บีโอไอเผย นายกรัฐมนตรีนำทีมไทยแลนด์หารือผู้บริหารระดับสูงของ 5 บริษัทชั้นนำฝรั่งเศส ได้แก่ Airbus, EssilorLuxottica, Imerys, Thales และ IN Groupe ครอบคลุมอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ทั้งอุตสาหกรรมการบิน อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ วัสดุขั้นสูงสำหรับแบตเตอรี่ลิเทียม ความมั่นคงไซเบอร์ และ Digital ID สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนยุโรปต่อศักยภาพของไทย ในฐานะฐานการผลิตและเทคโนโลยีขั้นสูงของอาเซียน ท่ามกลางการปรับห่วงโซ่อุปทานโลกครั้งใหญ่
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและ BOI ได้เข้าหารือกับผู้บริหารของ 5 บริษัทชั้นนำของฝรั่งเศส ณ กรุงปารีส เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ท่ามกลางการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลกครั้งใหญ่
Airbus ปักหมุดไทยศูนย์ดิจิทัลการบิน
Airbus ซึ่งดำเนินธุรกิจในไทยมากกว่า 40 ปี เตรียมขยายบทบาทไทยให้เป็นศูนย์สนับสนุนระบบการบินดิจิทัลและเทคโนโลยีการบินสมัยใหม่ เช่น Virtual Reality และ Augmented Reality รวมถึงงานวิศวกรรมและการพัฒนาบุคลากรด้านการบิน
ปัจจุบันบริษัทมีวิศวกรเฉพาะทางในไทยกว่า 160 คน และมีแผนเพิ่มเป็นมากกว่า 200 คนในอนาคต
EssilorLuxottica ลงทุน AI Glasses ในไทย
ด้าน EssilorLuxottica เจ้าของแบรนด์ดังอย่าง Ray-Ban และ Oakley ดำเนินกิจการในประเทศไทยมาเกือบ 40 ปี มีพนักงานในไทยกว่า 9,000 คน และมีเงินลงทุนสะสมในโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอรวมกว่า 16,000 ล้านบาท ประกาศขยายการลงทุนผลิตแว่นตาอัจฉริยะ
ล่าสุด บริษัทประกาศขยายการลงทุนการผลิตแว่นตาอัจฉริยะ หรือ AI Glasses ในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับแว่นตาระดับไฮเอนด์ รองรับฟังก์ชันบันทึกภาพ ฟังเพลง เชื่อมต่อผู้ช่วย AI รวมถึงการแปลภาษาและวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมผ่านคำสั่งเสียง
การลงทุนนี้สะท้อนการเติบโตของตลาด AI Wearable Device ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในตลาดเทคโนโลยีที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก
Imerys เติมห่วงโซ่แบตเตอรี่ EV ไทย
บริษัท Imerys S.A. ผู้นำระดับโลกด้านวัสดุขั้นสูง เป็นผู้ผลิตกราไฟต์และ Conductive Carbon Black ซึ่งเป็นวัสดุขั้นสูงที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการผลิตขั้วไฟฟ้าในแบตเตอรี่ลิเทียมสำหรับรถยนต์ EV และระบบกักเก็บพลังงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง และรองรับการชาร์จความเร็วสูง โดยบริษัทถือเป็นอันดับหนึ่งของโลก ด้วยส่วนแบ่งตลาดโลกกว่าร้อยละ 50
ในการหารือครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนให้บริษัทพิจารณาการลงทุนในประเทศไทย เนื่องจากไทยเป็นฐานการผลิต EV ที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาค และเป็นโอกาสที่ดีสำหรับบริษัทในการขยายการลงทุน Conductive Carbon Black ซึ่งจะช่วยเสริมห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ในประเทศไทยให้แข็งแกร่งและครบถ้วนยิ่งขึ้น พร้อมชี้ว่าไทยมีข้อได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้ง และระบบนิเวศอุตสาหกรรม EV ที่พร้อมรองรับผู้ผลิตวัสดุขั้นสูง
Thales เสริมความมั่นคงดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานไซเบอร์
บริษัท Thales Group ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีกลาโหม อวกาศ ความมั่นคงดิจิทัล และความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) ซึ่งมีการให้บริการครอบคลุมระบบความมั่นคงไซเบอร์ ระบบป้องกันประเทศ รวมถึงการพัฒนาหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยในการหารือครั้งนี้ Thales ได้นำเสนอแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงไซเบอร์ระหว่างบริษัทกับรัฐบาลไทย
IN Groupe เปิดทางความร่วมมือ Digital ID ภาครัฐยุคใหม่
บริษัท IN Groupe ผู้นำด้านระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลของฝรั่งเศส มีความเชี่ยวชาญด้านหนังสือเดินทาง บัตรประชาชนดิจิทัล ใบอนุญาตขับขี่ และระบบ Digital ID สำหรับภาครัฐ โดย IN Groupe ได้นำเสนอแนวทางร่วมมือกับไทยในการพัฒนาระบบ Digital ID รุ่นใหม่สำหรับภาครัฐ รวมถึงเทคโนโลยี Biometrics และระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพของไทยในฐานะฐานการผลิตและศูนย์ทดสอบระบบ Secure ID สำหรับกลุ่มประเทศ CLMV และอาเซียน
“การหารือครั้งนี้สะท้อนภาพที่ชัดเจนว่า บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของฝรั่งเศสไม่ได้มองไทยเป็นเพียงฐานการผลิต แต่เห็นไทยเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในการสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ของภูมิภาค ทั้งในด้าน EV การบิน ดิจิทัล และเทคโนโลยีความมั่นคง รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการลงทุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงของอาเซียน” นายนฤตม์ กล่าว
ทั้งนี้ การลงทุนจากฝรั่งเศสในไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2564–2569 (มกราคม–มีนาคม 2569) มีโครงการจากฝรั่งเศสยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 93 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 29,208 ล้านบาท โดยบริษัทรายใหญ่ของประเทศฝรั่งเศสที่ลงทุนแล้วในประเทศไทย เช่น EssilorLuxottica, Airbus, Safran, Michelin, TotalEnergies, Valeo, Faurecia, Saint-Gobain สะท้อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย–ฝรั่งเศสที่แข็งแกร่ง และโอกาสในการขยายความร่วมมือไปสู่อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์แห่งอนาคต











