บีโอไอเผยตัวเลขการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนปี 2568 ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้ง ด้วยมูลค่ากว่า 1.8 ล้านล้านบาท จาก 3,300+ โครงการ สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลกที่มองไทยเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของภูมิภาค
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2568 พุ่งสูงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุน โดยมีจำนวน 3,370 โครงการ เพิ่มขึ้น 11% และมีเงินลงทุน 1,876,653 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 67% นับเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลนับตั้งแต่ก่อตั้งบีโอไอ

ทำไมนักลงทุนถึงเลือกไทย?
ตัวเลขที่ทุบสถิตินี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของประเทศไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมสีเขียวที่ตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืน นักลงทุนมองว่าไทยมีปัจจัยพื้นฐานที่เหมาะสมกับการลงทุนระยะยาว อาทิ
- โครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ที่เข้มแข็ง
- ศักยภาพด้านพลังงานสะอาด
- บุคลากรที่มีคุณภาพ
- ซัพพลายเชนที่ครบวงจร
- นโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจนและต่อเนื่อง
- จุดยืนที่เป็นกลางและความสัมพันธ์ที่ดีกับนานาประเทศ ทำให้สามารถค้าขายกับตลาดทั่วโลกได้
5 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่โดดเด่น
1. อุตสาหกรรมดิจิทัล – 746,198 ล้านบาท (151 โครงการ) ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์จากบริษัทชั้นนำจากสิงคโปร์ จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น ยุโรป และไทย เช่น ซีนิท ดาต้า เซ็นเตอร์, กาแล็คซี่ พีค ดาต้า เซ็นเตอร์, เคทู สแทรททิจิค อินฟราสตรัคเจอร์ และทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ รวมถึงการพัฒนาซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มบริการดิจิทัล และดิจิทัลคอนเทนต์
2. อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า – 277,645 ล้านบาท (470 โครงการ) โดดเด่นที่การผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) และวัตถุดิบสำหรับ PCB 94 โครงการ มูลค่า 249,162 ล้านบาท จากบริษัทอย่าง เพ๊ง เชิน เทคโนโลยี, โกลด์ เซอร์คิท อีเลคโทรนิคส์, พานาโซนิค แมนูแฟคเจอริ่ง อยุธยา, เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ และที่น่าสนใจคือการตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ต้นน้ำระดับเซลล์ครั้งแรกในไทยของ ซันโวด้า ออโตโมทีฟ เอนเนอร์จี เทคโนโลยี ผู้ผลิตแบตเตอรี่เซลล์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า Top 10 ของโลก
3. อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน – 84,085 ล้านบาท (288 โครงการ) ครอบคลุมโครงการผลิตรถยนต์จากค่ายญี่ปุ่น เช่น อีซูซุมอเตอร์, ผลิตรถจักรยานยนต์จาก ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์, ยางล้อรถยนต์จาก ซูมิโตโม รับเบอร์ รวมถึงยางล้ออากาศยาน ระบบอัจฉริยะในรถยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ต่างๆ
4. อุตสาหกรรมเกษตรและแปรรูปอาหาร – 75,683 ล้านบาท (301 โครงการ) ส่วนใหญ่เป็นการผลิตอาหารและสิ่งปรุงแต่งอาหาร บรรจุภัณฑ์จากผลผลิตทางการเกษตร การแปรรูปยางพารา อาหารสัตว์เลี้ยง และน้ำมันจากพืชหรือสัตว์
5. อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ – 58,396 ล้านบาท (267 โครงการ) มีโครงการขนาดใหญ่ เช่น เม็ดพลาสติกรีไซเคิล ผงคาร์บอนดำสำหรับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน และบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดปลอดเชื้อ
อุตสาหกรรมอื่นที่น่าสนใจ
- พลังงานหมุนเวียน – 107,655 ล้านบาท (445 โครงการ)
- การแพทย์ – 28,883 ล้านบาท (101 โครงการ)
- Smart and Sustainable Industry – 68,269 ล้านบาท (473 โครงการ) เพิ่มขึ้น 99%
เม็ดเงิน FDI ทะลัก
การลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มี 2,421 โครงการ เพิ่มขึ้น 21% มูลค่ารวม 1,359,925 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% โดย 10 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจชั้นนำ ได้แก่
- สิงคโปร์ – 547,316 ล้านบาท (457 โครงการ)
- ฮ่องกง – 245,335 ล้านบาท (266 โครงการ)
- จีน – 172,114 ล้านบาท (982 โครงการ)
- ญี่ปุ่น – 119,098 ล้านบาท (311 โครงการ)
