ปี 2025 คือปีที่ AI กลายเป็นตัวแปรสำคัญของความได้เปรียบทางธุรกิจ องค์กรไม่สามารถพึ่งพาการทำงานแบบเดิม ๆ ได้อีกต่อไป แต่ต้องปรับใช้ AI เพื่อจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างครบวงจร
ในส่วนของ Upstream (การวางแผนและจัดซื้อ) มีเครื่องมืออย่าง Blue Yonder Luminate และ SAP IBP ที่ช่วยวิเคราะห์อุปสงค์–อุปทานแบบเรียลไทม์ ลดต้นทุนสต็อกลงถึง 20% และทำให้ธุรกิจตอบสนองความผันผวนได้แม่นยำยิ่งขึ้น ขณะที่ IBM Watson Supply Chain และ o9 Solutions ช่วยป้องกันการหยุดชะงัก (Disruption) และปรับการส่งมอบให้รวดเร็วขึ้น
ด้าน Core Operations (การผลิต/โรงงาน) เครื่องมืออย่าง Siemens MindSphere และ GE Predix APM ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลการผลิต วิเคราะห์เชิงคาดการณ์ ลด Downtime ของเครื่องจักรลง 30% และยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ในสายการผลิตได้ยาวนานขึ้น
เมื่อถึง Downstream (การขายและบริการลูกค้า) Salesforce Einstein กลายเป็นหมากสำคัญของทีมขาย สามารถช่วยปิดดีลได้มากขึ้น 15–25% ผ่านระบบ Lead Scoring และ Customer Prediction ที่ขับเคลื่อนด้วย AI
สุดท้าย Support Functions (การเงิน/IT) อย่าง ServiceNow AIOps, Splunk AI และ BlackLine Finance Controls ทำให้ระบบ IT และการเงินทำงานอย่างอัตโนมัติ ตรวจสอบปัญหาได้ก่อนเกิด ลดความผิดพลาด และเพิ่มความปลอดภัยในการดำเนินงานขององค์กร
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นเพียง “เทรนด์” แต่เป็นเครื่องมือที่องค์กรต้องใช้จริงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ 10–20% ขึ้นไป และเป็นกุญแจสำคัญในการแข่งขันในโลกธุรกิจยุคใหม่









