Thai NS Solution
Thai NS Solution
TMTS 2026 จัดแสดง AI ในงาน

TMTS 2026: AI พลิกโฉมวงการ Machine Tool ไต้หวันได้อย่างไร?

Date Post
20.04.2026
Post Views

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามามีส่วนในธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่มักจะมีการใช้งานเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด เพื่อแก้ปัญหา Pain Point ต่าง ๆ ซึ่งหากมองเฉพาะในส่วนของเครื่องมือกลหรือ Machine Tool แล้ว ก็อาจจะเกิดคำถามว่าพวกหัวกัด เม็ดมีด เครื่องจักรขึ้นรูป เครื่องมือจับยึดต่าง ๆ จะนำเอา AI มาใช้ได้อย่างไรบ้าง ซึ่งงาน TMTS 2026 ได้นำเสนอคำตอบและมุมมองเหล่านี้เอาไว้ได้อย่างน่าสนใจครับ

Table of Contents

TMTS 2026 ‘เมื่อ AI เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางด้านความยั่งยืนสำหรับ Machine Tool’

คุณ Patrick P. Chen ประธานสมาคม Taiwan Machine Tool & Accessory Builders’ Association (TMBA) ในฐานะผู้จัดงาน Taiwan International Machine Tool Show (TMTS) 2026 ได้มองเห็นความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้นในแวดวงของ Machine Tool ในยุคปัจจุบัน ที่ผู้ผลิตต้องเผชิญหน้ากับเงื่อนไขอันหลากหลายที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อพฤติกรรมการทำงานและการจัดซื้อจัดจ้างในวงกว้าง กลยุทธ์ดั้งเดิมอย่างการหาจุดสมดุลระหว่างคุณภาพและราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งความคุ้มค่านี้ที่เป็นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์จากไต้หวันมาตลอดอาจไม่เพียงพออีกต่อไป บทบาทใหม่ในฐานะของผู้นำเสนอโซลูชั่นเพื่อแก้ปัญหาได้อย่างครบวงจรจึงได้กลายเป็นทิศทางสำคัญของการแข่งขันในอุตสาหกรรม Machine Tool ของไต้หวันยุคใหม่ ดังนั้น การรับบทบาทเป็นเพียง OEM จึงต้องเปลี่ยนเป็นการนำเสนอกระบวนการที่ครบมิติ ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่เพิ่มเติมอย่างอากาศยาน การแพทย์ และความมั่นคง เปลี่ยนผ่านสู่แนวคิด Globalization 2.0 ที่เน้นการผลิตในประเทศต่าง ๆ เพื่อให้ตอบสนองต่อพื้นที่นั้น ๆ ได้มากขึ้น ตลอดจนการส่งออกองค์ความรู้ อาทิ การขายสิทธิบัตร การฝึกอบรม และวิศวกรรมสำหรับแอปพลิเคชันที่ต้องการในตลาด

จะสังเกตได้ว่าแนวทางใหม่ที่สมาคม TMBA ประกาศนั้น ส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนของอุตสาหกรรม Machine Tool ของไต้หวันในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการโฟกัสไปที่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง การแก้ปัญหาเรื่อง Localization โดยการขยายฐานการผลิตไปยังประเทศที่เป็นคู่ค้าที่มีศักยภาพ และความพยายามในการเปลี่ยนภาพจำของอุตสาหกรรมจากไต้หวันเสียใหม่ จากความคุ้มค่าราคาที่เข้าถึงได้ สู่การเป็นแบรนด์ที่มีความพรีเมียมมากขึ้น และตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบมิติมากขึ้น ซึ่ง AI ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ใหม่นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ AI ในการขับเคลื่อนผลิตภาพการทำงานที่เกิดขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่

  1. งานออกแบบและงานวิศวกรรม – Optimize การทำงานผ่านการจำลองก่อนที่จะดำเนินการในโลกจริง
  2. การสร้างและการผลิต – ขับเคลื่อนการประกอบด้วยข้อมูล
  3. กระบวนการทำงาน – การวางแผนและการดำเนินการอัจฉริยะ
  4. งานซ่อมบำรุง – การบริหารจัดการวงจรชีวิตในงานซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์

