Bangkok RHVAC 2026
Yaskawa

‘Ecosystem’ ปัจจัยที่มักมองข้ามจนทำให้ ROI ของ AS/RS เป็นแค่ความฝัน

Date Post
27.07.2026
Post Views

การใช้งานคลังสินค้าอัจฉริยะเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการโรงงานสมัยใหม่ ทั้งความสามารถในการติดตามข้อมูลย้อนหลัง ตรวจสอบการเข้าถึง เพิ่มความรวดเร็วในการจัดเก็บและนำชิ้นงานออก ตลอดจนนำไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการอัจฉริยะ แต่ในขณะเดียวกันหลายโรงงานก็พบว่าการใช้งานคลังสินค้าอัจฉริยะนั้นอาจยังไม่คุ้มค่าพอ หรือไม่เป็นไปตาม ROI ที่ประเมินไว้ล่วงหน้าจากการลงทุนหลักล้านที่เกิดขึ้น ซึ่งสาเหตุสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่ตัว AS/RS เท่านั้น แต่ปัจจัยเหล่านี้อาจยังเป็นผลกระทบมาจากการที่ Ecosystem นั้นไม่สามารถสนับสนุนให้เกิดการใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ สร้างภาพฝันที่ไม่อาจจับต้องได้จริง

‘Ecosystem’ ปัจจัยแวดล้อมสำคัญในการผลักดันความสำเร็จในการใช้งาน AS/RS

ข้อมูลจากนักวิเคราะห์ของ EZSoft แสดงให้เห็นว่าโครงการด้านระบบอัตโนมัติกว่า 50% ล้มเหลวในการส่งมอบผลลัพธ์ตามเป้าที่ตั้งเอาไว้ในตอนแรก และข้อมูลจาก Autonoly แสดงให้เห็นว่า 73% ของความล้มเหลวเกิดจากการพยายามทำให้กระบวนการเดิมที่มีปัญหากลายเป็นดิจิทัลแทนที่จะออกแบบ Workflow ให้มีประสิทธิภาพเสียก่อน แม้ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นภาพรวมของระบบอัตโนมัติโรงงาน แต่ก็สะท้อนแนวโน้มของความล้มเหลวของการใช้งาน AS/RS ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติด้วยเช่นกัน

หากพิจารณาในส่วนของการใช้งาน AS/RS แล้วจากข้อมูลของ Kardex Remstar ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันคลังสินค้าอัจฉริยะจากเยอรมนีแสดงให้เห็นว่า คลังสินค้ากว่า 63% ยังเป็นการใช้งานแรงงานเต็มระบบ มีเพียง 6% เท่านั้นที่เป็นระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ และอีก 31% เป็นการใช้งานผสมผสานระหว่างแรงงานและระบบอัตโนมัติ โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากต้นทุนที่สูงในขณะที่ ROI ที่เกิดขึ้นนั้นย่ำแย่ แต่คำถามที่สำคัญในวันนี้นั้นอยู่ที่ว่า ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นทั้งการตั้งเป้า ทั้ง ROI นั้นเกิดขึ้นเพราะการวิเคราะห์ข้อมูลและการทำความเข้าใจที่ไม่ครบมิติที่เกิดขึ้นจริง แล้วประเด็นใดที่โรงงานหรือคลังสินค้ามักเกิดความผิดพลาดบ่อยครั้ง? MMThailand ขอเชิญชวนทุกท่านมอง AS/RS ผ่านมุมมองของ Ecosystem ที่เกี่ยวข้องกันครับ

มอง AS/RS เป็นโซ่ข้อกลางไม่ใช่จุดเริ่มต้นหรือจุดสุดท้ายของ Ecosystem

การใช้งาน AS/RS หรือคลังสินค้าอัจฉริยะนั้นไม่ควรพิจารณาแค่ในรูปแบบของการจัดเก็บหรือนำสินค้าออกเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงแล้วบริบทแวดล้อม ตลอดจนห่วงโซ่กระบวนการทำงานในธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะกำหนดความสำเร็จหรือความล้มเหลวในการใช้งาน AS/RS เป็นลำดับต้นๆ

