Anthropic ผู้พัฒนาแชตบอต Claude กำลังพิจารณาออกแบบชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของตนเอง ท่ามกลางความต้องการพลังประมวลผลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรม AI ทั่วโลก
สำนักข่าว Reuters รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดว่า Anthropic ได้เริ่มหารือภายในเรื่องการออกแบบชิป AI ของบริษัทเอง เพื่อรองรับดีมานด์ด้านการประมวลผลที่พุ่งสูงจากการใช้งานโมเดลตระกูล Claude และโซลูชันสำหรับองค์กรที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันแนวคิดยังอยู่ในระยะต้น บริษัทยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกรูปแบบสถาปัตยกรรมชิป หรือจัดตั้งทีมพัฒนาเฉพาะทางอย่างเป็นทางการ และยังมีความเป็นไปได้ว่า Anthropic อาจตัดสินใจเดินหน้าซื้อชิปจากซัพพลายเออร์รายเดิมต่อไปหากประเมินแล้วคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
Anthropic ปฏิเสธให้ความเห็นต่อรายงานดังกล่าว แต่ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนแรงกดดันด้านโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวต์ที่ผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด AI กำลังเผชิญ ทั้งในแง่ต้นทุนและการเข้าถึงชิปขั้นสูงในปริมาณมาก
ความต้องการคอมพิวต์พุ่ง หนุนดีมานด์โครงสร้างพื้นฐาน
รายได้ของ Anthropic เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงปีที่ผ่านมา สะท้อนความนิยมของเอเจนต์ด้านโค้ดและเครื่องมือสำหรับองค์กรที่สร้างบนโมเดล Claude ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรประมวลผลขนาดใหญ่ต่อเนื่อง แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับการประเมินของหลายสำนักที่มองว่าการเติบโตของ AI กำลังผลักดันความต้องการชิปประมวลผลและศูนย์ข้อมูลทั่วโลกอย่างรุนแรง
ปัจจุบัน Anthropic ใช้ฮาร์ดแวร์ผสมผสานจากหลายค่าย ทั้งหน่วยประมวลผล Tensor Processing Unit (TPU) ของ Google และชิปจาก Amazon เพื่อรองรับทั้งงานเทรนและให้บริการโมเดล AI ล่าสุดบริษัทเพิ่งลงนามข้อตกลงระยะยาวร่วมกับ Google และ Broadcom เพื่อเช่าขีดความสามารถคอมพิวต์บน TPU คิดเป็นกำลังประมวลผลราว 3.5 กิกะวัตต์ ซึ่งจะทยอยออนไลน์ตั้งแต่ปี 2027 และเป็นส่วนหนึ่งของแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวติ้งในสหรัฐมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
กระแสอุตสาหกรรมหันสู่ชิปเฉพาะทาง
การพิจารณาออกแบบชิปเองของ Anthropic เป็นไปในทิศทางเดียวกับผู้เล่นรายใหญ่รายอื่นที่ต้องการลดการพึ่งพาชิปเอนกประสงค์ โดยเฉพาะ GPU ของ Nvidia และต้องการควบคุมสแต็กฮาร์ดแวร์ให้สอดรับกับเวิร์กโหลดของตนมากขึ้น Meta Platforms พัฒนาชิป Training and Inference Accelerator (MTIA) ใช้เองภายในศูนย์ข้อมูล ขณะที่ OpenAI กำลังร่วมมือกับ Broadcom ออกแบบโปรเซสเซอร์เฉพาะทางสำหรับงาน AI โดยคาดว่าการผลิตในเชิงพาณิชย์จะเริ่มขึ้นภายในปีนี้
รายงานของ Deloitte และสื่อหลายแห่งระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า ชิป AI แบบออกแบบเฉพาะสามารถให้ประสิทธิภาพสูงกว่า ใช้พลังงานน้อยกว่า และช่วยลดต้นทุนต่อการประมวลผลเมื่อใช้งานในสเกลใหญ่ แม้ต้องแลกกับต้นทุนการออกแบบและผลิตเริ่มต้นที่สูงมาก
ต้นทุน-ความเสี่ยงของ “ชิปสั่งตัด”
การออกแบบชิป AI ขั้นสูงหนึ่งรุ่นมีต้นทุนประเมินราวหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ ไล่ตั้งแต่การวิจัย พัฒนา การจ้างทีมวิศวกรเฉพาะทาง ไปจนถึงการทดสอบและการผลิตจริงกับโรงงานฟาวดรีขนาดใหญ่ นอกจากเม็ดเงินแล้ว ยังมีความเสี่ยงด้านเวลาและเทคโนโลยี เพราะต้องใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาก่อนชิปจะพร้อมใช้งานเชิงพาณิชย์ ในขณะที่เทคโนโลยี AI และฮาร์ดแวร์ยังคงหมุนเร็วอย่างต่อเนื่อง
สำหรับ Anthropic ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่มีมูลค่ากิจการประเมินล่าสุดราว 380,000 ล้านดอลลาร์ หลังจากระดมทุนรอบใหญ่ 30,000 ล้านดอลลาร์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แรงกดดันด้านเงินลงทุนอาจไม่ใช่อุปสรรคหลัก แต่โจทย์สำคัญจะอยู่ที่ “คณิตศาสตร์เชิงกลยุทธ์” ว่าการลงทุนสร้างชิปเองจะคุ้มค่ากว่าการเป็นผู้ซื้อรายใหญ่จากพันธมิตรในระยะยาวหรือไม่
Broadcom ในฐานะผู้เล่นสำคัญด้านชิปสั่งตัดสำหรับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ประเมินว่ารายได้จากชิป AI อาจทะลุ 100,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2027 ซึ่งสะท้อนกระแสการหันมาใช้ชิปเฉพาะทางอย่างชัดเจน การตัดสินใจของ Anthropic ว่าจะกระโดดเข้าคลื่นนี้อย่างเต็มตัว หรือคงบทบาทผู้ซื้อชิปขั้นสูงต่อไป จึงอาจเป็นตัวชี้วัดทิศทางการแข่งขันในตลาดโมเดล AI รุ่นใหญ่ในช่วงหลายปีข้างหน้า
ที่มาข่าว : MarketScreener , siliconANGLE