แนวคิดการใช้ AI ในรูปแบบนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของเทคโนโลยีในแต่ละช่วงของ Supply Chain ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เน้นย้ำให้เห็นว่า AI ในวันนี้ไม่ได้ทำงานแยกเป็น Node เดี่ยว ๆ อีกต่อไป แต่เป็นการทำงานอย่างต่อเนื่องและใช้ข้อมูลร่วมกันอย่างเป็นองคาพยพ ทำให้สามารถติดตามข้อมูลย้อนหลังและคาดการณ์สถานการณ์ในอนาคตได้ ตลอดจนเพิ่มศักยภาพในกระบวนการที่เกี่ยวข้องได้แบบ Real-Time อีกด้วย ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือ กระบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ลดความสูญเปล่าในมิติต่าง ๆ ได้ครอบคลุมมากกว่าที่เคยมีมา ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรที่ใช้ วัสดุ พลังงาน รวมถึงความเหนื่อยล้าของคนก็เช่นกัน ทางสมาคมฯ จึงได้มีการมอบป้ายรางวัล AI EMPOWERMENT สำหรับผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ที่มีความโดดเด่นภายในงาน TMTS 2026 ซึ่งมีมากถึง 11 ผลิตภัณฑ์ จาก 9 แบรนด์ที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว

‘Ecosystem’ คำตอบของการเชื่อมต่อ AI สู่ Machine Tool

จากคำถามแรกที่ได้กล่าวถึงในช่วงแรกของบทความว่า Machine Tool จะก้าวเข้าสู่ยุคของ AI ได้อย่างไร งาน TMTS 2026 ได้ให้คำตอบของเรื่องนี้เอาไว้อย่างชัดเจน ผ่านการจัดแสดงโซลูชั่นที่ตั้งใจให้ครอบคลุมกระบวนการที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำให้ใกล้เคียงกับการใช้งานจริงมากที่สุด เกิดเป็นภาพของ Ecosystem หรือระบบนิเวศในการผลิตสำหรับอุตสาหกรรมที่ใช้ Machine Tool แบบครบวงจร

ความสามารถในการ Monitor หรือติดตามข้อมูลเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งาน Machine Tool หรือโรงงานต้องการเป็นพื้นฐานในยุคปัจจุบัน เครื่องจักรจำนวนมากที่ทำงานพร้อมกันในโรงงานนั้น ทำให้เกิดข้อมูลจำนวนมหาศาลพร้อมกันในเสี้ยววินาที หากเกิดความผิดปรกติขึ้นเพียงเล็กน้อยก็กลายเป็นเรื่องยากที่จะตรวจสอบและแก้ไขได้แบบ Real-Time ด้วยข้อจำกัดของมนุษย์ที่มี และการออกแบบระบบให้ทำงานแบบ Rule-Based ก็ไม่สามารถปรับตัวตามสถานการณ์ได้อย่างครอบคลุมเช่นกัน นี่คือช่องว่างที่ AI สามารถเข้ามาเติมเต็มและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่โรงงานมีอยู่แล้วให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลระดับสูงสุด

การมาถึงของ AI ใน Machine Tool จึงอาจไม่ได้ต่างกับงานในส่วนอื่น ๆ ของภาคการผลิตมากนักที่เป็นการเติมผู้ช่วยอัจฉริยะเข้าไปในระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องให้เหมือนมีคนนั่งดูข้อมูลทุกอย่างแล้วปรับจูนตลอดเวลา ซึ่งหากถามว่าแล้วงานแบบไหนจะใช้ AI ได้ชัดเจนที่สุด คำตอบง่าย ๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องของการจำลอง (Simulation) ในกระบวนการผลิต การออกแบบ ตลอดจนการใช้ AI Machine Vision เพื่อตรวจสอบคุณภาพจะชัดเจนที่สุด แต่ในแง่ของ Machine Tool นั้น ความโดดเด่นของ AI จะตกไปอยู่ในส่วนของกระบวนการทำงานและการซ่อมบำรุง เช่น การตรวจจับและวิเคราะห์การสั่นสะเทือนระหว่างการขึ้นรูปชิ้นงานแบบ Real-Time ที่จะทำให้เห็นถึงแนวโน้มของคุณภาพชิ้นงาน การทำงานของเครื่องจักร ความพร้อมของเม็ดมีด ซึ่งทำให้สามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขได้ทันก่อนจะเกิดความเสียหายต่อเครื่องจักรหรือชิ้นงาน ดังนั้น สิ่งที่ TMTS 2026 ทำจึงสะท้อนภาพของอุตสาหกรรมยุคใหม่ว่าจะนำ AI มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไรในเวลาเดียวกัน

