Thai NS Solution
Thai NS Solution
บทความโดยสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

วิกฤตราคาน้ำมัน 2026 กับกำไรที่หายไปของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทย

Date Post
03.04.2026
Post Views

ท่ามกลางวิกฤตสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-ปาเลสไตน์ และอิหร่าน ทั่วโลกกลับได้รับผลกระทบด้านพลังงานครั้งใหญ่ ซึ่งหากแม้ว่าเหตุการณ์จะยุติลงในวันนี้ผลกระทบด้านซัพพลายเชนทั่วโลกยังคงเกิดปัญหาอยู่ต่อไปอีกชั่วระยะหนึ่ง และหากพิจารณาเฉพาะอุตสาหกรรมอย่างอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง ทางสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ได้รวบรวมผลกระทบที่เกิดขึ้นเอาไว้ดังนี้ครับ

  • การวิเคราะห์นี้ชี้ว่า เมื่อราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น เพิ่มขึ้นในระยะสั้น อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทยจะมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.40 และผลตอบแทนการผลิตลดลงร้อยละ 15.86 คิดเป็นมูลค่าผลกระทบประมาณ 50,817 ล้านบาท
  • ในกรณีความขัดแย้งยืดเยื้อจนราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น เพิ่มขึ้น ต้นทุนการผลิตจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.72 และอาจเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 4.59 ขณะที่ ผลตอบแทนการผลิตลดลงร้อยละ 30.77 และอาจลดลงสูงถึงร้อยละ 51.89 ทำให้มูลค่าผลกระทบขยายเป็นประมาณ 98,599 ล้านบาท และอาจสูงถึง 166,302 ล้านบาท
  • แม้จะเป็นเพียงภาวะช็อกของราคาน้ำมันในระยะสั้น แต่กลับสร้างแรงกดดันต่อภาคการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อหรือทวีความรุนแรงขึ้น ต้นทุนการผลิตก็จะปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ ผลตอบแทนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้มูลค่าความเสียหายขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
  • ในเชิงรายสาขา การผลิตลวดและสายเคเบิลชนิดหุ้มฉนวนเป็นสาขาที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นสูงสุด ขณะที่
    การผลิตเครื่องจักรและเครื่องมือไฟฟ้าสำหรับงานอุตสาหกรรมเป็นสาขาที่ผลตอบแทนลดลงสูงสุด


นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เป็นต้นมา ตลาดพลังงานโลกได้เผชิญกับความผันผวนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานโลกผ่านความเสี่ยงของเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกอย่างช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ช่องแคบดังกล่าวถือเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากภูมิภาคตะวันออกกลางสู่ตลาดโลก โดยมีปริมาณการขนส่งน้ำมันดิบประมาณร้อยละ 20 ของปริมาณการบริโภคปิโตรเลียมเหลวทั่วโลก ทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดในบริเวณนี้สร้างความกังวลต่อเสถียรภาพของอุปทานพลังงานในตลาดโลก

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกมีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น เช่น ความเสี่ยงของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลางจากความขัดแย้งทางทหาร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตและการส่งออกพลังงาน ขณะเดียวกัน บริษัทขนส่งทางทะเลและเรือบรรทุกน้ำมันบางส่วนได้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางหรือชะลอการเดินเรือชั่วคราวจากความกังวลด้านความปลอดภัย ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งและการประกันภัยการเดินเรือมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เป็นต้น

ภายใต้บริบทดังกล่าว การปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันดิบไม่ได้ส่งผลจำกัดอยู่เพียงมิติของตลาดพลังงานเท่านั้น แต่ยังส่งผ่านไปยังภาคการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในระดับโลกด้วย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับต้นทุนพลังงานและการค้าระหว่างประเทศ โดยส่งผลกระทบทั้งทางตรงผ่านต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นในกระบวนการผลิตและทางอ้อมผ่านการปรับเพิ่มของราคาวัตถุดิบ ปิโตรเคมี ต้นทุนโลจิสติกส์ ตลอดจนความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ ดังนั้น การวิเคราะห์ผลกระทบของความผันผวนของราคาน้ำมันต่ออุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทยจึงมีความสำคัญต่อการประเมินความเสี่ยงเชิงโครงสร้างและการกำหนดแนวทางเชิงนโยบายเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมในระยะต่อไป

ราคาน้ำมันดิบจากตลาดกลางซื้อขายน้ำมันดิบที่สำคัญของโลก ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) เบรนท์ (Brent) และดูไบ (Dubai) ได้มีการปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมี.ค. 2026 เป็นต้นมา ทั้งนี้ ราคาซื้อขายน้ำมันดิบจากเวสต์เท็กซัสและน้ำมันดิบเบรนท์ได้มีการปรับเพิ่มสูงสุด ณ วันที่ 20 มี.ค. 2026 อยู่ที่ระดับ 98.23 และ 106.41 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ตามลำดับ ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับเพิ่มสูงสุด ณ วันที่ 19 มี.ค. 2026 อยู่ที่ระดับ 137.82 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งมีสาเหตุมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอล รวมถึงการมีบทบาทสนับสนุนทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ โดยความขัดแย้งดังกล่าวได้เพิ่มความกังวลต่อเสถียรภาพของอุปทานพลังงานจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการค้าพลังงานโลก ส่งผลให้ตลาดพลังงานเกิดความไม่แน่นอนด้านอุปทานและผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว (ภาพที่ 1)

ที่มา: OilPrice.com รวบรวมโดยแผนกนโยบายและแผน สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

ภาพที่ 1 ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส เบรนท์ และดูไบ ปี 2026 (เดือน ม.ค. – มี.ค.)