- สหราชอาณาจักร – 100,322 ล้านบาท (29 โครงการ)
- สหรัฐอเมริกา – 33,154 ล้านบาท (61 โครงการ)
- ไต้หวัน – 29,311 ล้านบาท (142 โครงการ)
- เนเธอร์แลนด์ – 24,998 ล้านบาท (68 โครงการ)
- ฝรั่งเศส – 16,097 ล้านบาท (20 โครงการ)
- สวิตเซอร์แลนด์ – 13,823 ล้านบาท (10 โครงการ)
กระจายพื้นที่ทั่วประเทศ
เงินลงทุนเกือบ 60% อยู่ในภาคตะวันออก 1,109,349 ล้านบาท รองลงมาคือ ภาคกลาง 428,137 ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 111,567 ล้านบาท ภาคใต้ 35,044 ล้านบาท ภาคเหนือ 32,465 ล้านบาท และภาคตะวันตก 14,214 ล้านบาท
สัญญาณดี! บัตรส่งเสริมพุ่ง
ในปี 2568 บีโอไอออกบัตรส่งเสริม 2,779 โครงการ มูลค่า 1,152,782 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% เป็นสัญญาณที่ดีว่าในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าจะมีเม็ดเงินลงทุนจริงจำนวนมากเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
นายนฤตม์ระบุว่า โครงการที่ได้รับการส่งเสริมในปี 2568 จะสร้างผลกระทบเชิงบวก ดังนี้
- สร้างงานใหม่กว่า 2.2 แสนตำแหน่ง
- ใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศกว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี
- เพิ่มมูลค่าส่งออกกว่า 2 ล้านล้านบาทต่อปี
แนวโน้ม 2569 ยังคงโตต่อเนื่อง
บีโอไอคาดการณ์ว่าการลงทุนในปี 2569 จะเติบโตต่อเนื่อง โดยมี 5 แรงขับเคลื่อนหลัก:
1. China Plus One Strategy – การโยกย้ายฐานการผลิตจากจีนมาอาเซียน โดยยังคงฐานผลิตในจีนสำหรับตลาดจีน (China for China) และมาลงทุนในอาเซียนเพื่อส่งออกไปตลาดโลก
2. Digital & AI Boom – การพัฒนาเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด เร่งการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ AI Infrastructure บริการคลาวด์ เซมิคอนดักเตอร์ และอุปกรณ์อัจฉริยะ
3. Green Transition – เทรนด์โลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืน สร้างกระแสการลงทุนสีเขียวตลอดห่วงโซ่อุปทาน และการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน
4. Aging Society – การก้าวสู่สังคมผู้สูงวัย ผลักดันการลงทุนในเทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์
5. Thailand’s Readiness – ศักยภาพและความพร้อมของไทย นโยบายชัดเจนและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน
5 ภารกิจเร่งด่วนปี 2569
บีโอไอวางแผนผลักดัน 5 ภารกิจสำคัญเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ:
1. ดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะการสร้างฐาน 5 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ให้มีความมั่นคงและแข็งแกร่ง ได้แก่
- อุตสาหกรรมชีวภาพ (BCG)
- ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และชิ้นส่วน
- เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
- ดิจิทัลและ AI
- ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ
- สุขภาพและการแพทย์, ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์, อากาศยาน
2. พัฒนาบุคลากรไทย เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เป็นการร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง อว. กระทรวงแรงงาน และภาคเอกชน ผ่าน “มาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่” และโครงการ Skill Bridge
3. ดึงดูดบุคลากรทักษะสูง อำนวยความสะดวกด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน ผ่าน BOI visa, LTR visa และ SMART visa รวมทั้งพัฒนาศูนย์ One Stop Service
4. เสริมสร้างซัพพลายเชน จัดกิจกรรมเชื่อมโยงระหว่างบริษัทต่างชาติกับผู้ผลิตไทย ผ่าน Subcon Thailand, THECA และ Sourcing Day พร้อมมาตรการส่งเสริมการร่วมทุนและใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local content)
5. อำนวยความสะดวกในการลงทุน (Ease of Investment) ผ่าน Thailand FastPass บอร์ดบีโอไอคัดเลือกโครงการล็อตแรก 16 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1.7 แสนล้านบาท เพื่อปลดล็อคอุปสรรคการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาไฟฟ้า พลังงานสะอาด พื้นที่ วีซ่า และอื่นๆ
ตัวเลขการลงทุนที่ทะลุ 1.8 ล้านล้านบาทนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นการยืนยันว่าไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ฐานเศรษฐกิจใหม่บนฐานเทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืน พร้อมก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของภูมิภาคอย่างแท้จริง









