ISCAR-Maxout
THECA26

เปิดทางสู่ Physical AI สำหรับโรงงาน ด้วยโซลูชันอัจฉริยะจาก SOLOMON

Date Post
15.07.2026
Post Views

AI ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการผลิตยุคใหม่อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ โดยข้อมูลจาก Customertimes ชี้ให้เห็นว่า AI สามารถยกระดับการซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์ที่ลด Downtime ได้ 15 – 30% การช่วยวางแผนการผลิตที่รวดเร็วยิ่งขึ้น 30 – 50% ไปจนถึงการเพิ่มความแม่นยำของ Computer Vision ที่ทำให้ความแม่นยำสูงถึง 98% และในวันนี้ MMThailand ได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ในภาคอุตสาหกรรมอย่าง คุณ Basim Lu, Vision Business Unit – Sales Manager จาก SOLOMON ที่จะมาฉายภาพของบทบาท AI ในงานอุตสาหกรรมยุคใหม่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าที่เคย (English Version on Page 2)

AI ในฐานะส่วนเสริมของทักษะที่ขาดหาย ไม่ใช่การ ‘แทนที่’

SOLOMON เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ในภาคอุตสาหกรรมทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์จากไต้หวัน ที่ในยุคสมัยนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ Physical AI สำหรับโรงงานก็ว่าได้ และด้วยประสบการณ์ที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรและลูกค้ามาอย่างต่อเนื่องยาวนานจะทำให้ภาพของการเปลี่ยนแปลงนี้ชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ 

สิ่งที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยกำลังกังวลเกี่ยวกับ AI และมีอีกมากที่อาจรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เมื่อการมาถึงของ AI ทำให้แรงงานในบริษัทที่เคยมั่นคงต่างถูกเลิกจ้าง ซึ่งแรงงานเหล่านั้นเป็นแรงงานที่มีทักษะค่อนข้างสูงเสียด้วย หากมองย้อนกลับมาในภาคอุตสาหกรรมที่การมาถึงของหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติก็เป็นอีกหนึ่งความกังวลที่มีมาอย่างยาวนาน เมื่อ AI ยุคใหม่เกิดขึ้นในฐานะของมันสมองของระบบอัตโนมัติยุคใหม่ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่แรงงานทักษะสูงส่วนหนึ่งและแรงงานทักษะระดับต่ำอีกส่วนหนึ่งในโรงงานเกิดความกังวลในอาชีพของตัวเองขึ้น

 “แนวคิดของ AI เป็นเรื่องล้ำสมัยสำหรับทุกคน มันดูน่าหลงใหลมากและผู้คนมักจะคิดว่ามันเป็นเหมือนเวทย์มนตร์วิเศษ แท้ที่จริงแล้ว AI มีข้อจำกัดอยู่ ถ้าเราพูดกันถึง AI ที่ไม่ใช่แค่ LLM หรือที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป โลกเรากำลังเข้าสู่ยุค Physical AI กันแล้ว และธุรกิจที่ต้องการใช้งานต้องมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่ชัดเจนพอ ไม่ว่าจะเป็นการลดรอบเวลาทำงาน การประกันคุณภาพสิ้นค้า สมมุติว่าต้องการเพิ่ม Yield Rate จะพบว่าต้องปรับแต่งจำลองสถานการณ์จริงไปทีละขั้น เริ่มจากช่วงโครงการนำร้อง แล้วค่อยๆ ขยายผลไปทีละขั้นตอน” คุณ Basim ให้ความสำคัญเรื่องของการมองเทคโนโลยี AI อย่างเป็นจริง จับต้องได้ ไม่ใช่แค่ความเชื่อหรือความคาดหวังที่อาจจะพาธุรกิจเดินไปผิดทางได้อย่างง่ายดาย

Thailand Lab International 2026

สิ่งหนึ่งที่คุณ Basim ได้เน้นยำเอาไว้อย่างชัดเจนในการพูดคุยครั้งนี้ คือ การที่ AI เข้ามาสนับสนุนการทำงาน ไม่ได้เข้ามาเพื่อแทนที่ใครหรือเทคโนโลยีอื่นใดอย่างหมดจด จากประสบการณ์ที่ทำให้เกิด Physical AI ได้จริงในภาคธุรกิจที่มีแบรนด์น้อยรายจะทำได้ การนำ AI ลงไปใช้งานหน้างานเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่พิสูจน์ความเข้าใจของผู้ออกแบบระบบได้เป็นอย่างดี ในหลายกรณีที่ AI มีแนวโน้มที่จะทำได้แต่ความคุ้มค่าที่เกิดขึ้นอาจจะแทบเป็นไปไม่ได้ เช่น การทำงานที่ซับซ้อนผ่านมือมนุษย์ ถ้าเป็นมือหุ่นยนต์ที่มาพร้อมกับ AI ต้นทุนที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มที่จะสูงเกินความคุ้มค่าจริงที่เกิดขึ้นมาก ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เทคโนโลยีอัจฉริยะทั้งหลายไม่อาจทดแทนคนได้อย่างเต็มรูปแบบ และถูกมองว่า AI นั้นเป็นส่วนเติมเต็มทักษะหรือศักยภาพที่มีอยู่เดิมเสียมากกว่า

