Intelligent Asia Thailand
ieat strategy 2026 clean energy investment middle east crisis

กนอ. กางแผนปี’69 รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ดันพลังงานสะอาด–นวัตกรรม หนุนไทยเป็นฐานลงทุนโลก

Date Post
10.03.2026
Post Views

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) กางแผนรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง  ชูบทบาท”Partner
เชิงกลยุทธ์” เร่งอัดฉีดนวัตกรรมและพลังงานสะอาดชดเชยต้นทุนการผลิตและโลจิสติกส์ที่พุ่งสูงจากเหตุความไม่สงบชงมาตรการฟรีค่าเช่า2 ปีดึงเม็ดเงินลงทุนอุตสาหกรรมยุคใหม่เข้าไทยมั่นใจนำพาภาคอุตสาหกรรมเติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางความผันผวนของโลกในปี2569

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนนิคมอุตสาหกรรมท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์การเผชิญหน้าในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก กนอ. ยืนยันความพร้อมการทำหน้าที่เป็น “Partner เชิงกลยุทธ์” เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการผ่านแผนดำเนินงานปี 2568-2569 ที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะเพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอก 

นายสุเมธ ระบุว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์พลังงานของโลกมีความเสี่ยงสูงขึ้น โดยภาคเอกชนประเมินว่าไทยอาจได้รับแรงกระแทกจากการพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางบ้าง และอาจส่งผ่านไปยังต้นทุนการผลิตและค่าไฟฟ้าของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อรับมือกับวิกฤตนี้  กนอ. กำลังเร่งยกระดับสู่โครงสร้างพื้นฐานขั้นสูง (Advanced Infrastructure) โดยเน้นการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานผ่านการส่งเสริมโรงไฟฟ้า SPP/IPP และการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป รวมถึงโซลาร์ลอยน้ำ (floating solar) ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เพื่อก้าวสู่เป้าหมาย RE100 และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 315,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น

ขณะที่ด้านโลจิสติกส์ที่ผู้ส่งออกกำลังเผชิญกับค่าเบี้ยประกันความเสี่ยงสงคราม (War Risk Premium) ที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 50% และระยะเวลาขนส่งที่นานขึ้นจากการปรับเส้นทางเรือ กนอ. ได้เสนอแนวทาง “คืนเวลา” เพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นด้วยการใช้ความยืดหยุ่นด้านกฎระเบียบ (Regulatory Flexibility) ผ่านการนำเทคโนโลยี AI และ OCR มาช่วยในระบบอนุญาตอัจฉริยะ (I-EA-T EASE) ซึ่งสามารถลดระยะเวลาบริการจากเดิมเฉลี่ย 55 นาที เหลือเพียง 11-19 นาที พร้อมปรับขั้นตอนให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มโครงการได้ไวขึ้น แม้จะอยู่ในกระบวนการรอผล EIA เพื่อสร้างความมั่นใจในความเร็วและความแน่นอนของการทำธุรกิจ 

“ผมมั่นใจว่า ไทยยังมีความได้เปรียบเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในการเป็นฐานการผลิตที่มั่นคง หรือ โอกาสทองสำหรับการย้ายฐานการผลิต(Supply Chain Reconfiguration) ซึ่ง กนอ.ได้ปรับตำแหน่งเชิงกลยุทธ์จาก ‘ผู้จัดสรรที่ดิน’ สู่การเป็น ‘Industrial FDI+ Platform’ ขณะเดียวกัน กนอ.ยังได้อัดฉีดมาตรการจูงใจที่จับต้องได้จริง เช่น มาตรการฟรีค่าเช่าที่ดินและค่าบำรุงรักษาเป็นเวลา 2 ปี ในนิคมอุตสาหกรรมนำร่อง เพื่อดึงดูดกลุ่มอุตสาหกรรมยุคใหม่ (New Economy) อาทิ EV, Electronics และ Digital พร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์เตือนภัยทางเศรษฐกิจเพื่อให้โรงงานวางแผนบริหารสต็อกวัตถุดิบได้ทันท่วงที” นายสุเมธกล่าว 

นายสุเมธ กล่าวอีกว่า กนอ. ยังให้ความสำคัญกับการประคอง SME และห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศผ่านโครงการ SMEs + Matching MMC เพื่อผลักดัน Local Suppliers ไทยให้เข้าสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลก รวมถึงการดูแลทรัพยากรมนุษย์ผ่านโครงการตรวจสุขภาพปอดเชิงรุกด้วย AI เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานในนิคมฯ ท่ามกลางภาวะตึงเครียด 

“แม้ปี 2569 จะมีความท้าทายสูง แต่ด้วยความพร้อมด้านนวัตกรรมและธรรมาภิบาล กนอ. ผมเชื่อมั่นว่าเราสามารถนำพาภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน” นายสุเมธ กล่าวปิดท้าย

กนอ.กางแผนปี 69 รับมือวิกฤตโลก

✦ มุมมองในภาคอุตสาหกรรมของทาง MM Thailand

ยุทธศาสตร์ของ กนอ. สะท้อนแนวโน้มสำคัญของนิคมอุตสาหกรรมทั่วโลกที่กำลังเปลี่ยนจาก “พื้นที่โรงงาน” ไปสู่ “แพลตฟอร์มอุตสาหกรรมอัจฉริยะ” ที่เชื่อมโยงพลังงานสะอาด ดิจิทัล และซัพพลายเชน หากประเทศไทยสามารถใช้โอกาสจากการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนโลก และดึงดูดการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยยกระดับบทบาทของไทยจากฐานการผลิตแบบดั้งเดิมไปสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในภูมิภาค


Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company