SIEMENS OT Network Cyber Security
ระบบจัดเก็บแนวตั้ง Kardex Remstar จาก Store Master
Smart mobility

Smart Mobility การเดินทางอัจฉริยะ บทบาทของ AI และแบตเตอรี่ต่ออนาคตยานยนต์ไฟฟ้า

Date Post
15.09.2025
Post Views

การเดินทางอัจฉริยะ หรือ Smart Mobility หัวใจสำคัญที่กำหนดอนาคตการเดินทางของเรา โดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ล้ำสมัยเป็น 2 เสาหลักในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเหล่านี้

การผสานรวมของเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นสัญญาว่าจะเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการคมนาคม แต่ยังเปิดโอกาสใหม่ ๆ ในการเข้าถึงรูปแบบการเดินทางที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นมากกว่าที่เคยเป็นมา

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามามีบทบาท

AI กำลังปฏิวัติการจัดการจราจรและยานยนต์อัตโนมัติอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยอัลกอริทึมการเรียนรู้แบบ Machine Learning ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่และเรียนรู้จากรูปแบบต่าง ๆ เพื่อทำการตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง 

เทคโนโลยีนี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนด้วย ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS :  Advanced Driver Assistance Systems ) ที่สามารถคาดการณ์ความเสี่ยงและแจ้งเตือนผู้ขับขี่ล่วงหน้าหลายวินาทีก่อนเกิดเหตุ ซึ่งสามารถลดอุบัติเหตุได้ถึง 65% หรือมากถึง 90% ในบางกรณี 

นอกจากนี้ AI ยังเป็นหัวใจสำคัญของ ยานยนต์ไร้คนขับ(Autonomous Vehicles) อย่างระบบ ‘mapless autonomy’ ของ Imagry ที่สร้างแบบจำลอง 3D ของสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ ทำให้รถยนต์สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด เช่น โซนก่อสร้างหรือป้ายชั่วคราวได้อย่างรวดเร็ว 

ยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ (Software-Defined Vehicles หรือ SDV) กำลังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาฟังก์ชันการทำงานใหม่ ๆ การปรับปรุงประสิทธิภาพ และประสบการณ์ผู้ใช้ที่ทันสมัยผ่านการอัปเดตแบบไร้สาย (OTA) 

ข้อมูลที่มี Bias อาจสร้างปัญหา

อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาใช้ในอุตสาหกรรมการขนส่งยังเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ นั่นคือปัญหาอคติของข้อมูล (Data Bias) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อข้อมูลที่ใช้ในการฝึกฝนโมเดล AI ไม่ได้เป็นตัวแทนที่แท้จริงของประชากรหรือสถานการณ์จริง*


*ข้อมูลที่เต็มไปด้วยความคิดของบุคคลใดบุคคลหนึ่งแทนที่จะมาจากกลุ่มตัวอย่างประชากรที่แท้จริงและสถานการจริง


อคตินี้อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่แม่นยำและสร้างความไม่ยุติธรรม หรือแม้กระทั่งการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มคนบางกลุ่ม ตัวอย่างเช่น หากข้อมูลการเดินทางมีอคติต่อเพศใดเพศหนึ่ง ระบบการวางแผนการเดินทางอาจแนะนำเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยหรือไม่เหมาะสมสำหรับอีกเพศหนึ่งได้ 

ลด Bias ของข้อมูลที่นำมาฝึก AI ได้อย่างไร

เพื่อลดอคติเหล่านี้ จำเป็นต้องใช้ชุดข้อมูลการฝึกฝนที่หลากหลาย การทำความสะอาดข้อมูล (data cleansing) อย่างถูกต้อง การใช้เมตริกการประเมินที่เป็นธรรม และการตรวจสอบประสิทธิภาพของโมเดลอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ การสร้างความโปร่งใสในกระบวนการพัฒนาโมเดล AI และการกำหนดมาตรฐานในอุตสาหกรรมก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ทุกคนได้รับประโยชน์จากแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดและป้องกันไม่ให้เกิดอคติที่ไม่พึงประสงค์

แบตเตอรี่ EV 

ในอีกด้านหนึ่ง แบตเตอรี่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดของยานยนต์ไฟฟ้า (EVs) โดยคิดเป็น 25-40% ของต้นทุนทั้งหมด และความต้องการแบตเตอรี่ได้พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการเติบโตของยอดขาย EV ในปี 2023 