สำหรับราคาน้ำมันดิบ ณ ปัจจุบัน พบว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอยู่ที่ระดับ 91.6 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเบรนท์อยู่ที่ระดับ 103.52 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 134.07 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยสถานการณ์ปัญหาความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีความผันผวน

ขณะที่ ภาพรวมราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น (Ex – Refinery Price) ของไทยนั้น พบว่า มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เนื่องจากไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในระดับสูง โดยราคาปัจจุบันของน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น (ณ วันที่ 23 มี.ค. 2026) อยู่ที่ 45.22 บาทต่อลิตร ขณะที่ ราคาเดิมก่อนการเกิดสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุซ (ณ วันที่ 2 มี.ค 2026) อยู่ที่ 18.99 บาทต่อลิต ซึ่งเพิ่มขึ้นเท่ากับ 26.23 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 138.07 นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นไม่ได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐเช่นเดียวกับราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกหน้าสถานีบริการ (Retail Price) จึงทำให้ราคาดังกล่าวสะท้อนต้นทุนพลังงานที่แท้จริงตามกลไกตลาดและมีราคาที่สูงกว่าราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกหน้าสถานีบริการ ซึ่งราคาปัจจุบัน (ณ วันที่ 23 มี.ค. 2026) อยู่ที่ 31.14 บาทต่อลิตร โดยได้รับการอุดหนุนราคาจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 24.25 บาทต่อลิตร

สำหรับอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทยนั้น เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จึงได้ทำการศึกษาและวิเคราะห์ถึงผลกระทบจากราคาน้ำมันที่มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นต่ออุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทย ซึ่งใช้ตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิต (Input – Output Table of Thailand 2021: 180 Sectors) ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นเครื่องมือในการศึกษาและวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยสาเหตุที่ใช้ตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิตในปี 2021 (พ.ศ. 2564) เนื่องจากตารางดังกล่าวเป็นตารางใหม่ล่าสุดและโครงสร้างการผลิตในปัจจุบันน่าจะไม่มีความแตกต่างจากโครงสร้างการผลิตในปี 2021 มากนัก

นอกจากนี้ การที่อุตสาหกรรมทั้งหมดมีสัมประสิทธิ์ปัจจัยการผลิตที่ต่อเนื่องกันจะทำให้การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกิดขึ้น เป็นการเปลี่ยนแปลงที่กระทบกันเป็นลูกโซ่ กล่าวได้ว่า การพิจารณาผลกระทบหรือการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดจะประกอบด้วยความต้องการวัตถุดิบทางตรง (Direct Requirement) ซึ่งจะเรียกว่า ผลกระทบทางตรง (Direct) และความต้องการวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ (Indirect Requirement) จะเรียกว่า ผลกระทบทางอ้อม (Indirect) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จึงใช้หลักการดุลยภาพทั่วไป (General Equilibrium) และ Inverse Matrix of Coefficient ในการคำนวณผลกระทบ

สูตร
X = (I – A) -1 * F
กำหนดให้
A = สัมประสิทธิ์ปัจจัยการผลิต (Input Coefficient)
F = อุปสงค์ขั้นสุดท้าย (Final Demand)
X = ผลผลิตรวม

สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ได้วิเคราะห์ผลกระทบของราคาน้ำมันผ่านต้นทุนค่าขนส่งและต้นทุน
โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมที่มีต่ออุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทย ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กรณี ได้แก่

  • กรณีที่ 1ผลกระทบจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นในระยะสั้น (45.22 บาทต่อลิตร)
  • กรณีที่ 2 ผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งที่รุนแรง (69.87บาทต่อลิตร)
  • กรณีที่3 ผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันดีเซลณโรงกลั่นภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรง (104.81 บาทต่อลิตร)

โดยเป็นการวิเคราะห์ผลกระทบรวมทั้งทางตรงและทางอ้อมของการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันผ่านต้นทุนในการผลิตและผลตอบแทนการผลิตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

สำหรับการคำนวณผลกระทบรวมทั้งทางตรงและทางอ้อมของการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันต่ออุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จะใช้ข้อมูลดังนี้

ราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นของประเทศไทย น้ำมันดีเซลเป็นหนึ่งในต้นทุนด้านการขนส่งที่สำคัญของผู้ประกอบการ ขณะที่ การจัดซื้อน้ำมันของภาคธุรกิจส่วนใหญ่ดำเนินการผ่านผู้ค้าส่ง (Jobber) ซึ่งไม่ได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐเช่นเดียวกับราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น และย่อมกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนและผลตอบแทนจากการผลิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้น สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จึงได้วิเคราะห์ผลกระทบของราคาน้ำมันที่มีต่ออุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทย โดยแบ่งออกเป็น 3 กรณี ได้แก่

