ลงทะเบียนร่วมงาน Automation Expo
Automation Thailand
ieat world bank 100m low carbon industrial estate thailand

กนอ. ผนึกธนาคารโลก 100 ล้านดอลลาร์ฯ ปั้น “นิคมฯ คาร์บอนต่ำ” ดันมาบตาพุด–แหลมฉบัง สู่ตลาดคาร์บอนโลก

Date Post
12.02.2026
Post Views

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเกมรุกสังคมคาร์บอนต่ำ รับแรงหนุนธนาคารโลก วงเงิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะแรก เดินหน้าโครงการ “เมืองคาร์บอนต่ำและการพัฒนาตลาดคาร์บอน” ยกระดับนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและแหลมฉบังสู่ต้นแบบ Low Carbon Industrial Estate พร้อมปั้นกลไกคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูง รองรับเป้าหมาย Net Zero และความท้าทายจากมาตรการ CBAM

ธนาคารโลกอัดฉีด 200 ล้านดอลลาร์ฯ – กนอ. ได้ 100 ล้านดอลลาร์ฯ ระยะแรก

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ภายใต้การนำของ สุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. ประกาศเดินหน้าโครงการ Low Carbon City and Carbon Market Development อย่างเต็มรูปแบบ โดยได้รับการสนับสนุนเงินกู้จาก World Bank วงเงินรวม 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในระยะแรก กนอ. ในฐานะหน่วยงานภาครัฐนำร่อง (PSO) ได้รับจัดสรร 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,400 ล้านบาท เพื่อนำไปลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน (RE) และการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน (EE) ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ซึ่งถูกประเมินว่ามีศักยภาพลดก๊าซเรือนกระจกในระดับที่สามารถซื้อขายในตลาดสากลได้

กลไกการเงินจะดำเนินผ่านธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) โดยปล่อยกู้ต่อให้ภาคเอกชน เช่น ESCOs และ EPCs เพื่อติดตั้งเทคโนโลยีลดคาร์บอน อาทิ โซลาร์ฟาร์มแบบ Ground-mounted, Rooftop, Floating Solar ระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) และสถานีชาร์จ EV

Digital MRV – คาร์บอนเครดิตคุณภาพสูง ปูทางขายตลาดโลก

จุดเด่นของโครงการคือการใช้ระบบ Digital Monitoring, Reporting and Verification (Digital MRV) ตรวจวัดและรายงานผลแบบ Real-time จากจุดติดตั้งจริง เพื่อรับรองความถูกต้องตามมาตรฐานสากล

เป้าหมายปี 2569 คือการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตสะสม 1 ล้านเมตริกตันคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ตลาดโลก โดยเครดิตจะได้รับการรับรองจาก Gold Standard ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากล ทำให้สามารถจำหน่ายได้ในราคาสูงกว่าตลาดทั่วไป

ในด้านการบริหารจัดการซื้อขายคาร์บอนเครดิต จะมีหน่วย Coordinating and Managing Entity (CME) ทำหน้าที่ประสานงาน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่า ธนาคารกรุงไทยจะเข้ารับบทบาทดังกล่าว

ลดคาร์บอน 2.33 ล้านตันใน 10 ปี – เสริมแต้มต่อ FDI รับ CBAM

โครงการตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสม 2.33 ล้านตันคาร์บอนภายใน 10 ปี พร้อมสร้างกลไก “การมัดรวมคาร์บอนเครดิต” และวางรากฐานตลาดคาร์บอนในประเทศ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะนักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยงจากมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM)

หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการ ขั้นตอนต่อไป กนอ. จะคัดเลือกพื้นที่เป้าหมายและจัดทำเอกสารเชิญชวนยื่นข้อเสนอ (RFP) เพื่อเปิดทางให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน


จะเห็นได้ว่า การขยับของ กนอ. ครั้งนี้สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทนิคมอุตสาหกรรมจากผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน สู่การเป็น “แพลตฟอร์มคาร์บอน” ที่สร้างรายได้จากเครดิตและการประหยัดพลังงานโดยไม่ต้องลงทุนเองทั้งหมด

หากโมเดลนี้สำเร็จ ไทยจะได้ 3 แต้มต่อสำคัญ

  1. ลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว
  2. มีคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงป้อนตลาดโลก
  3. เพิ่มความน่าสนใจต่อ FDI ในยุคกติกาการค้าสีเขียวเข้มข้น

นิคมมาบตาพุดและแหลมฉบังจึงไม่ใช่แค่ฐานอุตสาหกรรมหนักอีกต่อไป แต่กำลังถูกวางตำแหน่งใหม่เป็น “Low Carbon Industrial Hub” ของภูมิภาค


Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
ลงทะเบียนร่วมงาน Automation Expo
ลงทะเบียนร่วมงาน AUTOMATION EXPO