ความสำเร็จของการผลิตยุคใหม่ ‘แบรนด์’ ต้องเปิดใจและร่วมมือกันเพื่อสร้างความเติบโต

เพื่อให้เกิดระบบนิเวศของเทคโนโลยียุคใหม่อย่าง AI ให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพจริง การบูรณาการเทคโนโลยีในระบบทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกันเพื่อทำงานและแบ่งปันข้อมูล เป็นเงื่อนไขสำคัญในโลกการแข่งขันยุคใหม่ การที่จะสามารถดำเนินการในรูปแบบดังกล่าวได้ แบรนด์ต่าง ๆ ต้องเปิดประตูเทคโนโลยีของตัวเองและสร้างความร่วมมือกับเจ้าของเทคโนโลยีรายอื่น ๆ 

เราอาจจะเคยเห็นงานแสดงสินค้าต่าง ๆ จัด Show Case ที่มีแบรนด์ใหญ่สักแบรนด์เป็นเจ้าภาพ แล้วมีเทคโนโลยีจากแบรนด์อื่น ๆ มาเป็นส่วนประกอบ แต่ TMTS 2026 นั้นต่างออกไป เพราะแบรนด์ใหญ่ที่เป็นส่วนหนึ่งของกรรมการสมาคมเองได้ก้าวออกมาข้างหน้าและสร้างความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอย่าง TTGroup (Tongtai Machine & Tool) และ YCM  ตลอดจนเปิดพื้นที่ที่สะท้อนให้เห็นภาพของระบบนิเวศการผลิตยุคใหม่ร่วมกับแบรนด์อื่น ๆ อย่างเป็นจริงเป็นจัง ไม่ใช่แค่การเอาเครื่องมาตั้งทำให้เห็นว่า Machine Tending ทำอะไรได้บ้าง แต่เป็นการเอาของจริงมาวางให้เห็นเลยว่าเทคโนโลยีนี้ ในส่วนนี้ทำอะไรได้บ้าง มีทั้งส่วนที่เป็นการบูรณาการร่วม และส่วนที่เป็นเทคโนโลยีนั้น ๆ ตั้งแยกออกมาให้เห็นตัวอย่างการใช้งานและทดลองใช้ ซึ่งแต่ละสถานี แต่ละมุมมีเจ้าหน้าที่พร้อมพูดคุยให้ความรู้ตลอดทั่วทั้งงาน ซึ่งการเดินชมในฐานะสื่อที่ได้รับเกียรติจากผู้บริหารสมาคมฯ ทั้ง 2 บริษัท ทำให้เข้าใจถึงแนวคิดและความสำคัญของรูปแบบประสบการณ์ที่ต้องการนำเสนอมากขึ้น

กรณีศึกษา: AI x Machine Tool การพลิกโฉมครั้งสำคัญของการผลิตจากไต้หวัน

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า AI ในโลกของ Machine Tool นั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง MMThailand ขอนำทุกท่านไปทำความรู้จักกับเทคโนโลยีด้าน AI บางส่วนที่งาน TMTS 2026 ได้นำเสนอ ซึ่งภายในงานมีทั้งเทคโนโลยีที่ทางไต้หวันพัฒนาขึ้นมาเอง และเทคโนโลยีระดับสากลด้วยเช่นกัน

TTGroup x YCM – สองแรง หนึ่งอนาคต

พื้นที่จัดแสดงภายใต้แนวคิด Two Forces, One Future ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ TTGroup และ YCM ที่เป็นหัวหอกหลักนั้น เป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน TMTS 2026 มีการจัดแสดงเทคโนโลยีมากกว่า 36 โซลูชั่นใน 5 พื้นที่ที่ประกอบไปด้วย ระบบนิเวศ, พื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมด้านวิศวกรรมเข้มข้นรูปแบบ One-Stop Solution, ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ, Digital Transformation และเทคโนโลยีการผลิตหลัก ซึ่งได้แบ่งการทำงานของ AI สำหรับ Smart Machine Solution เอาไว้ 3 กระบวนการหลัก ดังนี้