  • กรณีที่ 1 ผลกระทบจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นในระยะสั้น (45.22บาทต่อลิตร) ซึ่งราคาปัจจุบันของน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น (ณ วันที่ 23 มี.ค. 2026) อยู่ที่ 45.22 บาทต่อลิตร ขณะที่ ราคาเดิมก่อนการเกิดสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุซ (ณ วันที่ 2 มี.ค. 2026) อยู่ที่ 18.99 บาทต่อลิตร ซึ่งเพิ่มขึ้นเท่ากับ 26.23 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 138.07
  • กรณีที่ 2 ผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งที่รุนแรง (69.87 บาทต่อลิตร) ซึ่งหากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นหรือมีความยืดเยื้อจนส่งผลกระทบต่ออุปทานและราคาน้ำมัน คาดว่าจะทำให้ราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น อยู่ที่ 69.87 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 267.89 จากราคาเดิมก่อนการเกิดสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุซ (ณ วันที่ 2 มี.ค 2026) ที่ 18.99 บาทต่อลิตร
  • กรณีที่ 3 ผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันดีเซลณโรงกลั่นภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรง (104.81บาทต่อลิตร) ซึ่งหากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยกระดับความรุนแรงขึ้นอีก จนส่งผลกระทบต่ออุปทานและราคาน้ำมันเพิ่มมากขึ้น คาดว่าจะทำให้ราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น อยู่ที่ 104.81 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 451.84 จากราคาเดิมก่อนการเกิดสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุซ (ณ วันที่ 2 มี.ค 2026) ที่ 18.99 บาทต่อลิตร

ข้อมูลจากตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิต (InputOutput Table) หรือ IO Dashboard ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้แก่ ต้นทุนค่าขนส่ง (503) ต้นทุนโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม (093) ผลตอบแทนการผลิต (202) และอุปสงค์ขั้นสุดท้ายรวม (309) ของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 7 รายสาขาการผลิต ได้แก่ การผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ในสำนักงานและในครัวเรือน (116) การผลิตเครื่องจักรและเครื่องมือไฟฟ้าสำหรับงานอุตสาหกรรม (117) การผลิตอุปกรณ์และเครื่องมือทางวิทยุ โทรทัศน์ และการคมนาคม (118) การผลิตเครื่องใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน (119) การผลิตลวดและสายเคเบิลชนิดหุ้มฉนวน (120) การผลิตหม้อเก็บประจุไฟฟ้าและแบตเตอรี่ต่าง ๆ (121) และการผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ (122)

จากการคำนวณ (ตารางที่ 1) พบว่า เมื่อราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นเพิ่มขึ้นจากราคาเดิมก่อนการเกิดสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุซ (ณ วันที่ 2 มี.ค. 2026) อยู่ที่ 18.99 บาทต่อลิตร เป็นราคาปัจจุบัน (ณ วันที่ 23 มี.ค. 2026) อยู่ที่ 45.22 บาทต่อลิตร จะทำให้เกิดผลกระทบรวมทั้งทางตรงและทางอ้อมของการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันผ่านต้นทุนในการผลิต โดยอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (116122) จะมีต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.40 ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการผลิตลวดและสายเคเบิลชนิดหุ้มฉนวน (120) เป็นรายสาขาที่ได้รับผลกระทบสูงสุดเมื่อเทียบกับรายสาขาอื่นๆ ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้น ร้อยละ 3.03

ในขณะที่ ด้านผลตอบแทนการผลิตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (116 – 122) นั้น พบว่า อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (116-122) จะมีผลตอบแทนการผลิตลดลง ร้อยละ 15.86 ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรและเครื่องมือไฟฟ้าสำหรับงานอุตสาหกรรม (117) เป็นรายสาขาที่ได้รับผลกระทบสูงสุดเมื่อเทียบกับรายสาขาอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งผลตอบแทนการผลิตลดลงร้อยละ 35.95

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน (119) อุตสาหกรรมการผลิตหม้อเก็บประจุไฟฟ้าและแบตเตอรี่ต่าง ๆ (121) และอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ (122) เป็นอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นผ่านต้นทุนการผลิตที่ลดลงหรือได้รับผลตอบแทนการผลิตที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ เมื่อคำนวณมูลค่าผลกระทบรวมทั้งทางตรงและทางอ้อมของการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นต่อต้นทุนและผลตอบแทนจากการผลิตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทย จะพบว่า อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (116122) มีต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้นหรือมีผลตอบแทนการผลิตลดลงประมาณ50,817 ล้านบาทซึ่งสาขาการผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ในสำนักงานและในครัวเรือน (116) เป็นรายสาขาที่มีมูลค่าผลกระทบสูงสุดเมื่อเทียบกับรายสาขาอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีมูลค่าผลกระทบสูงถึง 46,079 ล้านบาท

