Thai NS Solution
Thai NS Solution
suphajee suthumpun rebranding thai trade

ศุภจี สุธรรมพันธุ์  ยิ้มสู้  เดิมพันใหญ่ “การค้าไทย” ในเวทีโลก

Date Post
07.10.2025
Post Views

การมาถึงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ ได้สร้างความฮือฮาในแวดวงเศรษฐกิจอย่างยิ่ง  คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์  ผู้ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “หญิงแกร่งแห่งการรีแบรนด์” การเปลี่ยนผ่านจากอดีตผู้บริหารสายเทคโนโลยีของ IBM สู่ตำแหน่งผู้กุมบังเหียนของเครือดุสิตธานี และบัดนี้คือผู้แบกรับภารกิจอันหนักอึ้งในกระทรวงเกรด A  อย่างกระทรวงพาณิชย์ ถือเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยความท้าทายและเต็มไปด้วยความคาดหวัง ณ จุดนี้ หลายฝ่ายจับตามองว่า สูตรสำเร็จอันเฉียบคม ที่เคยใช้ในการพลิกโฉมโรงแรมเก่าแก่ให้กลายเป็นแบรนด์ระดับอินเตอร์ จะถูกนำมาใช้เพื่อปลุกพลังการค้าของชาติให้กลับมายืนหยัดอย่างสง่างามบนเวทีโลกได้อย่างไร

ก่อนจะก้าวเข้าสู่สนามการเมือง คุณศุภจีได้ทิ้งร่องรอยแห่งความสำเร็จอันโดดเด่นเอาไว้ เธอเข้ามากำกับดูแลและทำลายภาพจำเดิมๆ ของเครือดุสิตธานี ด้วยกลยุทธ์ 3 แกนหลักที่เด็ดขาด คือ 1. การรีแบรนด์โรงแรมให้ทันสมัย  2. การนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาปรับใช้ และ 3. การสร้างเครือข่ายพันธมิตรพร้อมขยายธุรกิจสู่เวทีระดับโลก ผลงาน “ชิ้นโบว์แดง” ก่อนการโบกมือลาตำแหน่งผู้บริหารเครือดุสิตธานี  คือการเปิดตัวโครงการ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสระดับโลก ด้วยมูลค่าการลงทุนที่สูงถึง 46,000 ล้านบาท ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ บริเวณสี่แยกศาลาแดง โครงการมหึมานี้ประกอบด้วย โรงแรม 5 ดาวสูง 37 ชั้น, ที่พักอาศัย, อาคารสำนักงานเกรด A, ศูนย์การค้า และสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ ซึ่งโครงการนี้ได้ตอกย้ำถึงความสามารถในการสร้างมูลค่าและปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

suphajee suthumpun rebranding thai trade 01

แต่เมื่อพลิกบทบาทมาสู่การเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  คุณศุภจี ก็ไว้ลายนักบริหารมืออาชีพ สร้างปรากฎการณ์ในการแถลงนโยบายตอบข้อซักถามของฝ่ายนิติบัญญัติอย่างชาญฉลาด และพร้อมด้วยข้อมูล จนได้รับตำแหน่ง ดาวสภา ฉายแสงความหวังให้คนไทยทั้งประเทศ  แม้โจทย์ที่รอยู่ตรงหน้าจะเป็นโจทย์หิน  ที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะภาพของการค้าไทยในวันนี้ แทบจะไม่ต่างอะไรจากดุสิตธานีเมื่อ 10 ปีก่อน ที่ยังคงมีภาพจำเก่าๆ  เกาะกินอยู่ การค้าขายของประเทศไทยในวันนี้ต้องเผชิญกับหลายสมดุลที่ยากจะหาจุดลงตัว ไม่ว่าจะเป็นความอ่อนไหวของราคาสินค้าในประเทศที่ต้องหาทางสนับสนุนพ่อค้าแม่ค้าพร้อมกับการควบคุมราคาเพื่อผู้บริโภคไปพร้อมกัน รวมถึงความท้าทายจากสงครามการค้า  มาตรการด้านคาร์บอนของยุโรป และการแข่งขันที่ดุเดือดในภูมิภาคอาเซียน ยิ่งไปกว่านั้น การส่งออกของไทยก็เติบโตอย่างเชื่องช้า เพราะพึ่งพาสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม ทำให้ภารกิจสำคัญในการเจรจา FTA ที่ยังค้างคาอยู่หลายฉบับจึงเป็นความเหนื่อยใจที่กระทรวงพาณิชย์ต้องแบกรับ  เพราะไทยไม่ควรแพ้ประเทศเพื่อนบ้านเลยสักประเทศเดียว