ดังนั้นในการออกแบบการใช้งาน AS/RS ก่อนการลงทุนต้องเข้าใจเสียก่อนว่า AS/RS นั้นจะต้องไปเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานระบบใดหรือไม่ และมีบทบาทอย่างไรในสภาพแวดล้อมเหล่านั้น ยกตัวอย่างเช่น การใช้งานในการโหลดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพื่อประกอบจะต้องรับสินค้าจากระบบใด ทำการโหลดเข้าหรือออกอย่างไร สิ่งของที่ถูกเก็บเอาไว้นั้นมีเงื่อนไขการดูแลรักษาอย่างไร และในการส่งออกจะต้องไปยังสถานีใด โดยกระบวนการใด มีเงื่อนไขด้านเวลาอย่างไรบ้าง ตลอดจนสภาพแวดล้อมของพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นขนาดพื้นที่แนวราบ แนวดิ่ง ความชื้น อุณหภูมิ การยอมให้มนุษย์เข้ามามีส่วนร่วมในระบบได้มากน้อยแค่ไหน ภายใต้เงื่อนไขใด หากมองตามข้อมูลจาก Kardex Remstar เผยแพร่เอาไว้จะพบว่าโรงงานส่วนใหญ่ที่ยังไม่ใช้งานคลังสินค้าอัจฉริยะเกิดจากมองว่าธุรกิจของตัวเองมีขนาดเล็กเกินไปในการใช้งาน ซึ่งเป็นความจริงเพียงบางส่วน เพราะในปัจจุบันมีโซลูชันที่หลากหลาย มีตัวเลือกมากมายที่รองรับธุรกิจขนาดเล็กเกิดขึ้นมาด้วยแล้วเช่นกัน

ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องเกิดขึ้น ไม่ใช่การมองที่ตัว AS/RS แต่เป็นการมองถึง Ecosystem ที่จะถูกนำไปใช้งาน เพื่อให้เห็นตัวแปรทั้งหมดและกำหนดความคาดหวังหรือประเมินความคุ้มค่าได้อย่างถูกต้อง 

เลือกใช้ AS/RS ในรูปแบบที่เหมาะสมกับความท้าทายและเงื่อนไขที่แท้จริงของแต่ละโรงงาน

ภายหลังจากทำความเข้าใจเงื่อนไขความต้องการ ข้อจำกัด และความคาดหวังในการใช้งานแล้ว การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมเป็นส่วนสำคัญที่ต้องเกิดขึ้นในขั้นตอนต่อมา ซึ่งสิ่งแรกที่ต้องพิจารณาในขั้นตอนนี้ คือ โครงสร้างพื้นฐานโรงงานและเทคโนโลยีที่ใช้มีอะไรรองรับอยู่แล้วบ้าง และรูปแบบเทคโนโลยี AS/RS แบบไหนที่จะเหมาะสมกับความต้องการมากที่สุด เช่น รูปแบบลิฟต์แนวตั้ง รูปแบบ Carousel หรือเป็นหุ่นยนต์ขนาดเล็กที่มีความคล่องตัวสูง ขึ้นอยู่กับความท้าทายของโรงงานที่วิเคราะห์ออกมาได้

หากมองย้อนไปที่ข้อมูลจาก Kardex Remstar จะพบว่ามีเพียง 6% ที่ใช้ในสภาพแวดล้อมอัตโนมัติเต็มรูปแบบอย่าง 4.0 แต่ในขณะเดียวกัน 31% ที่ใช้ในรูปแบบผสมผสานเทคโนโลยีซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดอุตสาหกรรม 5.0 นั้นมีสัดส่วนที่สูงกว่า เพราะเข้าถึงได้ง่ายกว่า การลงทุนหรือใช้งานระบบอัตโนมัติที่เข้าใจเงื่อนไขของตัวเองอย่างแท้จริง จึงเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีใหม่เข้ากับระบบหรือ Workflow เดิมที่ทำงานได้ดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้แรงงานในส่วนที่มีคุณค่าสูง หรือการใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีพื้นฐานอื่นๆ ทำให้ไม่เกิดการลงทุนที่เกินความจำเป็น 