จากการคำนวณ (ตารางที่ 1) พบว่า หากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวัน-ออกกลางมีความยืดเยื้อ จนราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น อยู่ที่ 69.87 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 267.89 จากราคาเดิมก่อนการเกิดสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุซ (ณ วันที่ 2 มี.ค 2026) ที่ 18.99 บาทต่อลิตร จะทำให้เกิดผลกระทบรวมทั้งทางตรงและทางอ้อมของการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันผ่านต้นทุนในการผลิต โดยอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์(116 – 122) จะมีต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ2.72 ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการผลิตลวดและสายเคเบิลชนิดหุ้มฉนวน (120) เป็นรายสาขาที่ได้รับผลกระทบสูงสุดเมื่อเทียบกับรายสาขาอื่นๆ ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.88 อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน (119) อุตสาหกรรมการผลิตหม้อเก็บประจุไฟฟ้าและแบตเตอรี่ต่างๆ (121) และอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ (122) เป็นอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นผ่านต้นทุนการผลิตที่ลดลงหรือได้รับผลตอบแทนการผลิตที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ เมื่อคำนวณมูลค่าผลกระทบรวมทั้งทางตรงและทางอ้อมของการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นต่อต้นทุนและผลตอบแทนจากการผลิตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทย จะพบว่า อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (116122) มีต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้นหรือมีผลตอบแทนการผลิตลดลงประมาณ 98,599 ล้านบาท ซึ่งสาขาการผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ในสำนักงานและในครัวเรือน (116) เป็นรายสาขาที่มีมูลค่าผลกระทบสูงสุดเมื่อเทียบกับรายสาขาอื่นๆ ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีมูลค่าผลกระทบสูงถึง 89,406 ล้านบาท

จากการคำนวณ (ตารางที่ 1) พบว่า หากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยกระดับความรุนแรงขึ้นอีก จนราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น อยู่ที่ 104.81 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 451.84 จากราคาเดิมก่อนการเกิดสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุซ (ณ วันที่ 2 มี.ค 2026) ที่ 18.99 บาท
ต่อลิตร จะทำให้เกิดผลกระทบรวมทั้งทางตรงและทางอ้อมของการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันผ่านต้นทุนในการผลิต โดยอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (116 – 122) จะมีต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ4.59 ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการผลิตลวดและสายเคเบิลชนิดหุ้มฉนวน (120) เป็นรายสาขาที่ได้รับผลกระทบสูงสุดเมื่อเทียบกับรายสาขาอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้น ร้อยละ 9.91

ในขณะที่ ด้านผลตอบแทนการผลิตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (116 – 122) นั้น พบว่า อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (116 – 122) จะมีผลตอบแทนการผลิตลดลงร้อยละ51.89 ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรและเครื่องมือไฟฟ้าสำหรับงานอุตสาหกรรม (117) เป็นรายสาขาที่ได้รับผลกระทบสูงสุดเมื่อเทียบกับรายสาขาอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งผลตอบแทนการผลิตลดลงร้อยละ 117.64

นอกจากนี้ เมื่อคำนวณมูลค่าผลกระทบรวมทั้งทางตรงและทางอ้อมของการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นต่อต้นทุนและผลตอบแทนจากการผลิตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทย จะพบว่า อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (116 – 122) มีต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้นหรือมีผลตอบแทนการผลิตลดลงประมาณ 166,302 ล้านบาท ซึ่งสาขาการผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ในสำนักงานและในครัวเรือน (116) เป็นรายสาขาที่มีมูลค่าผลกระทบสูงสุดเมื่อเทียบกับรายสาขาอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีมูลค่าผลกระทบสูงถึง 150,797 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์ผลกระทบทั้ง 3 กรณี พบว่า อุตสาหกรรมการผลิตลวดและสายเคเบิลชนิดหุ้มฉนวน (120) เป็นรายสาขาที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนในการผลิตที่เพิ่มขึ้นสูงสุด ขณะที่ อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรและเครื่องมือไฟฟ้าสำหรับงานอุตสาหกรรม (117) เป็นรายสาขาที่ได้รับผลกระทบจากผลตอบแทนการผลิตที่ลดลงสูงสุด อาจเป็นผลจากลักษณะของสินค้าในอุตสาหกรรมดังกล่าวที่มีน้ำหนักมากเมื่อเทียบกับมูลค่าต่อหน่วย ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งคิดเป็นสัดส่วนสูงในโครงสร้างต้นทุนรวม เมื่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ต้นทุนการขนส่งจึงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมากกว่าสาขาการผลิตอื่นที่มีมูลค่าสูงแต่มีขนาดเล็ก

ยิ่งไปกว่านั้น การวิเคราะห์ผลกระทบทั้ง 3 กรณียังชี้ให้เห็นว่า อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน (119) อุตสาหกรรมการผลิตหม้อเก็บประจุไฟฟ้าและแบตเตอรี่ต่าง ๆ (121) และอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ (122) เป็นอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นผ่านต้นทุนการผลิตที่ลดลงหรือได้รับผลตอบแทนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันอาจส่งผลให้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น เช่น การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แทนการใช้รถสันดาปมากขึ้น และความต้องการสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกักเก็บพลังงานอย่างแบตเตอรี่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันมีแนวโน้มทำให้ต้นทุนการเดินทางปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนหันมาปรับรูปแบบการทำงานไปสู่การทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) มากขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ความต้องการสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัวเรือนขนาดเล็กเพิ่มขึ้น เช่น ไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว และพัดลม เป็นต้น

