Thai NS Solution
Yaskawa

‘พลังงาน’ เงื่อนไขสำคัญแผนดิจิทัลแห่งชาติ 2580 ที่ถูกตั้งคำถามว่าจะเติบโตทันหรือไม่?

Date Post
06.07.2026
Post Views

การเติบโตและการแข่งขันของประเทศไทยบน Roadmap ของอุตสาหกรรมสมัยใหม่นั้น ต่างก็ต้องพึ่งพาพลังงานสะอาดเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมดิจิทัล ทั้ง Data Center ต่างๆ หรืออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่มีคู่ค้าหลัก คือ ต่างประเทศ ทำให้ประเด็นของพลังงานสะอาดกลายเป็นหัวข้อสำคัญที่จะต้องถูกขับเคลื่อนอย่างแข็งขัน แต่คำถามสำคัญ คือ ประเทศไทยจะมีพลังงานเหล่านั้นเพียงพอกับความต้องการเมื่อถึงเวลาหรือไม่?

ตัวเลขจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ที่นำเสนอในการสัมมนา Thailand Connext 2026 สะท้อนแง่มุมได้หลากหลายมิติ เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยมี GDP รวมอยู่ที่ 19.3 ล้านล้านบาท โดยในส่วน Broad Digital GDP อยู่ที่ 5.6 ล้านล้านบาท หรือราว 29% ของ GDP รวมประเทศ ตัวเลขนี้ไม่เล็กน้อย และยังขยายตัวต่อเนื่อง แม้อัตราจะชะลอจาก 7.2% ในปี 2567 มาอยู่ที่ประมาณ 4.2% ในปี 2569 ตามการประมาณการ

แต่ตัวเลขที่น่าสนใจกว่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเองก็รู้ดีว่ากำลังวิ่งอยู่บนเส้นทางใด คืองบประมาณ GDCC (Government Data Center and Cloud) ปี 2570 รวม 4,980 ล้านบาท ใน 113 โครงการ 76 หน่วยงาน ซึ่งตัวเลขนี้บอกว่าภาครัฐกำลังเดินหน้าลงทุนใน Cloud และ Compute Infrastructure ของตัวเองจริงๆ ไม่ใช่แค่ประกาศนโยบาย

Thailand Lab International 2026

สำรวจแผนดิจิทัลไทย เติบโตอย่างไรในระยะที่ 3 สู่ระยะที่ 4

วิสัยทัศน์การพัฒนาดิจิทัลของไทยแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ตั้งแต่ ‘Digital Foundation’ ในปี 2561 ผ่าน ‘Digital Thailand I: Inclusion’ (2561-2565) และ ‘Digital Thailand II: Full Transformation’ (2566-2570) ก่อนจะถึงเป้าหมายสูงสุดคือ ‘Global Digital Leadership’ ในช่วง 2571-2580

ปัจจุบันไทยอยู่ในระยะที่ 3 Full Transformation ซึ่งหมายความว่ากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจาก ‘ประเทศที่ใช้ดิจิทัล’ ไปสู่ ‘ประเทศที่สร้างมูลค่าจากดิจิทัล’ แต่ช่องว่างระหว่างระยะที่ 3 กับระยะที่ 4 นั้นไม่ได้อยู่ที่แผนบนกระดาษ แต่อยู่ที่โครงสร้างพื้นฐานจริงที่ต้องสร้างขึ้นในช่วง 5 ปีนี้

สำรวจ Roadmap ในมิติโครงสร้างพื้นฐาน ผ่านภาพที่ DE วางไว้:

ระยะสั้น (ถึงปี 2570): ยกระดับโครงข่าย 5G-Advanced และ 10 Gigabit Internet ทั่วประเทศ / จัดตั้ง National Compute Infrastructure รองรับ AI, Big Data, High Performance Computing / พัฒนา National Data Platform สู่ระบบ AI-Native Economy / ผลักดันไทยเป็น ASEAN Digital Connectivity Hub และ Regional Cloud Hub

ระยะกลาง (ถึงปี 2575): พัฒนาโครงข่าย 6G / สร้างขีดความสามารถ Quantum-Secure Network / ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลาง Green Hyperscale Data Center ของภูมิภาค / ยกระดับ Intelligent Data Platform สู่ Real-time Data Exchange

ระยะยาว (ถึงปี 2580): ยกระดับสู่ Autonomous Infrastructure / สร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Autonomous Network ระดับโลก / ขับเคลื่อนสู่ Net Zero Carbon Digital Infrastructure

แม้ว่าแผนจะดูชัดเจน ทรงพลัง และเต็มไปด้วย Buzzword อันหรูหราที่จับทุกมิติของเทคโนโลยีดิจิทัลมากเท่าที่จะนึกออกได้ แต่ความำสเร็จของแผนเหล่านี้ยังมีกำแพงสำคัญที่ต้องคิดให้ดีอยู๋อีกหนึ่งประเด็น นั่นคือ ‘พลังงาน’