ความต้องการแบตเตอรี่ EV ทั่วโลกอยู่ที่ 750 GWh* และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 4.5 เท่าภายในปี 2030 และมากกว่า 7 เท่าภายในปี 2035 


*GWh อ่านว่า กิกะวัตต์-อาวร์ หรือ วัตต์-ชั่วโมง คือ พลังงานไฟฟ้าเท่ากับกำลัง 1 กิกะวัตต์ ใช้งานต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (LIB) ยังคงเป็นเทคโนโลยีที่โดดเด่นในตลาดนี้ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าแบตเตอรี่ประเภทอื่นในด้านความหนาแน่นของพลังงานและกำลังไฟ 

ราคาของชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนลดลงอย่างมาก โดยในปี 2024 ลดลง 20% จากปี 2023 แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 115 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งเกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น 

กำลังการผลิตเซลล์ที่ล้นตลาด , การประหยัดจากขนาด และราคาโลหะที่ลดลง สิ่งนี้คาดว่าจะช่วยให้ EV มีต้นทุนเทียบเท่ากับยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICEVs) ได้ในช่วงกลางถึงปลายทศวรรษ 2020 (ค.ศ. 2025-2030) 

แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนฟอสเฟต (LFP : LiFePO4 หรือ Lithium Iron Phosphate) กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในภาคยานยนต์ เนื่องจากมีต้นทุนที่ต่ำกว่า , ปลอดภัยกว่า และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าแบตเตอรี่ที่ใช้โคบอลต์และนิกเกิล  

แม้ว่าความหนาแน่นของพลังงานอาจต่ำกว่าเล็กน้อย ผู้ผลิต EV หลายรายกำลังนำเทคโนโลยี LFP มาใช้ รวมถึง Tesla, Ford และ Opel นอกจากนี้ ยังมีแบตเตอรี่ LMFP ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ที่ใช้เหล็กและแมงกานีสที่พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มความหนาแน่นของพลังงานและอายุการใช้งานให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตาม แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน(LIB) ก็เผชิญกับความท้าทายเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อจำกัดด้านอุปทานลิเธียมและความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมือง ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการวิจัยและลงทุนในแบตเตอรี่ทางเลือกที่ใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายกว่าและยั่งยืนกว่า

ทางเลือกใหม่ที่อาจมาแทนที่ LIB แบบเดิม ๆ

เทคโนโลยีที่โดดเด่นในกลุ่มนี้คือ แบตเตอรี่โซเดียมไอออน (SIB : Sodium-ion Battery) ซึ่งทำงานคล้ายกับ LIB แต่ใช้โซเดียมไอออนที่หาได้ง่ายและมีต้นทุนต่ำกว่า แม้ว่าความหนาแน่นของพลังงานจะยังต่ำกว่า LIB เล็กน้อย แต่ SIBs ก็กำลังถูกพัฒนาเพื่อใช้ในยานยนต์ขนาดเล็กและยานพาหนะสองล้อ การค้า SIBs กำลังเริ่มต้นขึ้นในจีน 

นอกจาก SIBs แล้ว แบตเตอรี่ Solid-State ก็เป็นเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มมากที่สุดสำหรับอนาคตอันใกล้ โดยใช้สารอิเล็กโทรไลต์แบบแข็งแทนของเหลว ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยอย่างมาก ลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะ Thermal Runaway* และยังสามารถเพิ่มความหนาแน่นของพลังงานและลดเวลาการชาร์จได้อีกด้วย


*Thermal Runaway คือภาวะที่อุปกรณ์ไฟฟ้า (โดยเฉพาะแบตเตอรี่ลิเธียม) เกิดความร้อนสะสมจนควบคุมไม่ได้ แล้วทำให้ความร้อนนั้นไปกระตุ้นปฏิกิริยาเคมีภายในให้รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นวงจรที่ยิ่งร้อนทำให้ยิ่งเกิดปฏิกิริยายิ่งร้อนกว่าเดิมจนไฟลุกไหม้