ที่มา: แผนกนโยบายและแผน สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

ตารางที่ 1 ผลกระทบรวมทั้งทางตรงและทางอ้อมของการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น
ต่อต้นทุนในการผลิตและผลตอบแทนการผลิตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทย (116 – 122)

หมายเหตุ:

  1. ร้อยละ (%) และมูลค่าผลกระทบ (ล้านบาท) ที่มีค่าเป็นลบ (-) หมายถึง อุตสาหกรรมได้รับผลกระทบเชิงลบ เช่น ต้นทุนในการผลิตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (116 – 122) เท่ากับร้อยละ -1.40 หมายถึง ต้นทุนในการผลิตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (116 – 122) เพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.40 ผลตอบแทนการผลิตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (116 – 122) เท่ากับ
    ร้อยละ -15.86 หมายถึง ผลตอบแทนการผลิตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (116 – 122) ลดลง ร้อยละ 15.86 มูลค่าผลกระทบของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (116 – 122) เท่ากับ -50,817 ล้านบาท หมายถึง อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (116 – 122) มีต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้นหรือมีผลตอบแทนการผลิตลดลง 50,817 ล้านบาท เป็นต้น
  2. มูลค่าผลกระทบ หมายถึง มูลค่าของต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้นหรือได้รับผลตอบแทนการผลิตลดลง หรือมูลค่าของต้นทุนในการผลิตลดลงหรือได้รับผลตอบแทนการผลิตที่เพิ่มขึ้น
  3. ข้อมูลที่นำมาคำนวณมีดังต่อไปนี้
    • ข้อมูลค่าขนส่ง (503) ข้อมูลโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม (093) ผลตอบแทนการผลิต (202) และอุปสงค์ขั้นสุดท้ายรวม (309) จากตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิต (Input – Output Table of Thailand 2021: 180 Sectors) (ที่มา: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ)
    • ข้อมูลสัดส่วนต้นทุนของธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์จากการใช้น้ำมันเท่ากับ ร้อยละ 32 (ที่มา: ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี)
    • ราคาปัจจุบันของน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น (ณ วันที่ 23 มี.ค. 2026) อยู่ที่ 45.22 บาทต่อลิตร ขณะที่ ราคาเดิมก่อนการเกิดสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุซ (ณ วันที่ 2 มี.ค. 2026) อยู่ที่ 18.99 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 138.07
    • การคาดการณ์ราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นในกรณีที่ 2 และ 3 อ้างอิงจาก Discovery Alert ซึ่งระบุว่า ในช่วงภาวะวิกฤติ ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์มีความผันผวนสูงกว่าราคาน้ำมันดิบประมาณ 1.43 เท่า หมายความว่า การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดีเซล (%Δ Diesel) จะมีขนาดประมาณ 1.43 เท่าของการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบ (%Δ Brent) ภายใต้สมมติฐานว่า เมื่อราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 200 และ 300 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 69.87 และ 104.81 บาทต่อลิตร

สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ได้ทำการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบของราคาน้ำมันต่อต้นทุนและผลตอบแทนจากการผลิตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทย โดยใช้ตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิต (Input – Output Table of Thailand 2021: 180 Sectors) ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นเครื่องมือในการศึกษาและวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

การวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้น เป็นการวิเคราะห์ผลกระทบรวมทั้งทางตรงและทางอ้อมของการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันผ่านต้นทุนค่าขนส่งและต้นทุนโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมที่มีต่อต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลิตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กรณี ได้แก่ กรณีที่ 1 ผลกระทบจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นในระยะสั้น (45.22 บาทต่อลิตร) กรณีที่ 2 ผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งที่รุนแรง (69.87 บาทต่อลิตร) และกรณีที่ 3 ผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรง (104.81 บาทต่อลิตร) ซึ่งผลการวิเคราะห์สรุปได้ดังนี้

กรณีที่1 ผลกระทบจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลณโรงกลั่นในระยะสั้น (45.22 บาทต่อลิตร) พบว่า ภายหลังจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดีเซล ณโรงกลั่นจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นขณะเดียวกัน หากราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการมีแนวโน้มลดลง ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมในภาพรวม ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมต้องเผชิญกับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและผลตอบแทนจากการผลิตที่ลดลงรวมกันคิดเป็นมูลค่าประมาณ 50,817 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานต่อภาคการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ

กรณีที่2 ผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันดีเซลโรงกลั่นภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งที่รุนแรง(69.87 บาทต่อลิตร)และกรณีที่3 ผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันดีเซลโรงกลั่นภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรง(104.81 บาทต่อลิตร) พบว่า หากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ จะทำให้ราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และสร้างแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยมากขึ้น รวมทั้งต้นทุนด้านพลังงานและการขนส่งมีแนวโน้มสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ภาคการผลิตต้องแบกรับค่าใช้จ่ายมากขึ้น ขณะที่ผลตอบแทนจากการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการลดลง

