SPS China
boi 5 mechanisms thailand semiconductor 2050

บีโอไอดัน 5 กลไก ปั้นชิปเมดอินไทยแลนด์ 2050 ตั้งเป้าดึงลงทุนกว่า 2.5 ล้านล้านบาท

Date Post
09.01.2026
Post Views

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เดินหน้ายุทธศาสตร์ระยะยาว ยกระดับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของไทยสู่เวทีโลก ตั้งเป้าผลักดัน “ชิปเมดอินไทยแลนด์” ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ภายใต้กรอบแผนพัฒนา 25 ปี (ค.ศ. 2026–2050) คาดดึงดูดเงินลงทุนรวมกว่า 2.5 ล้านล้านบาท และพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีกว่า 230,000 คน

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ BOI เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ ได้พิจารณาและให้ความเห็นต่อร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมฯ ซึ่งเริ่มจัดทำตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 โดยว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาระดับโลก Roland Berger เป็นผู้ศึกษาและจัดทำแผน ภายใต้การกำกับดูแลของคณะอนุกรรมการที่ประกอบด้วย BOI สภาพัฒน์ฯ กระทรวงอุตสาหกรรม ศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) และ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พร้อมความร่วมมือจากภาคเอกชนทั้งไทยและต่างชาติ

การจัดทำยุทธศาสตร์ดังกล่าวอาศัยการวิเคราะห์เชิงลึกตลอดห่วงโซ่อุปทานโลก เปรียบเทียบศักยภาพไทยกับประเทศผู้นำอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย รวมถึงประเทศคู่แข่งในภูมิภาค เช่น เวียดนามและฟิลิปปินส์ แม้ไทยจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ แต่จากโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร คุณภาพระบบอุตสาหกรรม และฐานอุตสาหกรรมปลายน้ำที่เข้มแข็ง ทำให้ยังมีโอกาสต่อยอดและแข่งขันได้ในระยะยาว

ยุทธศาสตร์ฯ ชี้เป้า 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ไทยมีศักยภาพสูง ได้แก่ ชิป Power, Sensor, Photonics, Analog และ Discrete ซึ่งเป็นชิปที่ใช้ในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ตั้งแต่ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม ดาต้าเซ็นเตอร์ เทคโนโลยี AI ระบบออโตเมชัน ไปจนถึงการแพทย์

ในระยะ 5 ปีแรก ไทยจะมุ่งต่อยอดจุดแข็งเดิม เช่น การประกอบและทดสอบชิป (OSAT) การออกแบบชิป (IC Design) และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง พร้อมผลักดันการลงทุนในกระบวนการต้นน้ำอย่าง Wafer Fabrication ควบคู่กับการสร้างผู้ประกอบการไทยให้เติบโตเป็น Local Champion ในอนาคต เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม แผนฯ เสนอ 5 กลไกหลัก ได้แก่

  1. สิทธิประโยชน์การลงทุน เงินสนับสนุนและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำระยะยาว
  2. บุคลากรทักษะสูง พัฒนาหลักสูตร–ความร่วมมืออุตสาหกรรมและมหาวิทยาลัย
  3. เทคโนโลยีและ R&D ยกระดับ TMEC และศูนย์วิจัยเซมิคอนดักเตอร์
  4. โครงสร้างพื้นฐาน คลัสเตอร์อุตสาหกรรม พลังงานสะอาด น้ำ และระบบจัดการความเสี่ยง
  5. สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ อำนวยความสะดวกการลงทุน เจรจาการค้า และจัดซื้อภาครัฐสนับสนุนผู้ผลิตไทย

ทั้งนี้ ที่ประชุมเน้นย้ำว่าการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศต้องเดินคู่กับการเสริมบทบาทผู้ประกอบการไทย เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างแท้จริง และลดความเสี่ยงจากการเป็นเพียงฐานการผลิตปลายน้ำ

✦ มุมมองในภาคอุตสาหกรรมของทาง MM Thailand

ยุทธศาสตร์ชิปเมดอินไทยแลนด์สะท้อนการเปลี่ยนเกมของไทยจาก “ฐานรับจ้างผลิต” สู่การเป็นผู้เล่นเชิงยุทธศาสตร์ในห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์โลก ท่ามกลางการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและภูมิรัฐศาสตร์ การเลือกโฟกัสชิปเฉพาะทางที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมหลักของประเทศ เป็นแนวทางที่ลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสสำเร็จ หากรัฐสามารถขับเคลื่อน 5 กลไกได้พร้อมกัน โดยเฉพาะกำลังคนและโครงสร้างพื้นฐาน ไทยมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นฐานออกแบบและผลิตชิปสำคัญของภูมิภาคในช่วง 10–20 ปีข้างหน้า


ที่มาข่าว : ฐานเศรษฐกิจ

Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
ลงทะเบียนร่วมงาน Automation Expo
ลงทะเบียนร่วมงาน AUTOMATION EXPO