รัฐบาลจีนขับเคลื่อนกฎหมายอย่างเข้มข้นเพื่อปกป้องซัพพลายเชนของประเทศ ตอบโต้มาตรการจากสหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตร โดยมีบทลงโทษทั้งระดับองค์กรและระดับบุคคล
สำนักข่าว Xinhua รายงานว่า Li Qiang นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาหมายเลข 834 เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาและมีการเผยแพร่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา โดยอธิบายมาตรตอบโต้ทั้งประเทศและบริษัทต่างชาติในจีนที่พบว่ามีความผิดในฐานะที่ดำเนินนโยบายกดขี่อยู่ฝ่ายเดียว
การออกประกาศดังกล่าวทำให้ภูมิภาคและองค์กรสากลอื่นๆ สามารถตกเป็นเป้าหมายของการสืบสวนต่อการบ่อยทำลายซัพพลายเชนของประเทศจีนได้ โดยกฎหมายมาตรา 18 ที่ถูกเผยแพร่นั้นสามารถแบน หรือสั่งจำกัดการนำเข้าและส่งออกสินค้า เทคโนโลยี และบริการเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการโต้กลับได้
มาตรการตอบโต้นี้สามารถใช้กับบริษัทข้ามชาติได้ด้วยการใช้มาตราที่ 15 โดยรัฐบาลจีนสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ ห้ามการลงทุนในประเทศจีน ห้ามการเข้าประเทศ หรือห้ามบริษัทต่างประเทศทำธุรกิจบางธุรกิจที่เจาะจงกับพันธมิตรในจีน ซึ่งในทางกลับกันบริษัทจากจีนก็จะถูกบังคับให้ยกเลิกการทำงานร่วมกันกับบริษัทที่ถูกเพ่งเล็งเหล่านั้นด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ผู้จัดการของบริษัทจากต่างประเทศจะต้องเผชิญหน้ากับผลกระทบที่เกิดขึ้นส่วนบุคคลจากมาตรา 16 ของกฎหมายปกป้องซัพพลายเชนหากมีการต่อต้านมาตรการตอบโต้ของจีน ซึ่งสามารถถูกห้ามเข้าประเทศได้ และมีการจำกัดวีซ่าตลอดจนการถ่ายโอนข้อมูล
นักวิเคราะห์ได้มองว่ากรเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้สะท้อนภาพของรัฐบาลจีนที่เคยมองว่าซัพพลายเชนการผผลิตเป็นเรื่องของเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ในตอนนี้กลับเป็นประเด็นของความมั่นคงระดับชาติ
กฎหมายใหม่นี้เกิดขึ้นเพื่อตอบโตสหรัฐอเมริกาและประเทศฝั่งตะวันตกบางประเทศโดยเฉพาะซึ่งมีลักษณะที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงระดับชาติ การแบนชิป, การกีดกันเทคโนโลยี และความพยายามให้เกิดการแยกตัวตลอดจนการก่อกวนซัพพลายเชน
จากมาตรา 13 จะพบว่า การตรวจสอบด้าน ESG ในการบังคับให้ทำงานในประเทศจีนตามแนวทาง American UFLPA หรือ CSDDD จากยุโรปอาจถูกตีความได้ว่าเป็นการเก็บข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาต
ในการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น คำแนะนำจากภาครัฐของจีนที่มีต่อผู้ประกอบการ คือ กำลังการผลิตควรถูกเพิ่มเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์คอขวดที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะกลุ่มแผงวงจรรวม และเครื่องมือกล ตลอดจนการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาต้องเพิ่มขึ้น สำหรับในส่วนของเสถียรภาพด้านซัพพลายสำหรับวัตถุดิบ เทคโนโลยี และอุปกรณ์ต่างๆ ต้องมีการบันทึกและอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจจีนจากการดำเนินการต่างชาติต้องถูกตรวจพบตั้งแต่ช่วงแรกๆ
การประกาศในครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนเหล่าพันธมิตรของสหรัฐอเมริกา เช่น เนเธอร์แลนด์ในบริบทของเครื่อง Lithography หรือ ญี่ปุ่นที่มีการครอบครองวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งประเทศเหล่านี้ถูกกดดันจากการทูตของสหรัฐอเมริกาเพื่อให้ร่วมแบนจีนอยู่บ่อยครั้ง
ที่มา:
Maschinenmarkt










