SPS China
tdri warns trump tariffs risk thai exports 2026

ทีดีอาร์ไอเตือนเกมภาษีทรัมป์ ไทยเสี่ยงโดนหนักขึ้น อิเล็กทรอนิกส์–สินค้าสวมสิทธิอาจเป็นเป้าใหญ่

Date Post
09.01.2026
Post Views

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ส่งสัญญาณเตือนความเสี่ยงการค้าไทย–สหรัฐฯ ในปี 2569 แม้การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไปตลาดสหรัฐฯ จะขยายตัวโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา แต่แรงกดดันจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ทั้งภาษีเฉพาะสินค้าตามมาตรา 232 และภาษีสินค้าสวมสิทธิ มีแนวโน้มทวีความเข้มข้น และอาจกระทบโครงสร้างการส่งออกไทยอย่างมีนัยสำคัญ

นายศุภณัฎฐ์ ศศิวุฒิวัฒน์ นักวิชาการทีดีอาร์ไอ วิเคราะห์ผ่านบทความ “เศรษฐกิจไทยกับเกมภาษีทรัมป์ มีความเสี่ยงใดรอเราอยู่ในปี 2026?” ว่า หลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีตอบโต้ในเดือนสิงหาคม 2568 ผลกระทบต่อประเทศคู่ค้ามีความแตกต่างกัน โดยจีนและเยอรมนีเผชิญการส่งออกไปสหรัฐฯ ลดลง ขณะที่บางประเทศรวมถึงไทยและเวียดนามกลับมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น

ในช่วงเดือนสิงหาคม–พฤศจิกายน 2568 การส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ ขยายตัวสูงถึง 29.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งยังได้รับการยกเว้นภาษี และได้อานิสงส์จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Center)

ข้อมูลชี้ว่า การส่งออกคอมพิวเตอร์แบบพกพาเติบโตเกือบ 13.8 เท่า ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ขยายตัว 2.4 เท่า และอุปกรณ์เครือข่าย เช่น เราเตอร์และสวิตช์ เติบโต 2 เท่า โดยทั้งสามกลุ่มคิดเป็นสัดส่วนรวมราว 25% ของมูลค่าการส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ในปี 2568

อย่างไรก็ตาม สัญญาณความเสี่ยงเริ่มปรากฏชัด หลังเดือนสิงหาคม 2568 สินค้าส่งออกสำคัญบางรายการเริ่มชะลอตัว แม้ยังได้รับการยกเว้นภาษี เช่น กลุ่มฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ที่หดตัว 17% และสินค้าเครื่องประดับบางรายการที่หดตัวราว 13%

ขณะเดียวกัน สินค้าบางกลุ่มได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีที่บังคับใช้มาก่อนหน้าแล้ว โดยเฉพาะส่วนประกอบแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งถูกสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดในอัตราสูงถึง 375–972% ตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ส่งผลให้การส่งออกลดลงกว่า 60% ในช่วง 7 เดือนแรกของปี และหลังประกาศมาตรการภาษีเพิ่มเติม การส่งออกยังลดลงต่อเนื่องอีกราว 20%

ในทำนองเดียวกัน การส่งออกยางรถยนต์ของไทยไปสหรัฐฯ ซึ่งถูกเรียกเก็บภาษี 25% ภายใต้มาตรการภาษีเฉพาะชิ้นส่วนยานยนต์ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 หดตัวลงถึง 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ทีดีอาร์ไอประเมินว่า ความเสี่ยงหลักในระยะถัดไปคือการขยายการใช้มาตรการภาษีเฉพาะสินค้าตามมาตรา 232 ของกฎหมายการขยายการค้าสหรัฐฯ ซึ่งมุ่งคุ้มครองอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติ และมักกำหนดอัตราภาษีสูงกว่าที่ไทยเผชิญอยู่ในปัจจุบันที่ราว 19%

สินค้าที่อาจตกเป็นเป้าหมาย ได้แก่ รถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่พร้อมชิ้นส่วน ซึ่งในปี 2567 ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่าราว 7 พันล้านบาท รวมถึงสินค้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีส่วนประกอบของเหล็กและอะลูมิเนียม ซึ่งอาจถูกเรียกเก็บภาษีสูงถึง 50% จากมูลค่าส่งออกรวมกว่า 9.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญคือมาตรการภาษีสินค้าสวมสิทธิ ซึ่งสหรัฐฯ อาจเรียกเก็บในอัตราสูงถึง 40% โดยไทยและเวียดนามถูกจับตาเป็นเส้นทางผ่านของสินค้าจากจีน แม้ในทางปฏิบัติ สินค้าส่งออกหลักของไทยจำนวนมากจะมีการผลิตและแปรรูปจริงในประเทศ แต่ผลกระทบจะขึ้นอยู่กับนิยามแหล่งกำเนิดสินค้าที่สหรัฐฯ ใช้ หากกำหนดเกณฑ์มูลค่าเพิ่มในประเทศต่ำกว่า 60% อาจกระทบการส่งออกไทยในวงกว้าง

สำหรับกรอบความตกลงการค้าไทย–สหรัฐฯ ทีดีอาร์ไอประเมินว่า แม้จะช่วยลดภาษีนำเข้าสินค้าบางรายการ แต่ผลบวกต่อการส่งออกโดยรวมยังมีจำกัด เนื่องจากสินค้าที่เข้าข่ายได้รับสิทธิยกเว้นภาษีมีสัดส่วนไม่ถึง 3% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ขณะที่ไทยอาจต้องเปิดเสรีการค้าและผ่อนคลายมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีในหลายด้าน

.

✦ มุมมองในภาคอุตสาหกรรมของทาง MM Thailand

เกมการค้าของสหรัฐฯ ในยุคทรัมป์กำลังเปลี่ยนจากการตั้งกำแพงภาษีแบบกว้าง ไปสู่การเจาะจงสินค้ายุทธศาสตร์และการสกัดสินค้าสวมสิทธิอย่างเข้มข้น สำหรับไทย การพึ่งพาการเติบโตของอิเล็กทรอนิกส์เพียงไม่กี่กลุ่มสินค้าอาจไม่เพียงพอในระยะยาว ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งเจรจาเชิงรุก ลดความเสี่ยงด้านกฎถิ่นกำเนิดสินค้า พร้อมใช้แรงกดดันจากการค้าเป็นโอกาสปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ยกระดับมูลค่าเพิ่มในประเทศ และเสริมความสามารถแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย เพื่อรับมือกับเกมภาษีที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในปี 2569


ที่มาข่าว : ฐานเศรษฐกิจ

Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
ลงทะเบียนร่วมงาน Automation Expo
ลงทะเบียนร่วมงาน AUTOMATION EXPO