Pre MachiningMachining Post Machining
การตรวจสอบความผิดพลาดก่อนการทำงานจริง ด้วยการใช้ AI ในการยืนยันความถูกต้องของเครื่องจักร การออกแบบ ตลอดจนการตรวจสอบความปลอดภัยของ AOIกระบวนการตรวจสอบการทำงาน-การประกันคุณภาพ ด้วยการแสดงข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล และใช้ AI ในการชดเชยความร้อนที่เกิดขึ้นขณะดำเนินการสำหรับ Spindle และ Axial รวมถึงตรวจสอบสถานะของกิจกรรม พร้อมใช้ AOI ตรวจวัดงานด้านการซ่อมบำรุงและงานบริการ ครอบคลุมถึงการบริหารจัดการพลังงาน การใช้ AI เพื่อชดเชยความร้อน, ระบุปัญหา, ซ่อมบำรุง และการวิเคราะห์ผลิตภาพ

หากใครยังจำได้ในการเข้าชมงาน TMTS 2024 นั้น TTGroup ได้มีการนำเสนอ Generative AI ที่ช่วยในการทำความเข้าใจและเลือกใช้ Cutting Tool ให้เหมาะสมกับงาน และใน TMTS 2026 นี้ถูกยกระดับมาเป็น Agentic AI เรียบร้อยแล้ว เกิดเป็น Co-Pilot ที่ช่วยบริหารจัดการโรงงานอัจฉริยะยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมกำลังจาก NVIDIA OMNIVERSE ซึ่งได้แบ่งการจัดแสดงโซลูชั่นเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่

Digital TwinTalk to Your FactoryCross Platform Intelligence
แสดงการทำงานของระบบการผลิตอัจฉริยะจริงภายในงาน ควบคู่ไปกับเทคโนโลยี Digital Twin สะท้อนภาพของเทคโนโลยีที่นำมาใช้งานได้แล้วในบริบทของงานอุตสาหกรรมการบริหารจัดการและติดตามข้อมูลในโรงงานจะง่ายยิ่งขึ้น ด้วยการใช้ Natural Language หรือภาษาที่เราใช้พูดคุยกันในชีวิตประจำวัน เพื่อสื่อสารกับ AI ในโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นการขอข้อมูล การสั่งงาน และการจัดการต่าง ๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเป็นการเชื่อมต่อข้อมูลข้ามแพลตฟอร์ม ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต และการติดตามข้อมูล เพื่อให้เกิดการใช้ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ และเกิดการแลกเปลี่ยน ตลอดจนการวิเคราะห์สถานการณ์ได้แบบ Real-Time ลดความสูญเปล่าที่เกิดขึ้น รวมถึงแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

นอกจากการจัดแสดงนวัตกรรมและเครื่องจักรจากทั้งสองแบรนด์หลักแล้ว ยังมีพื้นที่นำเสนอโซลูชั่นด้านดิจิทัลจากค่ายอื่น ๆ ที่เรียกว่ามีความโดดเด่นในสายงานของตัวเองด้วยเช่นกัน อาทิ

  • Manufacturing Operations Management (MOM) จาก DOT ZERO แพลตฟอร์มสำหรับการผลิตที่ทำงานได้อย่างหลากหลาย โดยมี AI สนับสนุน ตั้งแต่การทำเอกสารรายงาน, การตรวจสอบโรงงานแบบ Panoramic 360 องศา, การวางแผนการทำงานต่าง ๆ และงานด้านใบเสนอราคา 
  • MASTERCAM ซอฟต์แวร์สำหรับการออกแบบชิ้นงาน 3 มิติ ที่มี Copilot ซึ่งเป็น AI ในการสนับสนุนการออกแบบ เพิ่มประสิทธิภาพ Workflow ในการทำงานให้สะดวกและทรงพลังยิ่งขึ้น
  • SIEMENS Digital Twin และ 3D Scanning การขับเคลื่อนกระบวนการผลิตด้วยข้อมูลอันครบถ้วนที่ได้แบรนด์ใหญ่อย่าง SIEMENS นำเสนอตัวอย่างการทำงานดังกล่าวในพื้นที่พิเศษและบูธของตัวเองภายในงาน
  • FANUC Precise Mapping เปลี่ยนความแม่นยำจากการจำลองสู่การทำงานจริงของเครื่องจักร ลดปัญหาที่มักพบเจอได้จากช่องว่างของการจำลองและการทำงานจริง
  • YCM Smart Service ยกระดับงานบริการด้วยการใช้ AI ในกระบวนการบริการที่เกี่ยวข้อง
  • PTC AI-Powered CAM Manufacturing โซลูชั่นการใช้ AI ในระบบอัตโนมัติเพื่อออกแบบวิธีที่ดีที่สุดในการทำงานของเครื่องจักรและสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องจักรได้อย่างหลากหลาย