โดยเมื่อประเมินผลกระทบโดยรวมแล้ว พบว่า อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นคิดเป็นมูลค่าประมาณ 98,599 ล้านบาท และอาจสูงถึง 166,302 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่า หากราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน อาจสร้างผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจและการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมได้ในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบผลกระทบจากทั้งสองกรณี พบว่า กลุ่มการผลิตลวดและสายเคเบิล
หุ้มฉนวนเป็นสาขาที่ได้รับผลกระทบด้านต้นทุนมากที่สุด ขณะที่ กลุ่มการผลิตเครื่องจักรและเครื่องมือไฟฟ้าสำหรับงานอุตสาหกรรมเป็นสาขาที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้จากการผลิตลดลงมากที่สุด สาเหตุสำคัญอาจมาจากลักษณะของสินค้าที่มีน้ำหนักค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับมูลค่าต่อหน่วย ทำให้ค่าใช้จ่ายในการขนส่งเป็นต้นทุนที่สำคัญ เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนส่วนนี้จึงเพิ่มขึ้นชัดเจนกว่าสาขาอื่นที่สินค้ามีขนาดเล็กแต่
มีมูลค่าสูง

ในขณะเดียวกัน บางสาขาอาจได้รับผลดีจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เช่น กลุ่มการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน กลุ่มการผลิตแบตเตอรี่ และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ เนื่องจากเมื่อราคาพลังงานเพิ่มขึ้น ทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจจะเริ่มให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานมากขึ้น รวมถึงมีความต้องการใช้อุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานหรือการกักเก็บพลังงานมากขึ้น จึงทำให้ความต้องการสินค้าในกลุ่มนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันมีแนวโน้มทำให้ต้นทุนการเดินทางปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนหันมาปรับรูปแบบการทำงานไปสู่การทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) มากขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ความต้องการสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัวเรือนขนาดเล็ก เช่น ไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว และพัดลม เป็นต้น เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

การที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนด้านพลังงานและค่าขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้นจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกนั้น อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องพิจารณาปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินและความสามารถในการดำเนินกิจการ อย่างไรก็ตาม การปรับเพิ่มราคาสินค้าดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและทำให้ปริมาณความต้องการสินค้าในตลาดลดลงในบางส่วนด้วย

ทั้งนี้ ภาครัฐของไทยได้มีการดำเนินมาตรการระยะสั้นเพื่อบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันต่อค่าครองชีพของประชาชนและต้นทุนของภาคธุรกิจ โดยกระทรวงพลังงานได้ใช้กลไกจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการบริหารจัดการราคาพลังงานภายในประเทศ เช่น การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ลิตรละ 31.14 บาท (ณ วันที่ 23 มี.ค. 2026) รวมทั้งมีการอุดหนุนน้ำมันดีเซลเพื่อพยุงราคาขายปลีกภายในประเทศไม่ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงภาคการขนส่งและภาคอุตสาหกรรมซึ่งมีน้ำมันดีเซลเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

และเนื่องจากมาตรการดังกล่าวมุ่งเน้นการดูแลราคาขายปลีกเป็นหลัก ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่จัดซื้อน้ำมันผ่านผู้ค้าส่งหรือในระดับราคา ณ โรงกลั่น ซึ่งไม่ได้รับการอุดหนุนในลักษณะเดียวกัน ยังคงต้องเผชิญกับต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาดโดยตรง ซึ่งสะท้อนถึงข้อจำกัดของมาตรการในการบรรเทาผลกระทบต่อภาคการผลิตในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากราคาน้ำมันภายในประเทศยังคงมีความเชื่อมโยงกับราคาน้ำมันในตลาดโลก ภาครัฐจึงอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์และพิจารณาการปรับโครงสร้างราคาพลังงานในระยะต่อไป โดยอาจพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมเพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนพลังงานของภาคธุรกิจที่สูงขึ้นควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานในประเทศ และลดภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งต้องรับภาระการอุดหนุนราคาพลังงานในระดับสูงจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก

นิยามของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณตามรหัส I/O (InputOutput Description)

สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยแผนกนโยบายและแผน ได้อ้างอิงนิยามของข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
กับการคำนวณตามรหัส I/O (Input – Output Description) สาขาการผลิต 180 สาขา ของสำนักงาน
สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งนิยามที่จำเป็นต่อการทำความเข้าใจในการวิเคราะห์
มีรายละเอียดดังนี้

นิยามของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบไปด้วย

1- การผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ในสำนักงานและในครัวเรือน (116)

สาขานี้ประกอบด้วยการผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ในสำนักงานและในครัวเรือน เช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น ตู้แช่ ตู้ทำน้ำแข็ง จักรเย็บผ้า พิมพ์ดีด เครื่องคิดเลข เครื่องคอมพิวเตอร์ รวมทั้งชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของเครื่องมือเครื่องใช้ดังกล่าว เช่น คอมเพรสเซอร์คอนเดนเซอร์ เป็นต้น

2- การผลิตเครื่องจักรและเครื่องมือไฟฟ้าสำหรับงานอุตสาหกรรม (117)

