fbpx
Tuesday, November 19Modern Manufacturing

SGP เปิดคลัง LNG ปีนัง ไตรมาส 4 ปีนี้

SGP เปิดให้บริการคลังก๊าซแอลพีจี North Port มาเลเซียแล้ว ส่วน คลังก๊าซแอลพีจี ที่เมืองปีนัง คาดจะสามารถเปิดดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ มั่นใจรายได้ปี 62 เติบโต 10% โดยมีประมาณยอดขาดอยู่ที่3.8 ล้านตัน




นายศุภชัย วีรบวรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP

นายศุภชัย วีรบวรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP กล่าวถึงความคืบหน้าการลงทุนในประเทศต่างๆ ล่าสุดเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดให้บริการคลังก๊าซแอลพีจีที่ North Port ใกล้เมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 10,000 ตัน/เดือน ทำให้สามารถขยายศักยภาพการขายเพิ่มในฝั่งมาเลเซียตะวันตก ซึ่งมีศักยภาพมากในการขาย และบริษัทมีแผนเปิดคลังก๊าซแอลพีจี ที่เมืองปีนัง คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 4/2562

ด้านคลังก๊าซแอลพีจีในประเทศเมียนมานั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดแล้วเสร็จและสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 1/2563 โดยตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 8,000-10,000 ตัน/เดือน

ส่วนแผนการลงทุนในประเทศบังคลาเทศ นั้น บริษัทอยู่ระหว่างหาพื้นที่ก่อสร้างคลังพร้อมโรงบรรจุก๊าซ LPG เพื่อสามารถรุกตลาดค้าปลีก (Retail market) ซึ่งมีมาร์จิ้นสูงกว่า โดยในปี 2562 บริษัทคาดว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดยอดขายแก๊สในบังคลาเทศราว 70% ในลักษณะของการขายส่งเป็นลำเรือ โดยปี 62 นี้คาดว่ายอดขายจะอยู่ราว 30,000 – 40,000 ตัน/เดือน

ส่วนการลงทุนสร้างคลังและโรงบรรจุก๊าซ LPG ในประเทศอินโดนีเซีย ขณะนี้ได้จัดตั้งบริษัทย่อย และดำเนินการจัดหาที่ดินเพื่อลงทุน คาดว่าจะได้ความชัดเจนภายในปี 62

นอกจากนี้ จากยอดขายในประเทศต่างๆที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทมีแผนขยายกองเรือบรรทุกก๊าซ แอลพีจี แบ่งเป็นเรือ VLGC 1 ลำ และเรือบรรทุกก๊าซ แอลพีจี ขนาดเล็ก (Pressurize Cargo) อีก 3 ลำ เพื่อรองรับการเติบโตของยอดขายบริเวณ เอเซียตะวันตก

สำหรับธุรกิจโรงไฟฟ้า ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้า 2 แห่งในประเทศเมียนมา มีขนาดกำลังการผลิต 230 เมกะวัตต์ และขนาดกำลังการผลิต 10 เมกะวัตต์ ซึ่งได้ดำเนินการจ่ายไฟเข้าระบบในเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วทั้งสองแห่ง โดยบริษัทเชื่อว่าธุรกิจโรงไฟฟ้าจะช่วยให้ผลกำไรของบริษัทมีความสม่ำเสมอและมั่นคง รวมทั้งสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นได้

“จากแผนการลงทุนและการเปิดคลังก๊าซแอลพีจี ในต่างประเทศ เชื่อว่าปี 2562 บริษัทฯ จะสามารถสร้างยอดขายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ได้ 3.8 ล้านตัน หรือเติบโตขึ้นราว 10 % จากปีที่ผ่านมา และเป้าหมายรายได้ที่ 75,000 ล้านบาท ได้ตามเป้าหมายที่ไว้วาง ซึ่งเป็นไปตามยอดขายต่างประเทศที่ขยายตัวต่อเนื่อง ตามความต้องการ LPG ในภูมิภาคเอเชียที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตสูง โดยบริษัทจะเน้นไปที่ตลาดเกิดใหม่ที่มีประชากรหนาแน่น เช่น ประเทศบังคลาเทศและเวียดนาม” นายศุภชัย กล่าว

สำหรับผลประกอบการในงวดไตรมาส 1/2562 มีกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้น 459.27 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 455.76% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 100.77 ล้านบาท มีรายได้รวม 17,648.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,054.90 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 13.18% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้ 15,593.78 ล้านบาท เป็นผลมาจากยอดขายก๊าซ LPG ในต่างประเทศมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ราว 30% โดยราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลกโดยรวมงวด 3 เดือนของไตรมาส 1/2562 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 462 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมตริกตัน เทียบกับงวดเดียวกันของปี 2561 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 523 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมตริกตัน

Kanokkarn .T