‘การสื่อสารที่มองไม่เห็น’ หัวใจสำคัญของโรงงานยุค 5.0 ที่การใช้งาน AS/RS มักถูกมองข้าม

สิ่งหนึ่งที่โรงงานหรือสถานประกอบไทยส่วนใหญ่อาจยังไปไม่ถึง คือ เรื่องของทรัพยากรที่มองไม่เห็นอย่างข้อมูลและการสื่อสารในโลกดิจิทัล เพราะการทำงานของ AS/RS ยุคใหม่ไม่ใช่รูปแบบของ Island of Automation หรือระบบอัตโนมัติที่ไม่เชื่อมต่อกับใครเลยอีกต่อไป แน่นอนว่าสามารถใช้ได้แต่แนวคิดดังกล่าวเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ ROI ออกมาไม่ดีอย่างแน่นอน

ข้อมูลจาก Thailand i4.0 Index แสดงให้เห็นว่าค่าเฉลี่ยเทคโนโลยีของภาคอุตสาหกรรมไทยนั้นอยู่ที่ราวๆ อุตสาหกรรม 2.5 เท่านั้น จึงไม่แปลกใจเลยว่าในเรื่องของข้อมูลและการสื่อสารดิจิทัลซึ่งไม่ใช่เอกสารเป็นแผ่นนั้นมักถูกมองข้ามได้อย่างง่ายดาย ในขณะเดียวกันคลังสินค้าอัจฉริยะยุคใหม่ทำงานด้วยการสื่อสารดิจิทัลร่วมกับเทคโนโลยีอื่นๆ ใน Ecosystem ตลอดเวลา ไม่ว่าสิทธิ์ในการเข้าถึงชิ้นงาน การ Monitor สภาพแวดล้อมการจัดเก็บ หรือการทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติอื่นๆ ในการโหลดสินค้า เช่น สายพานอัตโนมัติเป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อธุรกิจมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่เหมาะสมกับภาคอุตสาหกรรมรองรับ ทั้งเรื่อง Protocol เทคโนโลยีที่เข้ากันได้ และการทำงานร่วมกับมนุษย์ โดยเฉพาะการทำความเข้าใจมาตรฐานอย่าง ISA-95 (หรือ IEC 62264) ที่จะเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมต่อดังกล่าวระหว่างเทคโนโลยีในโลกระบบอัตโนมัติยุค 5.0 โดยมีการสื่อสารระหว่างเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อต่อยอดไปสู่การทำงานร่วมกับแรงงานที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ

ความท้าทายสำคัญในวันนี้อาจไม่ใช่ภาพของความสำเร็จขนาดใหญ่ หรือเป็นการมองไปไกลจนเกินเอื้อม แต่เป็นการบูรณาการ AS/RS ให้ใช้งานได้ จับต้องได้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องแข่งขันภายในสภาพแวดล้อมที่อาจจะไม่แตกต่างจากธุรกิจขนาดใหญ่มากนักในปัจจุบัน

มอง ‘Ecosystem’ ระบบอัตโนมัติขนาดเล็กผ่านมุมมองของ Kardex Remstar

จากการศึกษาข้อมูลของ Kardex Remstar ที่สำรวจผู้ใช้งานคลังสินค้าจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทำให้มองเห็นถึงความเป็นไปได้ในการใช้งานคลังสินค้าอัจฉริยะในธุรกิจที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่นัก และมีเทคโนโลยีจำกัดได้อย่างน่าสนใจ จึงเกิดเป็นคำแนะนำและกรณีศึกษาที่จับต้องได้ขึ้นสำหรับ Ecosystem ที่เหมาะสมกับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก

