การ์ทเนอร์ อิงค์ ประเมินว่า ปี 2569 การใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลกจะพุ่งแตะระดับ 2.52 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตถึง 44% จากปีก่อนหน้า สะท้อนการเร่งลงทุนของภาคธุรกิจทั่วโลกที่กำลังก้าวจากช่วงทดลอง ไปสู่การวางรากฐาน AI อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในมิติของโครงสร้างพื้นฐานที่ยังเป็นหัวใจหลักของการขยายตัว
ข้อมูลจากรายงานระบุว่า หมวด AI Infrastructure เป็นกลุ่มที่มีมูลค่าการใช้จ่ายสูงที่สุด และยังคงขยายตัวต่อเนื่อง จากระดับราว 9.6 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2568 เพิ่มเป็นกว่า 1.36 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2569 และมีแนวโน้มแตะ 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2570 ขณะที่การลงทุนใน AI Services และ AI Software ก็เติบโตแรงตามการนำ AI ไปใช้จริงในองค์กร
จอห์น-เดวิด เลิฟล็อค รองประธานฝ่ายวิจัย การ์ทเนอร์ ระบุว่า การนำ AI ไปใช้ให้เกิดผลลัพธ์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเม็ดเงินเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับความพร้อมของบุคลากรและกระบวนการทำงาน องค์กรที่มีประสบการณ์มากขึ้นเริ่มเปลี่ยนจากการลงทุนตามกระแส ไปสู่การเลือกโซลูชันที่พิสูจน์ผลลัพธ์ได้จริงและให้ผลตอบแทนชัดเจน
ในปี 2569 AI กำลังเข้าสู่ช่วง Trough of Disillusionment หรือช่วงที่ความคาดหวังเริ่มปรับลง ทำให้องค์กรจำนวนมากเลือกใช้โซลูชันจากผู้ให้บริการซอฟต์แวร์รายเดิม แทนการลงทุนโครงการใหม่ที่มีความซับซ้อนสูง โดย ROI กลายเป็นปัจจัยตัดสินสำคัญก่อนขยายการใช้งาน AI ในวงกว้าง
ขณะเดียวกัน การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI เพียงอย่างเดียว ยังเป็นแรงขับหลักให้ตลาด AI-Optimized Servers ในปี 2569 เติบโตถึง 49% และคิดเป็น 17% ของการใช้จ่าย AI ทั้งหมด ส่งผลให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้นอีกกว่า 401,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เร่งปูฐานเพื่อรองรับ AI ระยะยาว

✦ มุมมองในภาคอุตสาหกรรมของทาง MM Thailand
ตัวเลขจากการ์ทเนอร์ตอกย้ำว่า AI กำลังเปลี่ยนจากของใหม่ที่ต้องลองเป็นโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นของเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนที่พุ่งสูงในกลุ่ม Infrastructure และ Server สะท้อนว่าผู้เล่นรายใหญ่กำลังวางเดิมพันระยะยาว มากกว่าหวังผลลัพธ์ระยะสั้น สำหรับภาคอุตสาหกรรมไทย นี่คือสัญญาณชัดว่าการแข่งขันในอนาคตจะไม่ใช่แค่ใครมี AI ใช้ก่อน แต่เป็นใครมีโครงสร้างพื้นฐาน คน และกระบวนการที่พร้อมกว่าในการดึง AI มาเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และสร้างความได้เปรียบอย่างยั่งยืน