นอกเหนือไปจากนวัตกรรมโซลูชั่นด้านดิจิทัลแล้ว ในพื้นที่เดียวกันนี้ยังมีพันธมิตรรายอื่น ๆ ที่เข้ามาร่วมเสนอนวัตกรรมด้านความยั่งยืนอีกด้วย อาทิ Hai Lu Jya He ที่นำเสนอแพลตฟอร์ม AI ในการจัดซื้อน้ำมันหล่อเย็นที่สนับสนุนการจัดซื้อด้วยข้อมูล ทำให้ยืดอายุเครื่องมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิด Lean ในการทำงานได้ในเวลาเดียวกัน

การจัดพื้นที่แสดงในรูปแบบดังกล่าว นับว่าเป็นเรื่องที่มีความทะเยอทะยานสูง และแน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ออกมาก็ต้องยอมรับว่าค่อนข้างดีมากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอ Show Case ที่สามารถจับต้องได้จริง ตลอดจนการนำเสนอเทคโนโลยีซึ่งเป็นส่วนประกอบในแต่ละงานของการผลิตได้อย่างครอบคลุม ทำให้มองเห็นภาพใหญ่ของความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นได้ว่าต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง และเทคโนโลยีอย่าง AI ก็ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในทุกรายละเอียดปลีกย่อยอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดแสดงกรณีตัวอย่างที่สอดคล้องกับ Profile ของงานอย่างกลุ่ม Machine Tool และโลหการต่าง ๆ 

SPEMA การรวมตัวกันของ ‘ผู้ผลิตที่ให้ความสำคัญกับความแม่นยำระดับสูงพิเศษ’

SPEMA หรือ Super Precision Equipment Manufacturers Association เป็นการรวมตัวกันของพันธมิตรผู้ผลิตเครื่องจักรที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษในเรื่องของความแม่นยำที่ประกอบไปด้วย detron, CHEVALIER, AccuteX, PALMARY, FOCUS CNC และ QUASER โดยมีเทคโนโลยีที่ได้รับรางวัลด้าน AI EMPOWERMENT จาก 2 แบรนด์ ได้แก่

AccuteX AZ-400A เครื่อง EDM ความแม่นยำสูงที่นำมาจัดแสดงภายในงาน มีจุดเด่นอยู่ที่รองรับการทำงานสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 ด้วย EtherCAT เปิดทางสู่การทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อาทิ Automatic Alignment เป็นต้น และอีกแบรนด์ คือ detron ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบยึดจับและวางชิ้นงาน มีการนำระบบควบคุมฐานจับชิ้นงานความแม่นยำสูงผ่านซอฟต์แวร์พิเศษที่ช่วยในการคำนวณความหนาของ Cam Shaft ได้อย่างแม่นยำ 

Keyarrow ยกระดับชิ้นส่วนสำหรับเครื่องจักรสู่การทำงานอัจฉริยะแบบเจาะจง

Keyarrow ผู้ผลิตชิ้นส่วนสำหรับเครื่องจักรรายใหญ่จากไต้หวันที่ตั้งต้นมาจากความเชี่ยวชาญในการแปรรูปแผ่นโลหะสู่การผลิตอุปกรณ์ป้องกันเครื่องจักร เช่น ฝาครอบเครื่องจักรที่ต้องรองรับการเคลื่อนไหวและเผชิญกับของเหลวได้ เป็นต้น ซึ่งภายในงาน TMTS 2026 ได้มีการบูรณาการความเชี่ยวชาญของ Keyarrow สู่การทำงานของเครื่องจักรที่มีการเคลื่อนไหวซับซ้อนต่อเนื่องและต้องเผชิญหน้ากับของเหลวตลอดเวลา โดยมีทั้งชิ้นส่วนสำหรับป้องกันเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่เรียกว่า Purifying Forest ซึ่งประกอบไปด้วยสายพานลำเลียงเศษและระบบกรอง

