Thai NS Solution
ISCAR-Maxout
electronics

การโตก้าวกระโดดของ AI และโอกาสทองของอุตสาหกรรม Semiconductor ไทย

Date Post
06.07.2026
Post Views

ในขณะที่โลกกำลังแย่งชิงส่วนแบ่งจากความเฟื่องฟูของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ประเทศไทยจะมียุทธศาสตร์อย่างไร เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการเป็นผู้รับจ้างประกอบชิ้นส่วนที่ใช้แรงงานเข้มข้น ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่มีมูลค่าสูง

ไทยไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เราเคยส่งออกฮาร์ดดิสก์อันดับต้นของโลกในช่วงที่ตลาดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและแล็ปท็อปกำลังบูม มายุคนี้ ด้วยการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI MM Thailand ขอนำเสนอมุมมองและโอกาสต่าง ๆ ที่ไทยจะผลักดันตัวเองขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์

ไทยอยู่ตรงไหนในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์?

AI เติบโตอย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด โดยสาเหตุหลักมาจากความต้องการนำ AI มาใช้เพิ่ม Productivity ในธุรกิจ จึงทำให้เกิดความต้องการในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน

นอกจากนี้ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ได้ส่งผลกระทบอย่างสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานการผลิตทั้งโลก ผู้เล่นหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและจีนเริ่มลดการพึ่งพากันและกัน และให้ความสำคัญการนำเข้าจากประเทศที่สามมากขึ้น ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมาย เห็นได้จากการเติบโตของการส่งออกชิปของไทยไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับการเติบโตในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ ประกอบกับความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานในอนาคต

ผู้ผลิตชิประดับไฮเอนด์จำนวนมากจึงพิจารณาที่จะย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศที่มีความสุ่มเสี่ยง และมองหาประเทศที่เป็นกลางและมีความพร้อม

นี่จึงเป็นโอกาสทองของไทย ซึ่งภาครัฐได้เล็งเห็นโอกาสตรงนี้โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ หรือบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ผลักดันให้เกิด “ชิปเมดอินไทยแลนด์” โดยตั้งเป้าดึงดูดเงินลงทุนกว่า 2.5 ล้านล้านบาท รวมทั้งพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมให้ได้มากกว่า 230,000 คน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถใหม่ เชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งเราได้เห็นการยกทีมระดับผู้กำหนดนโยบายไปเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา และได้เข้าเจรจากับ Phononic, GlobalFoundries และ Teradyne เพื่อชวนให้บริษัทเหล่านี้ขยายธุรกิจมาตั้งโรงงานผลิตในไทย โดยเฉพาะการผลิตแผงเวเฟอร์ (Wafer Fabrication) ซึ่งเป็นวัสดุต้นน้ำสำหรับการผลิตชิปประมวลผล (CPU, GPU และ Memory) รวมทั้งได้เร่งรัดการลงทุนผ่าน Thailand FastPass เพื่อปลดล็อกอุปสรรคหลักที่นักลงทุนให้ความสำคัญ ได้แก่ ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด และการจัดหาพื้นที่ลงทุน

เราควรเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ใดบ้าง?

ในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์มีหลายส่วนที่ประเทศไทยสามารถต่อยอดจากพื้นฐานการเป็นผู้ผลิตและส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ตลอดเกือบครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ๆ ได้แก่

Printed Circuit Board (PCB)

แม้ไทยจะผลิต PCB ได้เอง แต่ก็ต้องนำเข้าเป็นส่วนใหญ่ โดยข้อมูลปี 2024 พบว่าไทยมีสัดส่วนการนำเข้าสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก ดังนั้นไทยจึงต้องเร่งเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิต PCB เพื่อรองรับห่วงโซ่อุปทานใหม่ของโลก โดยรัฐมีนโยบายและมาตรการขับเคลื่อนต่าง ๆ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและซัพพลายเชน เน้นการเชื่อมโยงผู้ผลิต PCB ผู้ผลิตชิ้นส่วน และซัพพลายเออร์ในประเทศเข้าด้วยกัน รวมทั้งการสนับสนุนจากพันธมิตรระดับโลกในรูปแบบสมาคม เช่น THPCA ซึ่งร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญระดับสากล เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาทักษะแรงงานไทย

ที่ผ่านมา มีบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการผลิต PCB ให้ความสนใจ โดยล่าสุดคือ บริษัท VGT ผู้ผลิต PCB ชั้นนำของจีนและซัพพลายเออร์หลักของ Nvidia นอกจาก VGT แล้วยังมี Zhen Ding Technology (ZDT), Unimicron, Compeq และ Gold Circuit ที่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา โดยศูนย์ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีระหว่างประเทศ (IASC) ของไต้หวันคาดการณ์ว่ามูลค่าการผลิต PCB ในประเทศไทยจะเติบโตจาก 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 เป็น 5.62 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2030 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 7.6% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก

