงานไม่ได้เป็นเพียงเป้าหมายรองของอาชญากรไซเบอร์อีกต่อไป แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้โจมตีมองเห็นแรงกดดันทางธุรกิจอย่างชัดเจน เพราะเมื่อสายการผลิตหยุด ทุกชั่วโมงมีต้นทุน ค่าเสียโอกาส และแรงกดดันจากลูกค้าเข้ามาเกี่ยวข้อง การเรียกค่าไถ่จึงไม่ได้กดดันแค่ฝ่าย IT แต่กดดันผู้บริหาร ฝ่ายผลิต ฝ่ายซัพพลายเชน และลูกค้าปลายทางไปพร้อมกัน

ความยากของ OT Cybersecurity คือ โรงงานไม่สามารถใช้วิธีคิดแบบ IT ทั้งหมดได้โดยตรง ในโลก IT การอัปเดตแพตช์ รีสตาร์ตระบบ หรือเปลี่ยนอุปกรณ์บางอย่างอาจทำได้ในรอบเวลาที่ค่อนข้างยืดหยุ่นกว่า แต่ในโรงงาน การหยุดเครื่องจักรหนึ่งตัวอาจกระทบทั้งไลน์ การอัปเดตซอฟต์แวร์ต้องทดสอบว่าไม่ทำให้ระบบควบคุมผิดพลาด เครื่องจักรบางชุดใช้ระบบปฏิบัติการเก่าหรือซอฟต์แวร์เฉพาะทางที่ไม่สามารถอัปเกรดได้ง่าย และบางระบบออกแบบมาให้ทำงานต่อเนื่องยาวนานหลายปี สิ่งที่ดูง่ายในห้องประชุม เช่น อัปเดตแพตช์ทันที หรือเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด จึงอาจไม่ง่ายเมื่ออยู่หน้าเครื่องจักรจริง

ด้วยเหตุนี้ การป้องกันโรงงานจึงต้องเริ่มจากการรู้ก่อนว่าในระบบมีอะไรอยู่บ้าง โรงงานบางแห่งมีสินทรัพย์ OT จำนวนมากที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีรายการอย่างครบถ้วน มีอุปกรณ์ที่ติดตั้งมานาน มีคอมพิวเตอร์ของฝ่ายผลิต มี HMI ที่ใช้ระบบเก่า มี Gateway ที่เชื่อมต่อกับ Vendor มีเครื่องจักรที่ต่อเข้ากับเครือข่ายโดยไม่มีใครมองเป็นความเสี่ยง และมีบัญชีผู้ใช้ที่สร้างไว้เพื่อซ่อมบำรุง แต่ไม่เคยถูกทบทวน หากองค์กรยังไม่เห็นภาพสินทรัพย์ของตัวเอง ก็ยากที่จะประเมินได้ว่าระบบใดสำคัญที่สุด ช่องโหว่อยู่ตรงไหน ใครเข้าถึงอะไรได้บ้าง และเมื่อเกิดเหตุควรตัดส่วนใดออกจากเครือข่ายก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลาม

Industrial Automation and Control Systems ในยุค Digital Factory

แนวคิดหนึ่งที่เริ่มสำคัญขึ้น คือ การมอง Cybersecurity เป็นส่วนหนึ่งของความเสี่ยงในการผลิต ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายเสริมของฝ่าย IT เพียงฝ่ายเดียว ผู้จัดการโรงงานอาจไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียดเชิงเทคนิคทุกอย่างของมัลแวร์ แต่ต้องรู้ว่าระบบใดคือจุดคอขวดของการผลิต ระบบใดหยุดไม่ได้เกินกี่ชั่วโมง ระบบใดต้องมีแผนสำรอง ใครมีสิทธิ์เข้าถึงระบบควบคุม และถ้าผู้ให้บริการภายนอกต้อง Remote เข้ามาดูเครื่องจักร จะควบคุมสิทธิ์และบันทึกกิจกรรมอย่างไร คำถามเหล่านี้เป็นคำถามทางการผลิตพอ ๆ กับเป็นคำถามทาง Cybersecurity เพราะคำตอบของมันเกี่ยวข้องโดยตรงกับ Uptime, Safety, Quality และ Delivery