เครื่องจักรจาก Keyarrow ที่ได้รับการบูรณาการนั้น รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Umati ทำให้สามารถสื่อสารผ่านเครือข่ายของเครื่องจักรกลในอุตสาหกรรมโลหการได้โดยเฉพาะ และมีการใช้ AI+IoT ในการบริหารจัดการกระบวนการแยกของเหลวและเศษออกจากกันได้แบบ Real-Time

YIH KUAN ยกระดับงานบริการและเร่งความเร็วธุรกิจด้วย AI

YIH KUAN ผู้ผลิตหัวกัดสำหรับเครื่องจักรที่ครอบคลุมทั้งแบบ Gantry, CNC, Angle และหัวกัดแนวดิ่ง จากไต้หวัน มีประสบการณ์กว่า 50 ปีในภาคอุตสาหกรรม และมีสิทธิบัตรสำหรับหัวกัดโดยเฉพาะ ได้นำเทคโนโลยีที่ใช้งานง่ายและมีความทนทานสูงมานำเสนอให้กับผู้ผลิตที่เข้าชมงาน TMTS 2026 ภายใต้แนวคิด ‘Replace the head, not the machine’ หรือ เปลี่ยนเฉพาะหัวกัดไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งเครื่องจักรเสมอไป!

YIH KUAN ได้รับรางวัล AI EMPOWERMENT ที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นอย่างชัดเจน เพราะ YIH KUAN ใช้ระบบนิเวศของ AI เป็นเครื่องมือในการปรับใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ทั้ง Generative AI และ RAG เพื่อออกแบบแพลตฟอร์มให้สอดรับกับความต้องการที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม Machine Tool ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ ข้อมูลการซ่อมบำรุง และข้อมูลจากการวิจัยและพัฒนา ทำให้การสนับสนุนและงานบริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเอกสารภาษาอังกฤษที่เพิ่มขึ้นถึง 90% และต่อยอดเป็นภาษาอื่น ๆ ได้ถึง 13 ภาษา อีกทั้งยังเพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนองต่อการบริการได้ 80% ตลอดจนการลดวงรอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ 30% นอกจากนี้ ยังมีการใช้งานในส่วนของการตลาดเพื่อทำวิดีโอและเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ ได้อีกด้วย

OSCARMAX x SUNMILL การเปิดทางสู่ FMS ที่รวดเร็วและทำงานได้จริง

OSCARMAX และ SUNMILL จับมือกันบูรณาการโซลูชั่นขนาดใหญ่ภายในงาน TMTS 2026 ภายใต้แนวคิด Flexible Manufacturing System ซึ่งเป็นสายการผลิตอัจฉริยะที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนภาระงานได้อย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับทิศทางการผลิตโลกที่เริ่มเอนเอียงไปทาง Mass Customization มากกว่า Mass Production ในยุคปัจจุบัน

เทคโนโลยี FMS ภายในงานถูกออกแบบให้มีความยืดหยุ่นสูงในการใช้งานอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการติดตั้งเครื่องจักรใหม่เข้าไปในระบบ การตั้งค่าต่าง ๆ รวมถึงการทำงานอัตโนมัติที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้สามารถลดความต้องการใช้แรงงานในการผลิตแบบดั้งเดิมได้เป็นจำนวนมาก จุดเด่นของ FMS นี้อยู่ที่ความฉลาดของระบบที่ทำให้อุปกรณ์และกระบวนการทำงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกันได้อย่างต่อเนื่อง ราบรื่น มีประสิทธิภาพ และลดความยุ่งยากได้เป็นอย่างมาก ผ่านการควบคุมเพียงจุดเดียว ไม่ว่าจะคลังสินค้า ขั้นตอนการประกอบ การตรวจสอบคุณภาพ การยืนยันความถูกต้องของวัตถุดิบ มาพร้อมกับระบบ PGM ที่จดจำค่า 3D CAM และเปลี่ยนเป็นค่าที่เครื่องจักรสามารถใช้งานได้ทันที โดยคุณสมบัติสำคัญที่นำเสนอ คือ Zero Training, Fast Integration ที่เป็นผลมาจากการนำ AI เข้ามาใช้ ทำให้เครื่องจักรทำงานร่วมกันได้ผ่านฐานข้อมูลที่มีอยู่ การ Scalable หรือการขยับขยายปรับเปลี่ยนในอนาคตจึงเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายและไร้กังวล