กรณีศึกษา: การใช้งาน AI ในฐานะส่วนเสริมของ AOI

เพื่อให้เห็นภาพของ AI ในบริบทของธุรกิจการผลิตชัดขึ้น คุณ Basim ได้ยกตัวอย่างของการตรวจสอบคุณภาพแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) ที่โดยทั่วไปแล้วในอุตสาหกรรมมักจะใช้เครื่อง AOI (Automated Optical Inspection) เอาไว้ดังนี้

“AOI เป็นเทคโนโลยีที่ถูกใช้ใน PCBA (PCB Assembly) มาอย่างยาวนานด้วยคุณสมบัติด้านความรวดเร็วและความแม่นยำที่เหมาะกับสเกลการทำงานแบบอุตสาหกรรม แต่เมื่อชิ้นงานก้าวหน้ามากขึ้น เริ่มมีความซับซ้อนมากขึ้น ที่เห็นชัดเลยคือเซมิคอนดักเตอร์ 2 นาโนเมตร การใช้ AOI อย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะ AOI ในการตรวจชิ้นงานที่ซับซ้อนเครื่องอาจจะเริ่มไม่แน่ใจว่าชิ้นงานนั้น G หรือ NG ถ้านอกเหนือจากการที่เครื่องเลือกให้เป็น G แล้วอาจถูกคัดทิ้งทั้งหมด เกิดเป็นอัตราการคัดทิ้งที่มากเกินไป ส่งผลต่อต้นทุนและของเสีย ซึ่งชิ้นงานเหล่านี้สามารถใช้ AI ในการคัดกรองเพิ่มเติม เช่น รอยขัดข่วนบางอย่างที่ไม่ได้มีผลต่อการใช้งานหรือความทนทานซึ่ง AOI แยกไม่ได้ AI จะเข้ามาเสริมในตรงนี้แทน เพราะในกรณีของการทำงานที่รวดเร็วนั้น AOI มีความโดดเด่นมากกว่า ในขณะที่ AI อาจทำความเร็วได้น้อยกว่าแต่มีรายละเอียดที่ดีกว่า จึงทำให้ AI กับ AOI เป็นเหมือนพี่น้องที่ทำงานด้วยกัน ไม่ใช่การแทนที่กันอย่างที่หลายคนเคยเข้าใจ” 

จะเห็นได้ว่าบทบาทของ AI นั้นจะเข้ามามีส่วนในกิจกรรมเดิมๆ ที่มีอยู่ แต่จะเพิ่มประสิทธิภาพให้เกิดความแตกต่างจากงานรูปแบบเดิมมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกันกับแรงงานที่ AI เองก็มีหน้าที่เป็นส่วนเสริมให้เกิดการทำงานได้อย่างง่ายดาย และลดความเหนื่อยล้าได้ด้วยเช่นกัน

เริ่มต้นใช้งาน AI ในโรงงานอย่างง่ายๆ แต่ได้ผลลัพธ์อันโดดเด่น ด้วยโซลูชันจาก SOLOMON

ในวันนี้มีโซลูชันด้าน AI เกิดขึ้นมากมายในตลาด ทั้งในชีวิตประจำวันและภาคอุตสาหกรรม แต่สิ่งที่ทำให้ AI จาก SOLOMON นั้นแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ในตลาด คือ ความสามารถในการปรับแต่งให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งาน ด้วยความโดดเด่นในศักยภาพด้านซอฟต์แวร์ จึงสามารถตอบสนองความต้องการในภาคอุตสาหกรรมโดยใช้ฮาร์ดแวร์ต่างๆ สร้างเป็นโซลูชันแพ็คเกจสำหรับโรงงานได้ และที่สำคัญที่สุด คือ สามารถใช้ได้จริงในสภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรม

เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เห็นภาพของ AI จาก SOLOMON ได้ชัดเจน และสามารถทดลองใช้งานได้ด้วยตัวเอง TAIWAN EXCELLENCE PAVILION ภายในงาน MANUFACTURING EXPO 2026 จึงได้มีการจัดแสดงโซลูชันที่ได้รับรางวัล TAIWAN EXCELLENCE จาก SOLOMON ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ผลิตชั้นนำในระดับสากล ได้แก่

