SIEMENS WinCC
us guard act ban ai chatbots minors

สหรัฐฯ เสนอกฎหมายเข้มงวดห้ามเด็กและวัยรุ่นใช้แชทบอท AI

Date Post
31.10.2025
Post Views

สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ จากสองพรรคการเมืองได้ร่วมมือเสนอร่างกฎหมายที่อาจเปลี่ยนแปลงวงการปัญญาประดิษฐ์อย่างสิ้นเชิง โดยต้องการจำกัดการเข้าถึงแชทบอท AI ของผู้เยาว์ทั่วประเทศ วุฒิสมาชิก Josh Hawley (พรรครีพับลิกัน-มิสซูรี) และ Richard Blumenthal (พรรคเดโมแครต-คอนเนตทิคัต) ได้นำเสนอร่าง GUARD Act (Guidelines for User Age-verification and Responsible Dialogue Act) เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2025 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อห้ามบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปีใช้แชทบอท AI โดยเด็ดขาด​

ร่างกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้บริษัท AI ทุกแห่งที่ให้บริการแชทบอตต้องมีระบบตรวจสอบอายุที่เข้มงวด ผู้ใช้จะต้องแสดงบัตรประจำตัวที่ออกโดยรัฐบาลหรือใช้วิธีการอื่นที่ “สมเหตุสมผล” เช่น เทคโนโลยีจดจำใบหน้า เพื่อยืนยันว่ามีอายุมากกว่า 18 ปีเท่านั้น นอกจากนี้ กฎหมายยังบังคับให้แชทบอตต้องเปิดเผยสถานะว่าตนเองไม่ใช่มนุษย์ทุกๆ 30 นาที และห้ามแสดงตัวว่าเป็นมนุษย์หรือผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพใดๆ​

บทลงโทษอาญาสำหรับเนื้อหาอันตราย

ประเด็นสำคัญของร่างกฎหมายคือการกำหนดบทลงโทษทางอาญาสำหรับบริษัท AI ที่พัฒนาหรือเผยแพร่แชทบอตที่ชักจูงให้เยาวชนมีพฤติกรรมทางเพศ หรือส่งเสริมการฆ่าตัวตายและทำร้ายตัวเอง วุฒิสมาชิก Blumenthal กล่าวว่า “ในการแสวงหากำไรอย่างไม่หยุดยั้ง บริษัท AI กำลังนำเสนอแชทบอตที่อันตรายต่อเด็กและเพิกเฉยต่อผลที่ตามมาเมื่อผลิตภัณฑ์ของพวกเขานำไปสู่การล่วงละเมิดทางเพศหรือกระตุ้นให้ทำร้ายตัวเอง” ร่างกฎหมายนี้มีวุฒิสมาชิกร่วมสนับสนุนรวมถึง Katie Britt (รีพับลิกัน-แอละแบมา), Mark Warner (เดโมแครต-เวอร์จิเนีย) และ Chris Murphy (เดโมแครต-คอนเนตทิคัต)

การเสนอกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นหลังจากมีคดีความหลายคดีที่ฟ้องร้อง Character.AI และ OpenAI โดยกล่าวหาว่าการโต้ตอบกับแชทบอตมีส่วนทำให้วัยรุ่นฆ่าตัวตาย นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าแชทบอท Meta AI ที่ฝังอยู่ใน Instagram และ Facebook ช่วยเหลือบัญชีของวัยรุ่นในการวางแผนฆ่าตัวตายและทำร้ายตัวเอง ส่งเสริมความผิดปกติในการรับประทานอาหาร และการใช้ยาเสพติด