แผน AI และดิจิทัลแห่งชาติมีเป้าชัด แต่กำแพงเหล็กด้านพลังงานต้องชัดเจนด้วยเช่นกัน

แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ ปี 2565-2570 วางเป้าหมายใน 5 ด้านหลัก ได้แก่ จริยธรรมและกฎระเบียบ AI, โครงสร้างพื้นฐาน AI, กำลังคน AI 30,000 คน, นวัตกรรมและวิจัย 100 นวัตกรรม และการนำ AI ไปใช้งานใน 600 หน่วยงาน ภายในปี 2570

เป้าเหล่านี้มีความเป็นรูปธรรมมากกว่าแผนดิจิทัลในรุ่นก่อนๆ แต่การจะไปถึงได้มีตัวแปรสำคัญที่ยังเป็นคำถามเปิด นั่นคือหนึ่งในหัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาว่า ‘AI ไม่มีวันโตได้ ถ้าไฟฟ้าโตไม่ทัน’ อ้างอิงจากรายงานของ IEA (International Energy Agency) เดือนพฤษภาคม 2567 ที่ระบุว่า AI คือแรงขับเคลื่อนการใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของโลกในทศวรรษนี้และทศวรรษหน้า

ตัวเลขที่ทำให้เห็นภาพชัดขึ้น คือ พลังงานต่อ Rack:

  • Data Center ทั่วไปรุ่นเก่า: 0.5-1 kWh ต่อ Rack รวมราว 5 เมกะวัตต์ต่อศูนย์
  • Cloud Data Center: 5 kWh ต่อแร็ก รวม 30-100 เมกะวัตต์ต่อศูนย์
  • AI Data Center: 50 kWh ต่อแร็ก รวม 300-1,000 เมกะวัตต์ต่อศูนย์

หรือถ้าดูในแง่การใช้พลังงานต่อวัน AI Data Center หนึ่งแห่งใช้ไฟฟ้าราว 100,000 kWh ต่อวัน ขณะที่ Hyperscale AI Data Center ขนาดใหญ่สุดใช้ถึง 2,000,000 kWh ต่อวัน ตัวเลขที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่ากินส่วนแบ่งจากระบบพลังงานของทั้งประเทศในปริมาณที่ไม่น้อย

ภาคเอกชนลงทุนเพิ่ม ภาครัฐลดลง สัญญาณที่ต้องจับให้มั่น

จากข้อมูลการประมาณการเศรษฐกิจดิจิทัล มีรายละเอียดที่ควรอ่านอย่างระวัง การลงทุนภาคเอกชนในปี 2568 เติบโต 9.2% ก่อนชะลอมาที่ 6.2% ในปี 2569 ในขณะที่การลงทุนภาครัฐเป็นลบ -3.3% ในปี 2568 และ -1.6% ในปี 2569

สัญญาณนี้บอกว่าเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในช่วงนี้ขับเคลื่อนโดยเอกชนเป็นหลัก และรัฐบาลมีบทบาทในฐานะผู้วางกติกาและ Enabler มากกว่าจะเป็นผู้ลงทุนโดยตรง ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่หมายความว่า Roadmap ที่วางไว้ถึงปี 2580 จะสำเร็จได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าภาคเอกชนเห็น Incentive ที่ชัดเจนพอจะลงทุนในระยะยาวหรือไม่และ Incentive นั้นมีเงื่อนไขเดียวกัน คือ พลังงานพอ กฎหมายชัด และมีบุคลากรพร้อมใช้

เศรษฐกิจดิจิทัล 19.3 ล้านล้านบาทต้องมีโครงข่ายพลังงานที่โตทันเพื่อไม่ให้ Stage 4 กลายเป็นเพียงตัวเลขในแผน

แผน 4 ระยะของไทย มีความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง เพราะสอดคล้องกับกระแสโลก มีงบประมาณรองรับ และมีผู้เล่นระดับ Hyperscaler มาลงทุนจริงแล้ว แต่ Gap ที่จะตัดสินว่า Stage 4 จะเป็นจริงหรือไม่อยู่ที่ว่าระบบโครงสร้างพื้นฐานรอบข้าง โดยเฉพาะพลังงานว่าจะสามารถรองรับ AI Data Center รุ่นใหม่ที่กินไฟมากกว่า Data Center รุ่นเก่าถึง 50-100 เท่าได้หรือไม่

แผน PDP ที่กำลังจะออกมา, เป้าหมายพลังงานสะอาด, และการจัดสรรโครงข่ายสายส่งจะเป็นตัวชี้วัดว่า Digital Roadmap กับ Energy Roadmap ของไทยเดินไปในทิศทางเดียวกันหรือยัง ถ้าหากไม่ เป้า ‘Global Digital Leadership’ ปี 2580 อาจต้องเลื่อนออกไป หรือไม่ก็ต้องบอกประโยคเดิมซ้ำอีกครั้งว่า ‘ก็เป็นเรื่องปรกตินี่… ที่นี่ประเทศไทย’

Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
logo-company
Thossathip Soonsarthorn
Expert & Knowledge Curator GMTX - MMThailand - AUTOMATION EXPO
Super Source-E-market place สำหรับสินค้าอุตสาหกรรม
Webinar-สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (THPCA)