โซลูชัน AI แบบสวมใส่เพิ่มศักยภาพมนุษย์ META-aivi

META-aivi เป็นแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ AI ที่ทำหน้าที่เหมือนอุปกรณ์นำทางการทำงานสำหรับแรงงานหรือวิศวกรหน้างาน ทำงานร่วมกับอุปกรณ์พกพา เช่น แว่น AR, สมาร์ทโฟน หรือกล้องติดหมวก เพื่อให้ AI มองเห็นภาพเดียวกันกับแรงงาน จากนั้นจึงแสดงผลเป็นคำแนะนำในรูปแบบของ AR เพื่อแนะนำ SOP ในการดำเนินการ ตลอดจนการช่วยตรวจจับความผิดปกติที่เกิดขึ้นของชิ้นงาน จุดเด่น คือ สามารถใช้งานได้ง่าย เหมาะสำหรับการสนับสนุนแรงงานที่ทักษะไม่สูงนัก ช่วยลดความผิดพลาด และเพิ่มทักษะไปในเวลาเดียวกัน ตัว AI สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและใช้ตัวอย่างน้อยกว่า AI ตัวอื่นๆ ในตลาดเป็นอย่างมาก ทั้งยังสามารถทำงานแบบปราศจากเครือข่ายได้อีกด้วย

SolVision ระบบกล้อง AI อัจฉริยะสำหรับการตรวจสอบคุณภาพ

ระบบกล้อง AI อัจฉริยะที่มาพร้อม Deep Learning สำหรับการตรวจสอบสินค้าในภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ หรืออาหารและยา มีฟังก์ชันหลักในการใช้งาน 5 รูปแบบ ได้แก่ การตรวจจับข้อบกพร่อง, การตรวจสอบคุณภาพ, การจัดกลุ่มประเภทชิ้นงาน, การตรวจสอบความครบถ้วนของส่วนประกอบชิ้นงาน และการอ่านตัวอักษรหรือตัวเลข ซึ่งสามารถฝึกฝนข้อมูลให้เรียนรู้ได้ไว ใช้เวลาในการติดตั้งน้อย มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง สามารถรองรับกล้องอุตสาหกรรมได้หลากหลายแบรนด์ และสื่อสารกับ PLC ผ่าน Protocol มาตรฐานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่นเดียวกับที่ AOI กับ AI ทำงานเป็นพี่น้องกันในกรณีของการตรวจสอบ PCB ไม่ใช่การแทนที่ สำหรับ SolVision เองนับเป็นการเสริมศักยภาพการตรวจสอบคุณภาพให้ทีม QC ไม่ใช่การมาทดแทนแรงงานคนด้วยเช่นกัน

คุณ Basim ได้เน้นย้ำเพิ่มเติมว่า การใช้งานนวัตกรรม AI เหล่านี้ในการเรียนรู้และการประเมินสถานการณ์จริงจากหน้างาน เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้การลงทุนและการเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้นประสบความสำเร็จได้จริง ดังนั้นการเลือกกิจกรรมที่ต้องการใช้งาน AI บนพื้นฐานของข้อมูลที่ชัดเจนและการทำโครงการนำร่องเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพื่อให้เกิดการประเมินผลและขยายผลได้อย่างแม่นยำ ซึ่งโซลูชัน AI สำหรับภาคอุตสาหกรรมจาก SOLOMON ที่ฝึกฝนได้ง่าย และถูกออกแบบมาเพื่อโรงงานโดยเฉพาะจะเป็นการเสริมศักยภาพให้กับสายการผลิตยุคใหม่ได้เป็นอย่างดีโดยไม่ต้องกังวลว่าจะไม่สามารถใช้งานได้จริง

โรงงานที่กำลังมองหาโซลูชันสำหรับแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ต้องการยกระดับการตรวจสอบคุณภาพชิ้นงานด้วยระบบกล้องที่ชาญฉลาด โซลูชันด้าน AI จาก SOLOMON ที่สามารถเปลี่ยนผ่านจากซอฟต์แวร์สู่หน้างานจริงได้ในรูปแบบของ Physical AI จะเป็นหนึ่งในทางออกที่สร้างความยั่งยืนให้กับการแข่งขันในโลกของการผลิตได้อย่างแน่นอน

สนใจโซลูชันด้าน AI จาก SOLOMON ติดต่อ:

SOLOMON Technology Corporation
Email: [email protected]
Website: www.solomon-3d.com

  • หน้า:
  • 1
  • 2
Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
logo-company
Thossathip Soonsarthorn
Expert & Knowledge Curator GMTX - MMThailand - AUTOMATION EXPO
Super Source-E-market place สำหรับสินค้าอุตสาหกรรม