สาขานี้ประกอบด้วยการผลิตและการซ่อมเครื่องและเครื่องมือไฟฟ้าที่ใช้ในงานอุตสาหกรรม เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า เครื่องเชื่อมไฟฟ้า มิเตอร์ไฟฟ้า เป็นต้น รวมทั้งการผลิตชิ้นส่วนของเครื่องจักรเครื่องมือดังกล่าว

3- การผลิตอุปกรณ์และเครื่องมือทางวิทยุ โทรทัศน์ และการคมนาคม (118)

สาขานี้ประกอบด้วยการผลิตวิทยุ โทรทัศน์ วีดีโอ เครื่องบันทึกคำบอก เครื่องเล่นแผ่นเสียง
เครื่องบันทึกเสียงด้วยเทป เครื่องกระจายเสียงชนิดต่างๆ โทรศัพท์ จานดาวเทียม เครื่องมือสื่อสารอื่น ๆ รวมทั้งชิ้นส่วนและส่วนประกอบ เช่น แผงวงจรไฟฟ้า แผ่นวงจรพิมพ์ หลอดภาพ โทรพิมพ์สี เป็นต้น

4- การผลิตเครื่องใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน (119)

สาขานี้ประกอบด้วยการผลิตเครื่องใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านขนาดเล็ก เช่น เตาอบไมโครเวฟ เตารีด
พัดลม หม้อหุงข้าว เครื่องปิ้งขนมปัง เครื่องผสมอาหาร และชิ้นส่วนประกอบต่าง ๆ

5- การผลิตลวดและสายเคเบิลชนิดหุ้มฉนวน (120)

สาขานี้ประกอบด้วยการผลิตลวดและสายเคเบิลชนิดหุ้มฉนวน

6- การผลิตหม้อเก็บประจุไฟฟ้าและแบตเตอรี่ต่าง ๆ (121)

สาขานี้ประกอบด้วยการผลิตหม้อเก็บประจุไฟฟ้าชนิดด่างหรือตะกั่วกรด และเซลล์ไฟฟ้าปฐมภูมิ เช่น แบตเตอรี่ ถ่านไฟฉาย เป็นต้น

7- การผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ (122)

สาขานี้ประกอบด้วยการผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มิได้จัดประเภทไว้ในสาขาอื่น ๆ เช่น โคมไฟฟ้า หลอดไฟฟ้า ฟิวส์ ตัวนำ และอุปกรณ์ที่มีกระแสไฟฟ้าผ่าน เป็นต้น

2.นิยามอื่น ๆ ประกอบไปด้วย

1- โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม (093)

สาขานี้ประกอบด้วย โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ซึ่งผลิตน้ำมันเบนซิน น้ำมันเครื่อง น้ำมันเตา น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ ฯลฯ

2- ค่าขนส่ง (503)

เป็นค่าขนส่งรวมของค่าขนส่งจากโรงงานจนถึงผู้บริโภค

3- ผลตอบแทนการผลิต (202)

ได้แก่ ผลตอบแทนจากปัจจัยการผลิตทั้งหมดหรือมูลค่าเพิ่มทั้งหมดหักด้วยค่าตอบแทนแรงงาน
ค่าเสื่อมราคา และภาษีทางอ้อมสุทธิ

4- อุปสงค์ขั้นสุดท้ายรวม (309)

เป็นผลรวมของรายจ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคของเอกชน (301) รายจ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคของรัฐบาล (302) การสะสมทุน (303) ส่วนเปลี่ยนของสินค้าคงเหลือ (304) การส่งออก (305) และการส่งออกพิเศษ (306)

นอกจากนี้ สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ยังได้นำข้อมูลสัดส่วนต้นทุนของธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์จากการใช้น้ำมันซึ่งเท่ากับร้อยละ 32 จากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี (TTB Analytics) ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกหน้าสถานีบริการของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มาใช้ในการคำนวณ

สำหรับการคำนวณการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น (Ex – Refinery Price) ในกรณีที่ 1 ผลกระทบจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นในระยะสั้น จะใช้ราคาปัจจุบันของน้ำมันดีเซล
ณ โรงกลั่น (ณ วันที่ 23 มี.ค. 2026) อยู่ที่ 45.22 บาทต่อลิตร และราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นก่อนการเกิดสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุซ (ณ วันที่ 2 มี.ค. 2026) อยู่ที่ 18.99 บาทต่อลิตร ซึ่งมีผลต่างเท่ากับ 26.23 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 138.07 ขณะที่ ราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นในกรณีที่ 2 และ 3 อ้างอิงจาก Discovery Alert ซึ่งระบุว่า ในช่วงภาวะวิกฤติ ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์มีความผันผวนสูงกว่าราคาน้ำมันดิบประมาณ 1.43 เท่า หมายความว่า การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดีเซล (%Δ Diesel) จะมีขนาดประมาณ 1.43 เท่าของการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบ (%Δ Brent) ภายใต้สมมติฐานว่า เมื่อราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 200 และ 300 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซล ณ
โรงกลั่นมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าราคาจะอยู่ที่ประมาณ 69.87 และ 104.81 บาทต่อลิตร ตามลำดับ

บทความโดย:
สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

อ้างอิง:

