FDI เครื่องยนต์ลับ! ทำไมเวียดนามพุ่งไม่หยุด แต่ไทยยังตามหลัง?
ในโลกเศรษฐกิจปัจจุบัน FDI (Foreign Direct Investment) หรือการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ เปรียบเสมือน “เครื่องยนต์ลับ” ที่ไม่ได้นำมาแค่เงินทุน แต่ยังเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าประเทศไหนมีศักยภาพและน่าลงทุนที่สุดในภูมิภาค
7 เหตุผลที่ FDI คือกุญแจสำคัญของชาติ
การที่ต่างชาติเข้ามาลงทุนส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจในหลายมิติ ดังนี้:
- กระตุ้น GDP: เป็นเม็ดเงินที่เข้าสู่ระบบโดยตรง ช่วยเร่งการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง
- สร้างงานและทักษะ: เกิดการจ้างงานในท้องถิ่นและมีการถ่ายทอดความรู้ ทำให้แรงงานไทยกลายเป็นแรงงานคุณภาพในอุตสาหกรรมใหม่
- ถ่ายทอดเทคโนโลยี: มาพร้อมนวัตกรรมขั้นสูง เช่น Automation, Digital Transformation และ Green Technology
- เพิ่มขีดความสามารถการส่งออก: ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก ช่วยลดการขาดดุลการค้า
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน: รัฐบาลมักเร่งพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้พร้อมรองรับการลงทุน
- กระตุ้นเศรษฐกิจลูกโซ่: เกิดการซื้อขายชิ้นส่วนจากผู้ผลิตในท้องถิ่น ทำให้เงินหมุนเวียนไปถึง SME
- เสริมภาพลักษณ์ประเทศ: การที่บริษัทระดับโลกเข้ามาลงทุน ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในด้านเสถียรภาพและศักยภาพของประเทศ
ส่องตัวเลข: ไทย VS เวียดนาม ใครนำใครตาม?
ประเทศไทย:
- ในปีล่าสุด มียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมกว่า 832,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงสุดในรอบ 10 ปี (เติบโตขึ้น 25%),,
- เงินส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล
- อย่างไรก็ตาม ในอดีตไทยเคยตกอยู่ในช่วงที่ FDI ลดลงอย่างรุนแรงจนอยู่ท้ายกลุ่มอาเซียน
ประเทศเวียดนาม (ดาวรุ่งพุ่งแรง):
- ในปี 2023 เวียดนามดึงดูดเงินลงทุนได้มากกว่า 36,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ในอาเซียนรองจากสิงคโปร์เท่านั้น
- ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 เวียดนามได้รับ FDI ไปแล้วกว่า 28,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เติบโตขึ้น 15%
- จุดแข็ง: เน้นไปที่ภาคการผลิตและการแปรรูป ซึ่งคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 60% ของการลงทุนทั้งหมด
Factory Choice : ช่อง Youtube ที่ผลิตคอนเทนต์ด้านอุตสาหกรรมการผลิต พบกับคอนเทนต์ความรู้ เทคโนโลยี แนะนำสินค้า และบทสัมภาษณ์กูรู ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอุตสาหกรรม
ชมคลิปอื่นๆ ได้ที่ 👉 https://www.youtube.com/@factorychoice