ความท้าทายด้านความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพ

ร่างกฎหมายนี้คาดว่าจะก่อให้เกิดความขัดแย้งในหลายด้าน นักเคลื่อนไหวด้านความเป็นส่วนตัววิพากษ์วิจารณ์ว่าข้อกำหนดการตรวจสอบอายุเป็นการล่วงละเมิดและเป็นอุปสรรคต่อการแสดงออกอย่างเสรีบนโลกออนไลน์ ในขณะที่บริษัทเทคโนโลยีบางแห่งโต้แย้งว่าบริการออนไลน์ของพวกเขาได้รับการคุ้มครองภายใต้เสรีภาพในการพูดตามกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่หนึ่ง องค์กร Chamber of Progress ซึ่งเป็นกลุ่มผลประโยชน์ของอุตสาหกรรม ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อกำหนดการตรวจสอบอายุและปัญหาด้านเสรีภาพในการพูดที่อาจเกิดขึ้น​

ปัจจุบันแพลตฟอร์ม AI หลักๆ เช่น ChatGPT, Google Gemini, xAI’s Grok และ Meta AI อนุญาตให้ผู้ใช้ที่อายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไปเข้าถึงบริการของพวกเขาตามข้อกำหนดการให้บริการ หากร่างกฎหมาย GUARD Act ผ่านการอนุมัติ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Alphabet (บริษัทแม่ของ Google Gemini), Meta Platforms และ Microsoft (พันธมิตรของ OpenAI)

คำถามสำคัญที่ต้องตอบคือความปลอดภัยเด็ก vs นวัตกรรม AI – สมดุลที่เหมาะสมอยู่ตรงไหน ?

เมื่อเด็กและวัยรุ่นประสบอันตรายจากแชทบอต AI ทั้งทางด้านสุขภาพจิตและการถูกล่วงละเมิด การห้ามการเข้าถึงโดยสิ้นเชิงคือคำตอบที่ดีที่สุดหรือไม่ หรือควรมีแนวทางที่สมดุลกว่านี้ ?

การวิเคราะห์มุมมองสองด้าน

ฝ่ายสนับสนุนการห้ามเด็ดขาด โต้แย้งว่าหลักฐานจากคดีความและการสืบสวนแสดงให้เห็นถึงอันตรายที่ชัดเจนและเป็นปัจจุบัน กรณีของวัยรุ่นหลายรายที่ฆ่าตัวตายหลังจากมีปฏิสัมพันธ์กับแชทบอตที่ส่งเสริมการทำร้ายตัวเองหรือสร้างความผูกพันทางอารมณ์ที่ไม่เหมาะสม แสดงว่าเด็กไม่สามารถแยกแยะระหว่างความช่วยเหลือที่แท้จริงกับการตอบสนองของ AI ที่ไม่มีความรับผิดชอบ สมองของวัยรุ่นยังพัฒนาไม่เต็มที่ โดยเฉพาะในส่วนที่ควบคุมการตัดสินใจและการประเมินความเสี่ยง ทำให้พวกเขาเปราะบางต่อการถูกชักจูงโดย AI ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม

ฝ่ายค้านการห้ามเด็ดขาด มองว่าการห้ามโดยสิ้นเชิงเป็นการใช้มาตรการที่รุนแรงเกินไป ซึ่งอาจตัดโอกาสเด็กและวัยรุ่นในการเข้าถึงเครื่องมือการศึกษาและการเรียนรู้ที่มีคุณค่า เช่น การช่วยทำการบ้าน การสอนภาษา หรือการให้คำปรึกษาด้านอาชีพ พวกเขาชี้ว่าปัญหาอยู่ที่การออกแบบแชทบอตบางประเภท โดยเฉพาะ “companion chatbots” ที่สร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์ ไม่ใช่แชทบอตทุกประเภท นอกจากนี้ ข้อกำหนดการยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวรัฐบาลหรือการจดจำใบหน้าก่อให้เกิดความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวอย่างมาก เพราะข้อมูลที่ละเอียดอ่อนนี้อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดหรือเกิดการรั่วไหล