PMC การสนับสนุนและการขับเคลื่อนจากภาครัฐสู่ AI ในภาคอุตสาหกรรมที่ใช้ได้จริง

บูธของ PMC (Precision Machinery Research & Development Center) ที่ประกอบไปด้วยสถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และกรมเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (สังกัดกระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน) เป็นหนึ่งในสิ่งที่ตื่นตาตื่นใจไม่น้อย เพราะเป็นบูธของภาครัฐที่นำเสนอเทคโนโลยีด้าน AI สำหรับการผลิตจำนวนมากภายในงาน เรียกว่าเป็นพื้นที่ปล่อยของของภาครัฐก็ไม่ผิด สะท้อนให้เห็นภาพความร่วมมือของภาครัฐกับเอกชนอย่างชัดเจนในการผลักดันและนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ ของประเทศออกสู่สายตาของประชาคมโลกผ่านงานแสดงสินค้า

แน่นอนว่ามีนวัตกรรมมากมายในพื้นที่จัดแสดงนี้ จึงขอเลือกเพียงบางส่วนมาให้รู้จักกัน ยกตัวอย่างเช่น การตรวจสอบการตอบสนองในการทำงานของ Machine Tool โดยใช้ AI, โซลูชั่นติดตามการทำงานอัจฉริยะสำหรับตรวจสอบสถานะน้ำมันหล่อเย็น Spindle และโมดูลสำหรับตรวจวัดด้วยภาพทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบด้วย AI เป็นต้น

‘โลกการผลิตปฏิเสธ AI ไม่ได้’ โรงงานยุคใหม่อยู่ร่วมกับ AI อย่างไรดี?

การเยี่ยมชมงาน TMTS 2026 ในครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า AI มาแน่ และใช้เวลาอีกไม่นานเสียด้วย! หลายคนอาจเคยมองว่า AI ไกลตัว หรือมีราคาแพงสำหรับภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนึกถึงเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าจากฝั่งตะวันตกแล้ว ก็อาจจะไม่ผิดไปนัก แต่ภาพของไต้หวันในวันนี้ ที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำให้เทคโนโลยีอันทันสมัยกับราคามีความสมดุลกันสามารถยกเทคโนโลยีที่เป็นเหมือนดังฝันที่อยู่ไกลมานำเสนอได้ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา นับเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ายุคใหม่ของเทคโนโลยีการผลิตได้มาถึง และโลกนี้กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้งอย่างแน่นอน

หากจะมองลงไปในเรื่องของ AI ให้แจ่มชัดขึ้น ก็คงต้องบอกว่าสิ่งที่พูดคุยกันในแวดวงธุรกิจสำหรับทุกวันนี้นั้นมีประเด็นเกิดขึ้นอย่างมากมาย ทั้งแง่มุมของลูกจ้าง นายจ้าง วิศวกร นักสร้างสรรค์ผลงาน แน่นอนว่าทุกคนย่อมจับเอาข้อดีงานตัวเองไว้อย่างเหนียวแน่น และอาจมีอาการปฏิเสธแง่มุมจากสายงานอื่นที่อาจกระทบต่อมุมมองความรู้สึกได้ด้วยเช่นกัน สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก และขอย้ำอีกทีว่ามันเป็นการเปลี่ยนผ่านที่มีรูปแบบซ้ำไปซ้ำมา สิ่งที่เปลี่ยน คือ เทคโนโลยี เช่น การเปลี่ยนผ่านจากแรงงานมายุคไอน้ำ การมาถึงของไฟฟ้า และการเปลี่ยนจากคนทำงานมาเป็นเครื่องจักร ซึ่งจะสังเกตได้ว่ามักมีกระแสต่อต้าน ความกังวล และผู้เห็นโอกาสใหม่ปรากฏตัวขึ้น ไม่ต่างจากสถานการณ์ในวันนี้

