นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งชุดปฏิบัติการเต็มเหนี่ยว นำโดย นางสาวพลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายประสม ดำรงพงษ์ รองหัวหน้าชุดเต็มเหนี่ยว และ นายธัญญารัตน์ พรหมสุทธิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ บริษัท มั่นคงรีไซเคิล จำกัด ซึ่งประกอบกิจการนำเศษวัสดุไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นอันตรายมาคัดแยกและนำกลับมาใช้ใหม่ บดย่อยเศษพลาสติกและทำเม็ดพลาสติกจากพลาสติกใช้แล้ว เข้าข่ายเป็นโรงงาน ประเภท 105 106 ตั้งอยู่ในซอยสุนทรวิภาค อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีประชาชนร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็นรบกวนชุมชนนั้น
จากการตรวจสอบพบว่า โรงงานดังกล่าวมีกลิ่นจากการประกอบกิจการตามที่ร้องเรียนจริง และโรงงานฯ ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการประกอบกิจการ ดังนี้
1) ผลิตภัณฑ์และกากของเสียที่เหลือจากกระบวนการผลิตขั้นสุดท้าย ต้องอยู่ภายในอาคารที่มีหลังคาคลุม บนพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ในกรณีที่เป็นของเหลวต้องบรรจุในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด และมีเขื่อนหรือกำแพงล้อมรอบพื้นที่จัดเก็บ
2) กากของเสียที่เหลือจากกระบวนการผลิตขั้นสุดท้ายต้องนำไปกำจัดโดยใช้บริการโรงงานผู้ให้บริการกำจัดกากอุตสาหกรรม (Waste Processor) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้วเท่านั้น นอกจากนี้ยังพบว่าไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 โดยเพิ่มจำนวน หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรโดยไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และพบว่าไม่มีระบบบำบัดน้ำเสียก่อนระบายออกนอกโรงงาน
นายธนกร กล่าวว่า เราจะไม่ปล่อยให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากกลิ่นหรือมลพิษอีกต่อไป โดยเฉพาะโรงงานรีไซเคิลและกากอุตสาหกรรมที่สังคมจับตามอง กระทรวงฯ ได้จัดโครงการและงบประมาณให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ลงพื้นที่ตรวจกำกับแนะนำโรงงานลำดับที่ 101 105 และ 106 อย่างเข้มข้นทั้ง 1,387 รายทั่วประเทศ เพื่อให้ดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กรณีพบข้อร้องเรียนและถูกคำสั่งฯ ให้ปรับปรุงแก้ไข หากจงใจไม่แก้ไขหรือขอขยายระยะเวลาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรจะถูกสั่งปิดทันที“
ทั้งนี้ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ ได้มีคำสั่งให้โรงงานรีไซเคิลดังกล่าว แก้ไขปรับปรุงให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ภายในเวลา 30 วัน และได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย หากไม่ปรับปรุงแก้ไขหรือไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องภายในเวลาระยะเวลาที่กำหนด กระทรวงฯ มีอำนาจสั่งปิดโรงงาน และมีผลถึงเพิกถอนใบอนุญาตได้อีกด้วย