การดำเนินการเริ่มต้นด้วยการระบุปัญหาและความเร่งด่วนอย่างชัดเจน ทั้งยังต้องพิจารณาว่าการลงทุนที่เกิดขึ้นแก้ปัญหาได้มากกว่า 1 ประเด็นหรือไม่ และในระยะยาวเมื่อเกิดการขยับขยายการลงทุนนี้ยังจะสมเหตุสมผลอยู่ไหม ซึ่งสิ่งที่ผู้ประกอบการไม่ว่าขนาดใดก็ต้องทำความเข้าใจเหมือนกัน โดยเฉพาะขนาดเล็ก คือ เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้เปลี่ยนการทำงานของคลังสินค้าหรือการจัดเก็บสินค้าได้ทั้งหมดในชั่วข้ามคืน แต่จะเป็นการเพิ่มความสามารถในการควบคุม ตรวจสอบ ปรับปรุง สร้างความต่อเนื่องในกระบวนการที่จะเป็นฐานรากสำคัญในการต่อยอดความสำเร็จ

และหากมองในการเปลี่ยนผ่านสำหรับโรงงานที่มีแรงงานเป็นหลัก แต่ต้องการทำระบบอัตโนมัติขนาดเล็ก Kardex Remstar แนะนำว่าควรเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนน้อย ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์บริหารจัดการคงคลัง Inventory Management Software (IMS) ที่เรียบง่าย การใช้เทคโนโลยีบาร์โค้ดที่เชื่อมต่อเข้ากับซอฟต์แวร์และคลังอัจฉริยะใหม่ได้ง่าย ตลอดจนการใช้งานตัว AS/RS ที่มีความคุ้มค่าสูง เช่น Kardex Shuttle XP ที่เป็นคลังสินค้าอัจฉริยะแนวตั้ง ประหยัดพื้นที่แนวราบ ทั้งยังเพิ่มความแม่นยำการบริหารจัดการสินค้าคงคลังได้ถึง 99% และลดเวลาในการเบิกจ่ายได้ 50 – 70% ลดเวลาที่ใช้ เพิ่มความปลอดภัยในการทำงานได้เป็นอย่างดี

ซึ่งกระบวนการจัดเก็บอัตโนมัติเหล่านี้สามารถผสมผสานกับการทำงานโดยมนุษย์หรืองาน Manual ได้ ยกตัวอย่างในกรณีของ Kardex Shuttle XP ที่มาพร้อมกับระบบเลเซอร์ที่ช่วยชี้เป้าหมายชิ้นงานให้แรงงานทำงานได้โดยไม่ผิดพลาดอีกด้วย

หากพิจารณาถึงบริบทประเทศไทย จะพบว่าการขาดความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงการเข้าถึงกรณีศึกษาที่จับต้องได้สำหรับคลังสินค้าอัจฉริยะ หรือ AS/RS สร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการอย่างชัดเจน การมีพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญจะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อการแข่งขันในยุคใหม่ได้ แต่การหาพันธมิตรที่มีพร้อมทั้งประสบการณ์ มีเทคโนโลยีและองค์ความรู้เป็นของตัวเอง ตลอดจนได้รับการรับรองมาตรฐานที่ไว้ใจได้ในมาตรฐานสากลไม่ใช่เรื่องง่าย ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ Store Master ซึ่งเป็นตัวแทน Kardex Remstar อย่างเป็นทางการของประเทศไทยได้กลายเป็นตัวเลือกที่มีความโดดเด่น และแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ในตลาดอย่างชัดเจน

‘Store Master’ ผู้เชี่ยวชาญด้านครบเครื่องด้าน AS/RS ที่มีความน่าเชื่อถือระดับภูมิภาค

หากใครที่เยี่ยมชมงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมชั้นนำบ่อยครั้ง เชื่อว่าต้องมีโอกาสได้พบกับ Store Master ที่นำโซลูชัน AS/RS แนวตั้งอย่าง Kardex Shuttle XP มาจัดแสดงให้ผู้ที่สนใจได้ทดลองใช้ และจะเห็นได้ว่ามีการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องทุกปี

ปัจจุบันได้มีสถานประกอบการหลากหลายรูปแบบได้เลือกใช้โซลูชันจาก Kardex Remstar ที่ให้คำปรึกษา ติดตั้งและดูแลหลังการขายโดย Store Master ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง, ท่าอากาศยาน, ธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนอุตสาหกรรมยานยนต์ สะท้อนความเข้าใจในงานด้านการจัดเก็บสินค้าอัจฉริยะภายใต้แอปพลิเคชันและบริบทของอุตสาหกรรมที่หลากหลาย