ในระดับมาตรฐานสากล แนวทางของ NIST SP 800-82 ให้ความสำคัญกับลักษณะเฉพาะของ OT โดยระบุว่า OT เป็นระบบที่ตรวจวัดหรือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยตรงต่ออุปกรณ์ กระบวนการ และเหตุการณ์ทางกายภาพ ขณะที่ ISA/IEC 62443 ก็เป็นชุดมาตรฐานที่ออกแบบมาสำหรับระบบ Industrial Automation and Control Systems โดยเฉพาะ จุดร่วมของแนวทางเหล่านี้ คือ ไม่ได้มอง Cybersecurity เป็นเพียงการติดตั้งเครื่องมือป้องกัน แต่เป็นการจัดการทั้งระบบ ตั้งแต่คน กระบวนการ เทคโนโลยี การแบ่งโซนเครือข่าย การควบคุมสิทธิ์ การจัดการช่องโหว่ การเฝ้าระวังเหตุผิดปกติ ไปจนถึงแผนตอบสนองและฟื้นฟูระบบ

สำหรับโรงงานที่กำลังเดินเข้าสู่ Digital Factory คำถามจึงไม่ใช่ว่าจะเชื่อมต่อหรือไม่เชื่อมต่อ เพราะการแข่งขันด้านประสิทธิภาพทำให้การเชื่อมต่อกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากกว่าเดิม คำถามที่ควรถาม คือ จะเชื่อมต่ออย่างไรให้ควบคุมความเสี่ยงได้ โรงงานควรแยกเครือข่าย IT และ OT อย่างมีหลักการ ไม่เปิดระบบควบคุมออกสู่อินเทอร์เน็ตโดยไม่จำเป็น จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงตามหน้าที่จริง ใช้การยืนยันตัวตนที่เหมาะสม บันทึกกิจกรรมสำคัญ ตรวจสอบการเชื่อมต่อจากผู้ให้บริการภายนอก และมีแผนรองรับเมื่อระบบบางส่วนต้องถูกตัดออกจากเครือข่ายเพื่อควบคุมเหตุการณ์ การวางระบบเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการใหญ่เสมอไป แต่ควรเริ่มจากการจัดลำดับความสำคัญของสินทรัพย์และกระบวนการที่หยุดไม่ได้ก่อน

อีกประเด็นหนึ่งที่โรงงานควรเริ่มมองตั้งแต่วันนี้ คือ Cybersecurity ต้องเข้าไปอยู่ในกระบวนการจัดซื้อและออกแบบระบบ ไม่ใช่รอให้ติดตั้งเครื่องจักรแล้วค่อยหาวิธีป้องกันภายหลัง แนวคิด Secure by Demand ของ CISA ชี้ให้เจ้าของและผู้ปฏิบัติการ OT ตั้งคำถามกับผลิตภัณฑ์และระบบที่จะนำเข้ามาใช้ตั้งแต่ต้น เช่น อุปกรณ์รองรับการอัปเดตความปลอดภัยหรือไม่ มีวิธีจัดการบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านอย่างไร บันทึกเหตุการณ์ได้เพียงพอหรือไม่ ผู้ผลิตมีแผนรับมือช่องโหว่หรือแจ้งเตือนลูกค้าอย่างไร และระบบสามารถทำงานร่วมกับนโยบายความปลอดภัยขององค์กรได้หรือไม่ ถ้าโรงงานซื้อเครื่องจักรโดยดูเฉพาะกำลังการผลิต ความเร็ว ราคา และบริการหลังการขาย แต่ไม่ถามเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ โรงงานอาจได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นพร้อมกับความเสี่ยงที่มองไม่เห็นติดมาด้วย

ในทางปฏิบัติ OT Cybersecurity ไม่ได้หมายความว่าโรงงานต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์ทันที เพราะสภาพจริงของโรงงานแต่ละแห่งต่างกัน บางแห่งมีเครื่องจักรเก่า บางแห่งมีระบบจากหลาย Vendor บางแห่งมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณและบุคลากร ดังนั้น สิ่งที่สำคัญกว่า คือ การเริ่มจากภาพรวมที่ถูกต้อง เช่น ต้องรู้ว่ามีสินทรัพย์อะไรบ้าง สินทรัพย์ใดสำคัญต่อการผลิตมากที่สุด ใครหรือระบบใดเชื่อมต่อเข้ามาได้ และควรลดการเชื่อมต่อที่ไม่จำเป็น พร้อมทั้งเตรียมแผนตอบสนองเมื่อเกิดเหตุ ที่สำคัญ คือ ต้องทำให้ฝ่าย IT, OT, วิศวกรรม, ฝ่ายผลิต, ความปลอดภัย และผู้บริหาร สามารถพูดคุยกันด้วยภาษาเดียวกันให้มากที่สุด

