หลายคนที่ติดตามข่าวสารในวงการ AI คงเคยได้ยินเกี่ยวกับความขัดแย้งของ Elon Musk กับ Sam Altman ผู้เป็นหัวเรือหลักของ OpenAI ซึ่งความขัดแย้งในช่วงนั้นไ่ได้มีอะไรมากไปกว่าความไม่เข้าใจกันและความขัดแย้งทางความคิด คนนึง(Elon) ต้องการผลักดัน ให้บริษัท OpenAI เป็นบริษัท AI เพื่อมวลมนุษย์ชาติแบบไม่แสวงหาผลกำไร
ส่วนอีกคน(Sam) ต้องการให้บริษัทพัฒนาและ ‘รอด’ ต่อไปถึงแม้จะต้องทำลายปณิธานต้นกำเนิดอย่างองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรไปก็ตาม
ความขัดแย้งครั้งนั้นถูกหยิบมาพูดถึงอีกครั้งหลังอดีตหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ประจำบริษัท OpenAI อิลยา ซัตสเควอร์ (Ilya Sutskever) เปิดเผยในการให้การที่ศาลว่า..
“ในเวลานั้นคณะกรรมการบริษัทได้กำลังมองหาความเป็นไปได้ในการควบรวมกิจการกับคู่แข่ง Anthropic ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากไล่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แซม ออลต์แมน ออกในเดือนพฤศจิกายน 2023”
การเจรจาลับที่เกิดขึ้นหลังวิกฤติ
การเปิดเผยครั้งนี้มาจากการให้การที่กินเวลา 10 ชั่วโมงของซัตสเควอร์ในคดีความที่ อีลอน มัสก์ ฟ้องร้อง OpenAI โดยระบุว่า เฮเลน โทเนอร์ กรรมการคนหนึ่ง ได้ติดต่อหรือถูกติดต่อจาก Anthropic เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2023 เพียงหนึ่งวันหลังจากการไล่ออลต์แมนออกอย่างกะทันหัน
ซัตสเควอร์ให้การว่า “พวกเขาเข้ามาติดต่อพร้อมข้อเสนอให้ควบรวมกับ OpenAI” โดยมีการสนทนาระหว่างกรรมการกับผู้บริหารของ Anthropic รวมถึง ดาริโอ อาโมเดอี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และดาเนียลา อาโมเดอี ประธานบริษัท
ข้อเสนอดังกล่าวจะทำให้ผู้บริหาร Anthropic เข้ามาควบคุมองค์กรที่ควบรวมกัน ซึ่งจะเป็นการรวมสององค์กรวิจัย AI ชั้นนำเข้าด้วยกัน
ซัตสเควอร์ซึ่งคัดค้านการควบรวม ให้การว่าเขา “ไม่พอใจมากเกี่ยวกับเรื่องนี้” และ “ไม่ต้องการให้ OpenAI ควบรวมกับ Anthropic อย่างจริงจัง” อย่างไรก็ตาม
กรรมการคนอื่น ๆ ดูเหมือนจะเปิดรับข้อเสนอนี้มากกว่า โดยโทเนอร์เป็นผู้ “สนับสนุนเรื่องควบรวมมากที่สุด” และ “อย่างน้อยที่สุดก็ไม่มีใครไม่สนับสนุน”
วิกฤติที่เกือบเปลี่ยนวงการ AI
การเจรจาควบรวมเกิดขึ้นในช่วงที่วุ่นวายที่สุดของ OpenAI หลังจากคณะกรรมการตัดสินใจไล่ แซม ออลต์แมน ออกเนื่องจากสูญเสียความเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำของเขา
คณะกรรมการในขณะนั้นประกอบด้วย ซัตสเควอร์(Ilya Sutskever) , เฮเลน โทเนอร์(Helen Toner) ทาชา แมคคอลีย์(Tasha McCauley) และอดัม ดี’แองเจโล(Adam D’Angelo)
หลังจากการเจรจาดำเนินไปได้ไม่นาน เนื่องจาก Anthropic ยกเหตุผลเรื่อง “อุปสรรคเชิงปฏิบัติ” ที่ไม่ได้ระบุรายละเอียด มาขัดขวางไม่ให้ข้อเสนอดำเนินต่อไป ในขณะเดียวกัน พนักงานกว่า 700 คนจาก 770 คนทั้งหมดของ OpenAI ได้ลงนามในจดหมายขู่ว่า ‘จะลาออกหมู่หากคณะกรรมการไม่เปลี่ยนใจนำ แซม ออลต์แมน กลับมา’ ภายใต้แรงกดดันจากพนักงาน นักลงทุน และพันธมิตรหลักอย่าง Microsoft ทำให้ ‘คณะกรรมการแต่งตั้งออลต์แมนกลับมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้’ ในวันที่ 22 พฤศจิกายน เพียง 5 วันหลังจากไล่ออก
ข้อเสนอการควบรวมมีความขัดแย้งเกิดขึ้น เนื่องจาก Anthropic ก่อตั้งในปี 2021 โดยพี่น้องตระกูลอาโมเดอีและนักวิจัยอดีตของ OpenAI อีกประมาณหนึ่งโหล ที่ออกไปเนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัยของ AI