Back-end (OSAT)

OSAT (Outsourced Semiconductor Assembly and Test) หมายถึงการจ้างบริษัทภายนอกในการประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ ขั้นตอนเหล่านี้เป็นขั้นตอนสุดท้ายในกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ โดยหลังจากที่ผลิตแผ่นเวเฟอร์เสร็จแล้ว จะถูกส่งไปยังบริษัทผู้ประกอบการ OSAT

ด้วยความก้าวหน้าของนาโนเทคโนโลยี ชิปจึงมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งต้องการเทคนิคการ Packaging และการทดสอบที่มีความแม่นยำสูง ดังนั้น OSAT จึงมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์ได้รับการปกป้องจากความร้อน ความชื้น และการรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า ผ่านการทดสอบอย่างละเอียดก่อนส่งมอบให้กับผู้ผลิตอุปกรณ์ OEM ในขั้นตอนต่อไป

Power Management Chips

ชิปจัดการพลังงาน เช่น PMIC เป็นเซมิคอนดักเตอร์ชนิดพิเศษที่ทำหน้าที่จัดการ แปลง และกระจายกระแสไฟฟ้าภายในระบบหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ชิปประมวลผล AI เช่น GPU ต้องการพลังงานมหาศาล ชิปจัดการพลังงานทำหน้าที่จ่ายพลังงานความหนาแน่นสูงที่จำเป็นสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI เพื่อให้การประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันชิป AI ก็สร้างความร้อนมหาศาล ชิปจัดการพลังงานจะช่วยควบคุมอุณหภูมิและปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดปริมาณไฟฟ้าที่จำเป็นในการป้องกันไม่ให้ศูนย์ข้อมูลร้อนเกินไป

ปัจจุบันชิปจัดการพลังงานส่วนใหญ่ผลิตในไต้หวัน จีน ญี่ปุ่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสหรัฐอเมริกา ผู้ผลิตชั้นนำ ได้แก่ TSMC, Texas Instruments, UMC และ STMicroelectronics ผลิตชิปเหล่านี้สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค

ทำอย่างไรเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์

การเป็นฐานการผลิตไม่เพียงแต่สร้างงาน ช่วยยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ แต่ยังมาพร้อมวัฒนธรรมการทำงาน ซึ่งสร้างรากฐานที่ดีให้ไทย ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการคุณภาพ (ISO 9000) ที่กลายเป็นบรรทัดฐานในทุกอุตสาหกรรมการผลิต รวมถึงภาคบริการ เช่น โรงพยาบาล โรงแรม แม้แต่หน่วยงานราชการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใส่ใจสิ่งแวดล้อม ความโปร่งใสและการตรวจสอบย้อนกลับได้ การกำหนด KPI เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็น by product ที่สร้างคุณอนันต์ให้กับประเทศไทย

ดังนั้น จะทำอย่างไรเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ครั้งนี้?

ประการแรก ประเทศที่ใช้แรงงานเข้มข้นในภาคการผลิตต้องเปลี่ยนจากการแข่งขันด้วยค่าแรงต่ำเพียงอย่างเดียว ไปสู่การเสนอบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ การสร้างความใกล้ชิดกับแหล่งวัตถุดิบเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์และระยะเวลารอคอยที่สั้นลง นอกจากนี้ควรลด Lead time จากคำสั่งซื้อไปจนถึงการส่งมอบ เช่น ปรับปรุงกฎระเบียบ (การผ่านพิธีการศุลกากร การขนส่ง) เพื่อลดต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลัง

อีกสิ่งสำคัญมากคือการพัฒนาทักษะเฉพาะทางและความเชี่ยวชาญทางเทคนิค เช่น การยกระดับเทคโนโลยีการผลิตและการนำดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิต ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอุตสาหกรรม (IIoT) และการใช้ AI เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตในขั้นตอนต่าง ๆ และการบำรุงรักษา

จากทั้งหมดนี้ทำให้เห็นโอกาสของไทยที่จะได้เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งจะช่วยยกระดับการส่งออกสินค้า (Export) ให้กลับมาเป็นเครื่องยนต์หลักที่สร้างรายได้และการเติบโตของ GDP อีกครั้ง ซึ่งเมื่อพิจารณาความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่ตั้ง บวกกับพื้นฐานด้านอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เห็นว่าไทยมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ สิ่งเดียวที่เป็นความท้าทาย นั่นคือความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐ

Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
logo-company
Modern Manufacturing
  นำเสนอข่าวสารความรู้รอบด้านเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิต เพื่ออุตสาหกรรมไทยก้าวหน้าด้วยวิทยาการสมัยใหม่และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
ISCAR-Maxout
Webinar-สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (THPCA)