industry ministry crackdown non tisi products bangkhuntian warehouse

“ธนกร” ส่งชุด “เต็มเหนี่ยว” ลุยสแกนตรวจคลังสินค้า 38 แห่งย่านบางขุนเทียน

Date Post
16.03.2026
Post Views

พบสินค้าไม่มี มอก.กว่า 300 ชิ้น กำชับคุมเข้มสินค้าไม่ได้มาตรฐาน สกัดไม่ให้ถูกส่งต่อถึงมือประชาชนลั่นพร้อมเด็ดขาดกับผู้ทำผิดทุกราย


นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการเต็มเหนี่ยว นำโดย นางสาวพลอยลภัสร์ สิงโตทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ลงพื้นที่สแกนตรวจเข้มสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ในคลังสินค้า 38 แห่ง ย่านบางขุนเทียน กรุงเทพฯ เพื่อสกัดก่อนถึงมือประชาชน

ทั้งนี้ปฏิบัติการครั้งนี้แม้จะไม่ได้มีท่าเรือขนส่งสินค้าหลักตั้งอยู่ในพื้นที่โดยตรง แต่ในเชิงโลจิสติกส์จะเชื่อมต่อกับท่าเรือสำคัญในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งการนำเข้า-ส่งออกสินค้าผ่านตู้คอนเทนเนอร์โดยมากมักจะใช้การขนส่งทางรถบรรทุกจากโกดังในย่านบางขุนเทียน เพื่อไปลงเรือที่ท่าเรือคลองเตย หรือท่าเรือแหลมฉบัง พื้นที่โซนนี้จึงเป็นแหล่งรวมคลังสินค้าที่เป็นจุดพักสินค้านำเข้าจากต่างประเทศจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาตรวจพบสินค้าไม่ได้มาตรฐานในคลังสินค้าย่านนี้อยู่บ่อยครั้ง ถือเป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยงที่ต้องจับตามองและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งจากการลงพื้นที่ของชุดปฏิบัติการเต็มเหนี่ยวเพื่อตรวจสอบคลังสินค้าทั้ง 38 แห่งในครั้งนี้ พบสินค้าไม่มี มอก. 300 ชิ้น เช่น ของเล่น ก๊อกน้ำ หมวกกันน็อก และเครื่องเสียง MP3 กระทรวงอุตสาหกรรมจะยังคงเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เพื่อสกัดสินค้าไม่ได้มาตรฐานก่อนถูกส่งต่อถึงมือประชาชน

นายธนกร กล่าวอีกว่า นอกจากการตรวจคลังสินค้าทั้ง 38 แห่งแล้ว ยังเข้าตรวจสอบหมวกกันน็อกของกลางที่ยึดอายัดไว้ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 9,633 ใบ มูลค่ากว่า 2,700,000 บาท ที่คลังสินค้าของบริษัท เวรี่ ริช ออนไลน์ จำกัด เลขที่ 859/13 ถนนอนามัยงามเจริญ แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ซึ่งมีประวัติเคยถูกจับกุมเรื่องหัวนมยางสำหรับขวดนม (จุกนม) ไม่ได้มาตรฐาน ต่อมามีการยื่นขออนุญาตนำเข้าอย่างถูกต้อง สมอ. จึงเข้าดำเนินการถอนอายัดสินค้าที่ยึดไว้ แต่กลับพบว่ามีการนำเข้าหมวกกันน็อกไม่มีเครื่องหมาย มอก. มาจำหน่ายด้วย สมอ. จึงยึดอายัดหมวกกันน็อกดังกล่าวไว้ทั้งหมด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าของกลางทั้งหมดยังอยู่ครบในสภาพเดิม ไม่มีการเคลื่อนย้ายแต่อย่างใด 

“ขอฝากถึงผู้ประกอบการทุกรายที่กระทำผิดกฎหมาย ห้ามเคลื่อนย้ายของกลางโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีความผิดตามมาตรา 142 นำเอกสารการยึดอายัดของเจ้าหน้าที่ออกไป ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ยืนยันว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจะเด็ดขาดกับผู้กระทำผิดทุกราย” นายธนกร กล่าว

ด้านนายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการ สมอ. กล่าวว่า สมอ. บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ทั้งผู้ทำ ผู้นำเข้า และผู้จำหน่าย โดยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สมอ. ได้อายัดสินค้าไม่ได้มาตรฐานเป็นมูลค่ากว่า 51 ล้านบาท ซึ่งลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับเมื่อปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกัน ที่มีมูลค่ากว่า 141 ล้านบาท นอกจากนี้ สมอ. ยังบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ ปูพรมการตรวจควบคุมการจำหน่ายสินค้าในท้องตลาด โดยเฉพาะสินค้าที่มีความเสี่ยงสูงและส่งผลกระทบในวงกว้างกับความปลอดภัยของประชาชน ตลอดจนสร้างเครือข่ายภาคเอกชนและเครือข่ายวิชาชีพในพื้นที่ให้มีความรู้ด้านการมาตรฐาน เพื่อเตรียมพร้อมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังสินค้าไม่ได้มาตรฐานในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม เลขาธิการ สมอ. กล่าว


Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
Thai NS Solution