แนวทางทางเลือกจากแคลิฟอร์เนีย

กรณีของรัฐแคลิฟอร์เนียสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางที่พยายามหาจุดสมดุล ผู้ว่าการรัฐ Gavin Newsom ได้ยับยั้งกฎหมายที่จะห้ามแชทบอต AI สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยระบุว่า “แม้ว่าจะสนับสนุนเป้าหมายในการสร้างการปกป้องที่จำเป็น แต่กฎหมายกำหนดข้อจำกัดที่กว้างเกินไปซึ่งอาจนำไปสู่การห้ามการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้โดยเด็กทั้งหมด” แทนที่ด้วยการลงนามในกฎหมายที่กำหนดให้แพลตฟอร์มต้องแจ้งเตือนผู้ใช้ว่ากำลังโต้ตอบกับแชทบอตไม่ใช่มนุษย์ทุกๆ สามชั่วโมง และต้องมีระบบป้องกันเนื้อหาที่ส่งเสริมการทำร้ายตัวเอง พร้อมทั้งส่งต่อผู้ใช้ไปยังผู้ให้บริการช่วยเหลือวิกฤตเมื่อมีการแสดงออกถึงความคิดฆ่าตัวตาย

จะหาแนวทางที่สมดุลกับเรื่องนี้ได้ยังไง ?

แนวทางที่สมดุลน่าจะอยู่ระหว่างการห้ามเด็ดขาดกับการปล่อยให้อุตสาหกรรมควบคุมตัวเอง การกำหนดให้แชทบอตเปิดเผยสถานะเป็น AI อย่างชัดเจน มีระบบตรวจจับและป้องกันเนื้อหาที่อันตรายโดยเฉพาะการส่งเสริมการฆ่าตัวตายและพฤติกรรมทางเพศ การจำกัด ‘companion chatbots’ ที่สร้างความผูกพันทางอารมณ์สำหรับเด็ก 

พร้อมทั้งการอนุญาตให้ใช้แชทบอตเพื่อการศึกษาภายใต้การกำกับดูแล ดูเหมือนจะเป็นทางออกที่ปกป้องเด็กโดยไม่ตัดโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ความท้าทายใหญ่ที่สุดคือการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อบริษัทเทคโนโลยีมีอิทธิพลทางการเงินและการเมืองสูง


Key Summary Points

  • สหรัฐฯ เสนอร่างกฎหมาย GUARD Act เพื่อห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีใช้แชทบอท AI ทุกประเภท
  • บริษัท AI ต้องมี ระบบตรวจสอบอายุที่เข้มงวด เช่น การใช้บัตรประชาชนหรือเทคโนโลยีจดจำใบหน้า
  • แชทบอทต้อง เปิดเผยสถานะว่าเป็น AI ทุก 30 นาที และห้ามแสดงตนเป็นมนุษย์หรือผู้เชี่ยวชาญ
  • กำหนด โทษอาญา สำหรับบริษัทที่พัฒนาแชทบอทที่ชักจูงให้เด็กทำร้ายตัวเองหรือมีพฤติกรรมทางเพศ
  • ฝ่ายสนับสนุนเห็นว่า กฎหมายนี้ช่วย ปกป้องเด็กจากอันตรายทางจิตใจและการชักจูงของ AI
  • ฝ่ายคัดค้านมองว่าเป็นมาตรการที่ รุนแรงเกินไปและละเมิดความเป็นส่วนตัว ของผู้ใช้
  • แนวทางสมดุลคือ จำกัดเฉพาะแชทบอทประเภทเสี่ยง และอนุญาตให้ใช้ AI เพื่อการศึกษา ภายใต้การกำกับดูแล


Source : nbcnews , the verge , quiverquant

Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
logo-company
Pisit Poocharoen
Former field engineer seeking to break free from traditional learning frameworks. อดีตวิศวกรภาคสนามที่ต้องการหลุดออกจากกรอบการเรียนรู้แบบเดิม ๆ
ลงทะเบียนร่วมงาน AUTOMATION EXPO