การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ผ่านการใช้พลังงานสะอาดในพื้นที่โครงการนิคมอุตสาหกรรม 304
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาร่วมดำเนินงานระหว่าง กนอ. โดย นางนิภา รุกขมธุร์ รองผู้ว่าการ (ยุทธศาสตร์) และบริษัท 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค 8 สมาร์ท จำกัด โดยนายจตุพร ดำเนินชาญวนิชย์ รองประธาน บริษัท 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค 8 สมาร์ท จำกัด และนายกิตติพันธ์ จิตต์เป็นธรรม หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ริษัท 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค 8 สมาร์ท จำกัด พร้อมด้วย นายธีรวุฒิ เจริญสุข รองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ 2) นางสาววิชชุดา สีมาขจร ผู้ช่วยผู้ว่าการ (บริหาร) นางปนัดดา เย็นตระกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการ (ยุทธศาสตร์) นายคงวุฒิ ยอดพยุง ผู้ช่วยผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ2) ผู้บริหาร กนอ. และผู้บริหาร บริษัท 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค 8 สมาร์ท จำกัด ให้เกียรติเข้าร่วมพิธีลงนามในสัญญา ณ ห้อง A21-1 อาคาร A กนอ.สนญ.
โครงการนิคมอุตสาหกรรม 304 ได้รับการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคโดยใช้หลักการนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Town) ผสานความเป็นนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart Industrial Estate หรือ Smart I.E.) ตั้งอยู่ในตำบลลาดตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี พื้นที่รวม 1,273-1-49 ไร่ มีจุดเด่นด้านพลังงานสะอาด (Green Energy) มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 893 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแบบผสมผสาน 555 เมกะวัตต์ สามารถจ่ายไฟฟ้าสีเขียวได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยคาดว่า โครงการดังกล่าวจะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากโรงงานในนิคมฯ ได้สูงถึง 15,000 ล้านบาท สร้างอัตราการจ้างงานเพิ่มขึ้นกว่า 10,000 คน มุ่งเป้ารองรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New S-Curve) อาทิ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ยานยนต์สมัยใหม่ อาหารและเครื่องดื่ม ดิจิทัล เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ เชื้อเพลิงและเคมีชีวภาพ หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม การแพทย์ครบวงจร รวมถึงอุตสาหกรรมเบาและบริการสาธารณูปโภค
โดยโครงการนิคมอุตสาหกรรม 304 พัฒนาภายใต้เม็ดเงินลงทุนระบบสาธารณูปโภคมาตรฐาน กนอ.รวมประมาณ 1,039.7 ล้านบาท บนพื้นที่จัดสรรที่แบ่งเป็นพื้นที่เกิดรายได้ (พื้นที่อุตสาหกรรม สนับสนุนอุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม) 971 ไร่ พื้นที่ระบบสาธารณูปโภค 174 ไร่ และพื้นที่สีเขียวกับแนวกันชนรวม 127 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากโรงงานในนิคมฯ ได้สูงถึง 15,000 ล้านบาท และสร้างอัตราการจ้างงานเพิ่มขึ้นกว่า 10,000 คน มุ่งเป้ารองรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New S-Curve) อาทิ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ยานยนต์สมัยใหม่ อาหารและเครื่องดื่ม ดิจิทัล เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ เชื้อเพลิงและเคมีชีวภาพ หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม การแพทย์ครบวงจร รวมถึงอุตสาหกรรมเบาและบริการสาธารณูปโภค
ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการสิ่งแวดล้อม โครงการได้ขมวดรวมระบบมาตรฐานสากลไว้อย่างครบวงจร ทั้งระบบผลิตน้ำประปา 10,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และระบบบำบัดน้ำเสีย SBR ขนาด 8,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ควบคู่ไปกับระบบระบายน้ำและระบบป้องกันน้ำท่วมเต็มรูปแบบด้วยคันดินกั้นน้ำและแนวกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก ด้านการคมนาคมขนส่งออกแบบด้วยถนนสายประธานผิว คสล. หนาพิเศษ ขนาด 4 ช่องจราจรกว้าง 40 เมตร พร้อมทางจักรยานและทางเท้า รวมถึงติดตั้งระบบดับเพลิงแบบเปียกมาตรฐาน NFPA ตลอดแนวถนน ยิ่งไปกว่านั้นยังชูระบบสื่อสารผ่านเครือข่ายประสิทธิภาพสูง และมีระบบบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมตามหลัก 3Rs และระบบติดตามขยะ (Manifest) อย่างเข้มงวดเพื่อความโปร่งใสและเป็นมิตรต่อชุมชน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษาจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 พ.ศ. 2569 และมีกำหนดการเริ่มก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 โดยจะใช้เวลาในการก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 2 ปี ก่อนจะประกาศราชกิจจานุเบกษาเพื่อเปิดรับนักลงทุนอย่างเต็มรูปแบบต่อไป