ศักยภาพเหล่านี้เกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่ผสมผสานกับความพยายามในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ Store Master ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติไทยแท้ได้รับการรับรองและแต่งตั้งให้เป็น Asia Pacific Kardex Remstar Professional Technician ดูแลด้านบริการต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกสำหรับแบรนด์ Kardex Remstar ซึ่งสามารถยืนยันความสามารถและความน่าเชื่อถือในระดับภูมิภาคได้เป็นอย่างดี

ความโดดเด่นของ Store Master ไม่ได้มาจากบริการหลังการขายเท่านั้น แต่ยังมีความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาเพื่อให้เกิดโซลูชันที่ลงตัวที่สุดสำหรับสถานประกอบการ ตั้งแต่ Ecosystem ของระบบที่เกี่ยวข้องไปจนถึงกิจกรรมที่เล็กที่สุดที่เกิดขึ้นในคลังสินค้าอัจฉริยะ ซึ่งในงานแสดงสินค้า อาทิ AUTOMATION EXPO 2026 ได้มีการนำเสนอโซลูชันที่บูรณาการ AS/RS Kardex Shuttle XP เข้ากับแขนกล, สายพานอัจฉริยะ และ Machine Vision ภายใต้ความร่วมมือระหว่างแบรนด์จากเยอรมนี ที่ตอกย้ำถึงความสามารถในการใช้งานร่วมกับ Ecosystem อื่นๆ ได้เป็นอย่างดี

เมื่อบริการระดับพรีเมียมจาก Store Master ผสานรวมเข้ากับ AS/RS จาก Kardex Remstar แบรนด์ชั้นนำจากเยอรมนี จึงเกิดเป็นความคุ้มค่าในระยะยาวสำหรับธุรกิจอย่างภาคการผลิตหรือคลังสินค้าได้อย่างแตกต่าง ไม่ว่าจะอายุการใช้งานที่ยาวนาน การดูแลหลังการขายที่รวดเร็วและเข้าใจถึงเงื่อนไขความต้องการของลูกค้า เปลี่ยนความฝันและความสำเร็จในการทำธุรกิจให้เป็นความจริงที่จับต้องได้

สำหรับธุรกิจที่สนใจยกระดับศักยภาพการจัดเก็บสินค้าและชิ้นงาน ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้า การพิจารณาเฉพาะตัวเทคโนโลยี AS/RS เพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบที่ทำให้เกิด ROI ที่จับต้องได้ แต่ต้องเข้าใจถึง Ecosystem ที่เกี่ยวข้อง ไม่เช่นนั้นแล้วการลงทุนมูลค่าหลักแสนหลักล้านอาจกลายเป็นภาระที่เพิ่มต้นทุนให้กับธุรกิจได้ในภายหลัง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่าง Store Master ตั้งแต่เริ่มต้นจึงเป็นการรับประกันความสำเร็จของการลงทุน ตลอดจนการสร้างศักยภาพในการแข่งขันที่จับต้องได้ ทั้งโซลูชันมาตรฐานเยอรมันจากแบรนด์ Kardex Remstar และความเชี่ยวชาญระดับภูมิภาค การลงทุนและการใช้งาน AS/RS จึงมั่นใจได้ว่าจะสร้างผลลัพธ์ในการแข่งขันที่ยั่งยืนได้อย่างแน่นอน

สนใจโซลูชั่นจัดเก็บสินค้าแนวตั้ง Kardex Shuttle XP ติดต่อ:

Store Master Co., Ltd.

โทรศัพท์: 02-988-5460, 081-890-1597
Email: [email protected]
🌐 Store Master Thailand
🌐 Kardex Remstar

Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
logo-company
Thossathip Soonsarthorn
Expert & Knowledge Curator GMTX - MMThailand - AUTOMATION EXPO
BUILDING CONSTRUCTION TECHNOLOGY EXPO 2026