ปัจจุบัน Anthropic ระดมทุนได้ 13,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายน 2025 มูลค่าเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าเป็น 183,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมวางตำแหน่งตัวเองเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยมากกว่าด้วยแนวทางคอนสติทูชันแนล AI (Constitutional AI)
*แนวคิด Constitutional AI (คอนสติทูชันแนลเอไอ) เป็นแนวทางการฝึกสอนปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พัฒนาโดยบริษัท Anthropic ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อให้ AI มีจริยธรรมและปลอดภัยมากขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาการตรวจสอบจากมนุษย์มากเกินไป
ศาลเปิดเผยความตึงเครียดภายใน
คำให้การนี้เป็นส่วนหนึ่งของคดีที่มัสก์ฟ้องร้องโดยกล่าวหาว่า OpenAI ทรยศต่อพันธกิจองค์กรไม่แสวงหากำไร โดยการให้การของซัตสเควอร์ยังเปิดเผยเอกสารยาว 52 หน้าที่บันทึกสิ่งที่เขาเรียกว่า “คำโกหกที่พยายามบงการมาตลอด”ของออลต์แมน
การเปิดเผยข้อมูลนี้จุดชนวนให้เกิดความตึงเครียดระหว่างมัสก์และออลต์แมนอีกครั้งบนโซเชียลมีเดีย X ในช่วงสุดสัปดาห์
มัสก์โพสต์ว่า “คุณขโมยองค์กรที่สัญญาว่าจะไม่แสวงหาผลกำไรไปจากเรา” ขณะที่ออลต์แมนตอบโต้ว่า “ฉันเปลี่ยนสิ่งที่นายทิ้งมันให้ตาย ให้เป็นองค์กรที่ใหญ่ที่สุดอย่างที่มันควรจะเป็น”
มัสก์อ้างถึงการให้การของซัตสเควอร์ว่าเป็น ‘เรื่องราวในเอกสาร 52 หน้า’ เน้นย้ำถึงข้อพิพาททางกฎหมายที่ดำเนินอยู่เกี่ยวกับ ‘การเปลี่ยนแปลงของ OpenAI จากองค์กรไม่แสวงหากำไรไปเป็นโครงสร้างแสวงหากำไร’
ปัจจุบัน OpenAI มีมูลค่า 500,000 ล้านดอลลาร์หลังการขายหุ้นรอบรองล่าสุด และได้ปรับโครงสร้างเป็นบริษัทเพื่อผลประโยชน์สาธารณะเมื่อเดือนที่แล้ว ส่วนซัตสเควอร์ออกจาก OpenAI ในเดือนพฤษภาคม 2024 เพื่อก่อตั้ง Safe Superintelligence ซึ่งระดมทุนได้กว่า 1 พันล้านดอลลาร์และมีมูลค่า 32,000 ล้านดอลลาร์แม้ไม่มีรายได้เลย
Key Summary Points
- คณะกรรมการ OpenAI พิจารณาควบรวม Anthropic ภายใน 24 ชั่วโมง
ภายหลังการปลด แซม ออลต์แมน ออกจากตำแหน่งซีอีโอเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2023 คณะกรรมการได้สำรวจแนวทางควบรวมกิจการกับ Anthropic คู่แข่งสำคัญในวงการ AI - การให้การของ อิลยา ซัตสเควอร์ เผยเบื้องหลังการเจรจา
ซัตสเควอร์ อดีตหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ OpenAI ให้การต่อศาลว่า เฮเลน โทเนอร์ หนึ่งในกรรมการ เป็นผู้สนับสนุนหลักของแนวคิดการควบรวม และมีการพูดคุยกับผู้บริหาร Anthropic รวมถึง ดาริโอ และ ดาเนียลา อาโมเดอี - ข้อเสนอให้ Anthropic เข้ามาบริหารองค์กรใหม่
หากการควบรวมสำเร็จ ผู้บริหารของ Anthropic จะได้เข้ามาควบคุมองค์กรที่รวมกัน ซึ่งจะเป็นการรวมตัวของสองศูนย์วิจัย AI ชั้นนำระดับโลก - ซัตสเควอร์คัดค้านอย่างหนักต่อแนวคิดนี้
เขาแสดงความไม่พอใจและยืนยันว่าไม่ต้องการให้ OpenAI ควบรวมกับ Anthropic ในขณะที่กรรมการคนอื่น ๆ ไม่ได้คัดค้านอย่างชัดเจน - การเจรจาล้มเหลวจากอุปสรรคเชิงจาก Anthropic
แม้มีการพูดคุยจริง แต่ Anthropic ถอนตัวจากการเจรจาเนื่องจากอุปสรรคที่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด - แรงกดดันจากพนักงานและ Microsoft ทำให้ Altman กลับมา
พนักงานกว่า 700 คนจาก 770 คน ขู่ว่าจะลาออกหมู่ หากไม่คืนตำแหน่งให้ Altman ส่งผลให้คณะกรรมการต้องแต่งตั้งเขากลับมาในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2023 - คำให้การของซัตสเควอร์ จุดชนวนความขัดแย้งใหม่กับ Elon Musk
การเปิดเผยเอกสาร 52 หน้าในศาล ซึ่งกล่าวถึง “รูปแบบการโกหกและบงการ” ของ Altman ทำให้ Musk และ Altman ปะทะกันอีกครั้งบนโซเชียลมีเดีย พร้อมเน้นข้อพิพาทเรื่องทิศทางและพันธกิจของ OpenAI
Source : theinformation , opentools , beckreedriden