สิ่งที่ TMTS 2026 ได้สะท้อนออกมาอย่างชัดเจน คือ เทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งหุ่นยนต์มาถึงแล้ว และ AI จะมาถึงในอีกไม่ช้า ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องในโรงงานอาจต้องนั่งจับเข่าคุยกันสักครั้งว่า โรงงานของตัวเองในปัจจุบันสถานการณ์เป็นอย่างไร สิ่งไหนขาดแคลน และจะแก้ปัญหาได้อย่างไร การพูดคุยนี้ไม่ได้เป็นเพียงการขอความเห็น แต่ยังเป็นการเปิดรับฟังความรู้สึกและทัศนคติที่เกิดขึ้นเพื่อให้ทุกคนปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม และเพื่อให้เห็นว่าขอบเขตของเทคโนโลยีใหม่ที่จะเข้ามา เช่น AI จริง ๆ แล้วทำงานได้แค่ไหน แล้วส่วนไหนที่แรงงานยังคงต้องใส่ใจดูแลต่อไป ตลอดจนการเพิ่มพูนทักษะที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน

อย่าลืมว่าเทคโนโลยีถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาและอำนวยความสะดวก เปิดทางสู่การทำลายข้อจำกัดเดิม ๆ ที่มี ทั้งการขาดแคลนทักษะ ขาดแคลนแรงงาน ตลอดจนการก้าวข้ามขอบเขตการรับรู้ของแรงงานที่อาจทำได้ยาก การมองว่าเทคโนโลยีอย่าง AI จะเข้ามาเสริมส่วนที่มีอยู่แล้วให้แกร่งขึ้นได้อย่างไร โดยไม่หลงไปกับฟองสบู่ของ AI ที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและความคาดหวังที่อยู่ผิดที่ผิดทางไปเสียก่อน แน่นอนว่าอีกสิ่งหนึ่งที่คนไทยยังขาดอีกมาก คือ Digital Literacy หรือการรู้เท่าทันดิจิทัลที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ Cybersecurity ซึ่งเป็นภัยหลักที่จะเติบโตขึ้นมาพร้อมกับการใช้งาน AI การวางนโยบายที่สอดคล้องกับความปลอดภัย และการเพิ่มพูนความรู้ที่เกี่ยวข้องจะกลายเป็นฐานรากสำคัญในการก้าวเข้าสู่โรงงานอัจฉริยะยุคใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นขอบเขตการใช้ข้อมูล การนำข้อมูลไปประมวลผล หรือการเข้าถึงข้อมูลในลำดับชั้นความลับต่าง ๆ เป็นต้น

ความพยายามในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม MachineTool ของ TMBA ผ่านงาน TMTS 2026 นั้นได้ฉายภาพของเทคโนโลยีที่กำลังกลายเป็นหัวหอกของอุตสาหกรรมยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี และในขณะเดียวกันก็สะท้อนภาพสัดส่วนของเทคโนโลยียุคใหม่ที่ล้ำสมัย ต่อเทคโนโลยีที่เป็นส่วนประกอบฐานรากได้เป็นอย่างดี ซึ่งการผลิตจะขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไปไม่ได้ และต้องมีสัดส่วนของเทคโนโลยี 2 กลุ่มนี้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในสถานการณ์ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในยุคปัจจุบัน ซึ่งการปรับตัวของ TMBA และการผลิตของไต้หวันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ AI นั้นนำไปสู่คำถามที่ว่า อุตสาหกรรมการผลิตไทยเองจะไปอยู่ตรงไหนของฉากทัศน์โลกการผลิตยุคใหม่ที่เกิดขึ้น เรายังอยากจะเป็นแค่คนที่ตามทุกกระแสแต่ไปไม่ถึงจุดหมายเสียที หรือถึงเวลาแล้วที่เราต้องมีการยืนหยัดในภาคอุตสาหกรรมที่แข็งแรงยิ่งกว่าเดิม

Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
logo-company
Thossathip Soonsarthorn
"Judge a man by his questions rather than his answers" Voltaire
ระบบจัดเก็บแนวตั้ง Kardex Remstar จาก Store Master