  • Amid Regional Conflict, the Strait of Hormuz Remains Critical Oil Chokepoint เข้าถึงได้จาก: https://www.eia.gov/
  • todayinenergy/detail.php?id=65504
  • OilPrice.com เข้าถึงได้จาก: https://oilprice.com/oil-price-charts/
  • ราคา ณ โรงกลั่น หรือ ราคาเนื้อน้ำมัน ประกอบด้วย ราคาน้ำมันสำเร็จรูปและราคาเชื้อเพลิงชีวภาพ (เอทานอลหรือไบโอดีเซล) ตามสัดส่วนที่ผสม ทั้งนี้ ตัวเลขราคา ณ โรงกลั่น ตามโครงสร้าง คำนวณตามหลักเกณฑ์คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ซึ่งมิใช่ต้นทุนราคาซื้อขายจริงของผู้ประกอบการ (สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน)
  • Price Structure of Petroleum Product in Bangkok โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน
  • ราคาขายปลีกน้ำมัน เป็นราคาขายหน้าสถานีบริการ ซึ่งกำหนดโดยผู้ประกอบการตามการแข่งขัน ตัวเลขราคาขายปลีกในโครงสร้างอ้างอิงจากราคาขายปลีกของผู้ประกอบการที่มีส่วนแบ่งการจำหน่ายสูงสุด (สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน)
  • ราคาน้ำมันขายปลีกหน้าสถานีบริการของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ณ วันที่ 23 มี.ค. 2026 เข้าถึงได้จาก: https://www.bangchak.co.th/th/oilprice/historical
  • สภาอุตฯสั่งโรงงานลดใช้พลังงาน 20% รับวิกฤตน้ำมันโลก ชู AI–Pooling กดต้นทุน เข้าถึงได้จาก: https://www.thansettakij.com/economy/energy/653969
  • อ้างอิงจาก การคาดการณ์ของ Adi Imsirovic ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจาก University of Oxford ซึ่งคาดว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งขึ้นไปที่ 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ Discovery Alert ให้ความเห็นว่า ความผันผวนของราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปของสิงคโปร์มีค่ามากกว่าการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบถึง 1.43 เท่าในช่วงวิกฤตนี้ ทางสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จึงประเมินว่า ราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น อาจปรับเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับประมาณ 69.87 บาทต่อลิตร
  • อ้างอิงจาก Zero Carbon Analytics โดยรองนายกรัฐมนตรีของอิรักได้เตือนว่าราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งสูงถึง 300 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ Discovery Alert ให้ความเห็นว่า ความผันผวนของราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปของสิงคโปร์มีค่ามากกว่าการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบถึง 1.43 เท่าในช่วงวิกฤตนี้ ทางสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จึงประเมินว่า ราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น อาจปรับเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับประมาณ 104.81 บาทต่อลิตร
  • น้ำมันแพงดันรถ EV ยอดขายพุ่งเฉียด 6,000 คัน เข้าถึงได้จาก: https://www.prachachat.net/breaking-news/news-961824
  • ฐานเศรษฐกิจ. (2569). สภาอุตฯสั่งโรงงานลดใช้พลังงาน20% รับวิกฤตน้ำมันโลกชูAIPooling กดต้นทุน. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.thansettakij.com/economy/energy/653969
  • บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน). (2569). ราคาน้ำมันย้อนหลัง. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.bangchak.co.th/th/oilprice/historical
  • ประชาชาติธุรกิจ ออนไลน์. (2569). น้ำมันแพงดันรถEV ยอดขายพุ่งเฉียด6,000 คัน. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.prachachat.net/breaking-news/news-961824
  • สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน. (2569). โครงสร้างราคาน้ำมัน/ LPG. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.eppo.go.th/index.php/th/petroleum/price/structure-oil-price?limitstart=0
  • John Power (Al Jazeera). (2026). Could oil hit $200 a barrel? Analysts no longer think it is far-fetched. [Online]. Available https://www.aljazeera.com/news/2026/3/19/could-oil-hit-200-a-barrel-analysts-no-longer-think-its-far-fetched
  • Muflih Hidayat (Discovery Alert). (2026). Strait of Hormuz Closure: Asia’s Refined Fuel Supply Crisis. [Online]. Available https://discoveryalert.com.au/strait-hormuz-closure-impact-asia-2026/
  • Nick Hedley, Amy Kong, Yusun Chin (Zero Carbon Analytics). (2026). Asian countries most at risk from oil and gas supply disruptions in Strait of Hormuz. [Online]. Available https://zerocarbon-analytics.org/insights/briefings/asian-countries-most-at-risk-from-oil-and-gas-supply-disruptions-in-strait-of-hormuz/
  • OilPrice.com. (2026). Oil Price Charts. [Online]. Available https://oilprice.com/oil-price-charts/
  • U.S. Energy Information Administration (EIA). (2026). Amid Regional Conflict, the Strait of Hormuz Remains Critical Oil Chokepoint. [Online]. Available https://www.eia.gov/todayinenergy/detail.php?id=65504
Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
logo-company
Thossathip Soonsarthorn
"Judge a man by his questions rather than his answers" Voltaire
Super Source-E-market place สำหรับสินค้าอุตสาหกรรม