VEGA Instrument
thai economy 2569 perfect storm fti crs

ส.อ.ท. เตือนปี 2569 เศรษฐกิจไทยเสี่ยง Perfect Storm ชู CRS เป็นเข็มทิศฝ่าวิกฤตอุตสาหกรรม

Date Post
06.01.2026
Post Views

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังอยู่ในภาวะเปราะบาง ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้านทั้งในและต่างประเทศ โดยนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. เปิดเผยผลการประเมินของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวเพียง 1.6-2.0% ชะลอลงจากปี 2568 ที่คาดว่าจะเติบโตประมาณ 2.0% ส่งผลโดยตรงต่อภาคการผลิต การจ้างงาน และกำลังซื้อในประเทศ

ภาคอุตสาหกรรมการผลิตยังเผชิญแรงกดดันสูง สะท้อนจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมที่ไม่สอดคล้องกับการขยายตัวของการส่งออก ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ระบุว่า หลายอุตสาหกรรมมีอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 60% ซึ่งต่ำกว่าระดับปกติที่ควรอยู่ราว 70-80% สะท้อนความเปราะบางเชิงโครงสร้างของภาคการผลิตไทย

ปัจจัยซ้ำเติมสำคัญมาจากการลักลอบนำเข้าสินค้า การสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า และการไหลบ่าของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน หลายรายจำเป็นต้องลดกำลังการผลิตหรือปรับโมเดลธุรกิจเพื่อความอยู่รอด ด้านผู้ประกอบการ SMEs ยังคงเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน ทั้งพลังงาน วัตถุดิบ ค่าแรง และต้นทุนทางการเงิน ขณะที่ภาระหนี้ครัวเรือนระดับสูงฉุดรั้งการฟื้นตัวของกำลังซื้อ ทำให้รายได้ SMEs ฟื้นตัวช้ากว่าธุรกิจขนาดใหญ่

ภาคการส่งออกในปี 2569 มีแนวโน้มเผชิญแรงเสียดทานเพิ่มขึ้น โดย กกร. คาดว่าอาจหดตัวในช่วง -1.5 ถึง -0.5% จากผลกระทบของสงครามการค้า ความไม่แน่นอนด้านนโยบายเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า มาตรการกีดกันทางการค้าและสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งอาจกระทบมูลค่าการค้าชายแดนกว่า 140,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน โครงสร้างการส่งออกของไทยที่ยังพึ่งพาสินค้ามูลค่าเพิ่มต่ำ ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าและผันผวน รวมถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้า เช่น CBAM และ EUDR ล้วนเพิ่มภาระต้นทุนให้กับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุน เทคโนโลยี และบุคลากร

อย่างไรก็ตาม ปี 2569 ยังมีสัญญาณบวกจากการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ ดิจิทัล ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป และพลังงานสะอาด สะท้อนจากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ที่มีมูลค่ากว่า 1.3 ล้านล้านบาท จากมากกว่า 2,600 โครงการ โดยเป็นเงินลงทุนจากต่างประเทศถึง 9.8 แสนล้านบาท แสดงถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพประเทศไทยในระยะยาว

ประธาน ส.อ.ท. ระบุว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภายใต้แนวคิด Reinvent Thailand ยกระดับภาคการผลิตจากการรับจ้างผลิตไปสู่อุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มสูง ควบคู่การผลักดันเทคโนโลยี นวัตกรรม ระบบอัตโนมัติ และพลังงานสะอาด พร้อมเสนอให้ภาครัฐเร่งสนับสนุน R&D การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนา SMEs การจัดซื้อจัดจ้างสินค้า Made in Thailand ให้ได้อย่างน้อย 30% และบังคับใช้มาตรการทางการค้าอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ ยังเสนอให้เร่งปฏิรูปกฎระเบียบและระบบราชการ ปราบปรามคอร์รัปชัน ผลักดัน BCG Model และอุตสาหกรรมชีวภาพเป้าหมาย 8 กลุ่ม ตั้งแต่ไบโอพลาสติก เชื้อเพลิงชีวภาพ เคมีชีวภาพ ไปจนถึงอาหารฟังก์ชัน เครื่องสำอาง และปุ๋ยชีวภาพ รวมถึงเร่งเจรจา FTA กระจายตลาดส่งออก พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และยกระดับการบริหารจัดการน้ำเป็นวาระแห่งชาติ

✦ มุมมองในภาคอุตสาหกรรมของทาง MM Thailand

ปี 2569 สะท้อนจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมไทย ท่ามกลางภาวะ Perfect Storm จากเศรษฐกิจโลก การค้า และโครงสร้างภายในประเทศ โมเดล CRS ที่ ส.อ.ท. เสนอจึงไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงนโยบาย แต่เป็นกรอบยุทธศาสตร์ที่ผู้ประกอบการต้องนำไปใช้จริง ทั้งการเพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน สร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน และขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน หากไทยสามารถผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน และแรงงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ความเปราะบางในวันนี้อาจกลายเป็นโอกาสยกระดับอุตสาหกรรมในระยะยาว


ที่มาข่าว : สำนักข่าวอินโฟเควสท์

Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
ลงทะเบียนร่วมงาน AUTOMATION EXPO