โรงงานอัจฉริยะจึงไม่ได้วัดความก้าวหน้าจากจำนวนเซ็นเซอร์ จำนวนข้อมูล หรือจำนวนระบบอัตโนมัติเท่านั้น แต่ต้องวัดจากความสามารถในการควบคุมความเสี่ยงของระบบที่เชื่อมต่อกันด้วย Digital Factory ที่ดี ไม่ใช่โรงงานที่เปิดทุกอย่างให้ข้อมูลไหลได้มากที่สุดโดยไม่มีการป้องกัน แต่เป็นโรงงานที่รู้ว่าข้อมูลควรไหลจากไหนไปไหน ใครควรเข้าถึงอะไร เครื่องจักรส่วนใดต้องได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ และหากเกิดเหตุขึ้น โรงงานจะรักษาความปลอดภัยของคน คุณภาพสินค้า และความต่อเนื่องของการผลิตไว้ได้อย่างไร

เมื่อการผลิตกลายเป็นระบบดิจิทัลมากขึ้น การโจมตีก็ไม่ได้หยุดอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อีกต่อไป Cybersecurity ของโรงงานจึงต้องขยับจากการป้องกันข้อมูล ไปสู่การป้องกันกระบวนการผลิตทั้งระบบ เพราะสิ่งที่ผู้โจมตีอาจทำลายได้ ไม่ใช่แค่ไฟล์หรือฐานข้อมูล แต่คือจังหวะการทำงานของเครื่องจักร ความเชื่อมั่นของลูกค้า และความสามารถของโรงงานในการส่งมอบสินค้าได้ตามที่สัญญาไว้ ในยุค Digital Factory ความปลอดภัยไซเบอร์จึงไม่ใช่เรื่องนอกสายการผลิต แต่เป็นส่วนหนึ่งของการผลิตโดยตรง

Reference:

Dragos รายงานว่า ในปี 2025 มีกลุ่ม Ransomware 119 กลุ่มที่โจมตีองค์กรอุตสาหกรรม เพิ่มจาก 80 กลุ่มในปี 2024 กระทบองค์กรประมาณ 3,300 แห่ง และภาคการผลิตคิดเป็นมากกว่าสองในสามของเหยื่อทั้งหมด ตัวเลขนี้เป็นฐานสำคัญของประเด็นว่าโรงงานกลายเป็นเป้าหมายหลักของ Ransomware แล้ว ไม่ใช่แค่เหยื่อข้างเคียง

Link: https://www.dragos.com/resources/press-release/dragos-2026-year-in-review-new-ot-threats-ransomware?utm_source=chatgpt.com

NIST SP 800-82 Revision 3 อธิบายขอบเขตของ OT ว่าเป็นระบบที่ตรวจวัดหรือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยตรงต่ออุปกรณ์ กระบวนการ และเหตุการณ์ทางกายภาพ พร้อมให้แนวทางด้านภัยคุกคาม ช่องโหว่ และมาตรการป้องกันที่เหมาะกับ OT โดยเฉพาะ

Link: https://csrc.nist.gov/pubs/sp/800/82/r3/final?utm_source=chatgpt.com

CISA เผยแพร่เอกสาร Secure by Demand สำหรับเจ้าของและผู้ปฏิบัติการ OT เพื่อใช้เป็นแนวทางตั้งคำถามด้านความปลอดภัยตั้งแต่ขั้นคัดเลือกผลิตภัณฑ์ OT และระบบ Industrial Automation and Control System ไม่ใช่รอแก้หลังติดตั้งแล้ว

Link: https://www.cisa.gov/resources-tools/resources/secure-demand-priority-considerations-operational-technology-owners-and-operators-when-selecting?utm_source=chatgpt.com

มีงานวิเคราะห์ OT ที่เปิดออกสู่อินเทอร์เน็ตในปี 2025 พบอุปกรณ์ OT เกือบ 70,000 รายการทั่วโลกที่เข้าถึงได้จากภายนอก และหลายระบบเปิดเผยข้อมูลสำคัญ เช่น Protocol, Vendor, Firmware หรือหน้าจอ HMI/SCADA ซึ่งช่วยสนับสนุนประเด็นเรื่อง Asset Visibility และความเสี่ยงจากการเชื่อมต่อที่มองไม่เห็น

Link: https://arxiv.org/abs/2508.02375?utm_source=chatgpt.com

บทความโดย

Nuchida Thawiang

Content Writer

Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
logo-company
Modern Manufacturing
  นำเสนอข่าวสารความรู้รอบด้านเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิต เพื่ออุตสาหกรรมไทยก้าวหน้าด้วยวิทยาการสมัยใหม่และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
BUILDING CONSTRUCTION TECHNOLOGY EXPO 2026