Key Takeaway

ด้วยความคาดหวังที่เปี่ยมล้น จึงมีการเสนอให้ “แกะสูตรดุสิตธานี” มาใช้ในการรีแบรนด์การค้าไทย ซึ่งหมายถึงการสร้างกรอบกลยุทธ์ใหม่ 3 ประการ อันดับแรกคือ “การรีแบรนด์สินค้าไทย” แทนที่จะปล่อยให้สินค้าเกษตรหรืออุตสาหกรรมถูกมองเป็นเพียงสินค้า “ราคาถูก” ผู้กุมนโยบายอาจต้องใส่เรื่องราว (Storytelling) เข้าไปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากเอกลักษณ์และอัตลักษณ์แบบไทยๆ เช่นเดียวกับที่เคยขาย “ประสบการณ์แบบไทยๆ” แทนการขายแค่ห้องพักของดุสิตธานี ประการที่สองคือ “การดึงเทคโนโลยีมาเชื่อมกับการค้า” ด้วยการสร้างระบบข้อมูลการค้าแบบเรียลไทม์ และแพลตฟอร์มดิจิทัลที่สามารถช่วยผลักดันให้ SMEs ไทยสามารถเข้าถึงตลาดโลกได้อย่างแท้จริง และประการสุดท้ายคือ “การใช้เครือข่ายระดับโลก”  เพื่อนำประสบการณ์และความคิดแบบอินเตอร์  มาใช้บนโต๊ะเจรจาธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น FTA หรือมาตรการการค้าสมัยใหม่ เพื่อให้ไทยมีเสียงที่ดังขึ้น บนเวทีโลก

Industrial Key Success

          ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้มีหน้าที่แค่การควบคุมราคาของกินของใช้ทั่วไปอีกต่อไปแล้ว แต่กำลังจะก้าวไปสู่การเป็นตัวเร่งสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงมูลค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) ซึ่งเป็นภารกิจที่น่าจับตาที่สุดในขณะนี้ หากการคุ้มครองและต่อยอด Soft Power ในเชิงพาณิชย์ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถสร้างมูลค่าการขายได้หลายแสนล้านบาท และอาจนำไปสู่การสร้างแบรนด์ไทยที่สามารถเทียบชั้นกับแบรนด์ระดับโลกอย่างหลุยส์ วิตตองได้ในที่สุด ด้วยการบริหารที่สั่งสมจากองค์กรระดับโลกและการพลิกโฉมธุรกิจที่เห็นผลมาแล้ว จึงเป็นที่คาดหวังว่า ภายในระยะเวลา 4 เดือนข้างหน้านี้ เราจะได้เห็นการผลักดันธุรกิจดิจิทัลเพื่อลดช่องว่างความรู้แก่ผู้ประกอบการ และเห็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อ ซึ่งจะช่วยผลักดัน GDP ของไทยในช่วงท้ายปีได้อย่างมหาศาล นี่คือยุคสมัยใหม่ที่ไทยกำลังเดิมพันครั้งสำคัญ เพื่อกลับมาทวงคืนที่ยืนในสมรภูมิการค้าโลกด้วยความสง่างามอีกครั้ง…..


Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company