แม้จะยังคงมีอุปสรรคด้านต้นทุนการผลิตและปัญหาทางเทคนิคอื่น ๆ การนำ Solid-State Battery มาใช้ใน EV คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 2020 ถึงต้นทศวรรษ 2030 (ค.ศ.2025-2035)

เทคโนโลยีอื่น ๆ ที่กำลังพัฒนาได้แก่ แบตเตอรี่ลิเธียมซัลเฟอร์ (LiS : Lithium-Sulfur battery) ที่มีศักยภาพในการให้ความหนาแน่นของพลังงานสูงมาก และแบตเตอรี่สังกะสี (Zinc-based) ที่ใช้วัตถุดิบที่อุดมสมบูรณ์และมีต้นทุนต่ำ

พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ยังยืนไหม ?

ความยั่งยืนเป็นประเด็นสำคัญในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ การผลิตแบตเตอรี่มีส่วนในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการแปรรูปแร่ธาตุสำคัญ 

สหภาพยุโรป (EU) ได้กำหนดกรอบกฎระเบียบที่ครอบคลุม เพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัย ความยั่งยืน และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพตลอดวงจรชีวิตของแบตเตอรี่ 

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญถูกเรียกว่า Battery Passport ที่จะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและการตรวจสอบย้อนกลับได้ของแบตเตอรี่ โดยจะบันทึกข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับส่วนประกอบ , ประสิทธิภาพ , รอยเท้าคาร์บอน (Carbon Footprint) และแนวทางการรีไซเคิล 

การรีไซเคิลแบตเตอรี่

การรีไซเคิลแบตเตอรี่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการลดความต้องการวัตถุดิบใหม่ ๆ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คาดว่าการรีไซเคิลสามารถลดความต้องการลิเธียมและนิกเกิลได้ถึง 25% และลดความต้องการโคบอลต์ได้ถึง 40% ภายในปี 2050 

นอกจากนี้ การนำแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งาน (EOL :  End of Life*) ไปใช้ซ้ำในแอปพลิเคชันอื่น ๆ เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน ก็ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างมาก ก่อนที่จะนำไปรีไซเคิลในท้ายที่สุด


*EOL(End of Life) ของแบตเตอรี่ = เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมจนไม่เหมาะจะใช้ในงานเดิม (ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า) แต่ยังพอมีความจุเหลืออยู่ ก็มักจะถูก นำไปใช้ต่อ (Second-life Application) 


การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ของยุโรปเองเป็นสิ่งสำคัญเพื่อลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์ภายนอก โดยมีเป้าหมายที่จะพึ่งพาตนเองในการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ได้ภายในปี 2026 และตอบสนองความต้องการส่วนประกอบสำคัญและลิเธียมได้เป็นส่วนใหญ่ภายในปี 2030

Smart Mobility อาจไม่ไกลอย่างที่คิด

อนาคตของการเดินทางอัจฉริยะกำลังถูกหล่อหลอมโดยความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของ AI และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้าจะยังคงครองตลาดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า 

โดยได้รับแรงหนุนจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น แบตเตอรี่ Solid-State และ Sodium-ion ที่จะเข้ามาเสริมในตลาดเฉพาะกลุ่ม 

โดยนำเสนอทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า ยั่งยืนกว่า และคุ้มค่ากว่า อย่างไรก็ตาม การบรรลุเป้าหมาย Smart Mobility ที่ครอบคลุมและยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในการวิจัยและพัฒนา ความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรม 

และการกำหนดกรอบกฎระเบียบที่แข็งแกร่ง เพื่อให้แน่ใจว่านวัตกรรมเหล่านี้จะตอบสนองความต้องการของสังคมโดยรวมได้อย่างแท้จริง 

พร้อมทั้งจัดการกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่มาพร้อมกับการเติบโตนี้ ด้วยความพยายามร่วมกัน เราสามารถสร้างอนาคตของการเดินทางที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนสำหรับทุกคน


Source : PwC Strategy& , FutureBridge , Intertraffic , MDPI 

Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
logo-company
Pisit Poocharoen
Former field engineer seeking to break free from traditional learning frameworks. อดีตวิศวกรภาคสนามที่ต้องการหลุดออกจากกรอบการเรียนรู้แบบเดิม ๆ
ระบบจัดเก็บแนวตั้ง Kardex Remstar จาก Store Master