บีโอไอร่วมกับสถานทูตจีนประจำประเทศไทยหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจัดงาน”Thailand-China Investment Forum” นักลงทุนจีนเข้าร่วมงานคับคั่งกว่า800 คนเปิดมุมมองใหม่สู่โอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงพร้อมให้ข้อมูลและแนวปฏิบัติที่ถูกต้องแก่นักลงทุนจีนตอกย้ำยุทธศาสตร์การสร้างฐานการผลิตที่มีคุณภาพร่วมกันสะท้อนความเชื่อมั่นตัวเลขลงทุนจีน5 ปีพุ่งกว่า6 แสนล้านบาท
นายนฤตม์เทอดสถีรศักดิ์เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอได้ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน จัดงาน “Thailand-China Investment Forum: Keys to Success & Sustainable Growth for Chinese Enterprises” เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย พร้อมทั้งให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับกฎระเบียบในการประกอบธุรกิจในประเทศไทยและแนวปฏิบัติที่ถูกต้องแก่นักลงทุนจีน
โดยมีวิทยากรจากหลายหน่วยงานมาร่วมกันให้ข้อมูล เช่น เลขาธิการบีโอไอ เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้บริหารของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกรมการจัดหางาน อีกทั้งมีหน่วยงานพันธมิตรร่วมออกบูธให้คำปรึกษากว่า 20 หน่วยงาน โดยมีนักลงทุนจีนในประเทศไทยให้ความสนใจเข้าร่วมงานกว่า 800 คน ส่วนใหญ่มาจากอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์โลหะและวัสดุ เครื่องจักรกล เคมีภัณฑ์ และดิจิทัล
นายนฤตม์กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี และกระแสความยั่งยืน ผลักดันให้บริษัทชั้นนำทั่วโลกต้องปรับแผนธุรกิจใหม่ โดยมองหาแหล่งลงทุนที่มีเสถียรภาพ มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี และมีความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการลงทุนยุคใหม่นี้ โดยนักลงทุนจากประเทศจีน จะเป็นหนึ่งในกลุ่มนักลงทุนที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในทศวรรษหน้า
โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2564–2568) มีคำขอรับการส่งเสริมจากจีนรวมกว่า 2,400 โครงการ มูลค่ากว่า 6 แสนล้านบาท ปัจจุบันมีบริษัทจีนชั้นนำระดับ Fortune China 500 จำนวนมากเข้ามาตั้งฐานธุรกิจในไทย ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า เช่น BYD, SAIC (MG), GWM, Changan กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ เช่น Midea, Haier, Hisense กลุ่มดิจิทัล เช่น Alibaba Cloud, Huawei, Tencent, TikTok กลุ่มแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน เช่น Sunwoda, Gotion, CALB เป็นต้น
“โครงการลงทุนจากจีนในประเทศไทยที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ ส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างงานคุณภาพแก่บุคลากรไทย รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถพัฒนาตนเองเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกในหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ดิจิทัลและ AI ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ งาน Thailand-China Investment Forum ครั้งนี้ บีโอไอตั้งใจจัดขึ้นเพื่อให้นักลงทุนจีนที่เข้ามาลงทุนในไทยได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจกฎกติกา และดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเจริญเติบโตร่วมกัน ระหว่างการลงทุนจากจีนกับการพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน” นายนฤตม์ กล่าว
ฯพณฯ จางเจี้ยนเหว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้กล่าวสุนทรพจน์ โดยเน้นย้ำความคาดหวังต่อบริษัทจีนที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย 3 ประการ ได้แก่
1. การดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นในกฎระเบียบของไทยอย่างเคร่งครัด พร้อมรักษามาตรฐานการดำเนินงานที่โปร่งใสและมีความรับผิดชอบ
2. การเสริมสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อวัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมจีน–ไทย
3. การขับเคลื่อนแนวคิด “In Thailand, For Thailand” ผ่านการเพิ่มการลงทุนในท้องถิ่น การพัฒนาบุคลากรไทย และการส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและการวิจัย ตลอดจนการมีส่วนร่วมต่อสังคมและชุมชน เพื่อให้การลงทุนของจีนมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ นางอารดาเฟื่องทองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ได้บรรยายเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ “ถิ่นกำเนิดสินค้า” เพื่อเสริมศักยภาพการผลิตในประเทศไทยสู่การส่งออกอย่างยั่งยืน นายสุเมธตั้งประเสริฐผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกทำเลที่ตั้งและข้อปฏิบัติในการจัดตั้งโรงงานภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม อีกทั้งยังมีผู้แทนจากบีโอไอสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกรมการจัดหางาน ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สิทธิประโยชน์ด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงานสำหรับผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ รวมถึงกฎระเบียบในการดูแลแรงงานในประเทศไทย เพื่อให้นักลงทุนจีนสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องและราบรื่น
งานสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและกฎระเบียบการลงทุนของประเทศไทย พร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนจีนในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสนับสนุนให้การลงทุนจากจีนสามารถเติบโตควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจไทยและห่วงโซ่อุปทานในประเทศอย่างยั่งยืน









