จากอาหารและยาของมนุษย์เกือบห้าพันปีก่อนตามตำรายาจีน ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้ “เกลือ” กำลังกลายเป็นพลังงานของรถยนต์ ด้วยความพยายามของผู้ที่ “คิดเร็ว ทำเร็ว” อย่างจีน
ทั้งโควิด-19 และกระแสความนิยมรถไฟฟ้าของจีนเมื่อ 3 ปีก่อนจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้แร่ลิเธียมซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถไฟฟ้าพุ่งทะยาน รัฐบาลจีนสั่งเพิ่มการใช้งาน “แบตเตอรี่โซเดียมไอออน” ในสถานีกักเก็บพลังงานตั้งแต่ปีที่แล้วและต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027 เพื่อช่วยชาติหมุนเวียนพลังงานกลับมาใช้ใหม่ ตามนโยบายการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานใน 2 ทศวรรษที่ผ่านมา
เหตุผลหลักที่จีนเบนเข็มไปที่ “แบตเตอรี่เกลือ” หรือ “แบตเตอรี่โซเดียมไอออน” พลังงานตัวเลือกใหม่ของรถไฟฟ้า เนื่องมาจากปี 2024 จีนต้องนำเข้าแร่ลิเธียมจากออสเตรเลียและอเมริกาใต้เกินครึ่งของปริมาณลิเธียมที่สกัดได้ทั้งหมด ซึ่งในแง่การลงทุนถือว่าเป็นความเสี่ยง เพราะเป็นแร่หายาก ขณะที่ข้อมูลวิจัยระบุว่า ธาตุโซเดียมมีมากกว่าแร่ลิเธียมทั้งบนบกและในน้ำทะเล โดยเฉพาะน้ำทะเลมีมากกว่าถึง 60,000 เท่า
ดังนั้น “เสือปืนไว” ซึ่งมีผู้นำที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพอย่างประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง จึงจริงจังกับการพัฒนาธาตุโซเดียมตั้งแต่ปี 2021 ด้วยการลงทุนหลักจากหลายบริษัท และก่อตั้งกลุ่มอุตสาหกรรมทะเลสาบเกลือเมื่อต้นปี 2025 นำโดยมณฑลชิงไห่ กระทั่งล่าสุด จีนกำลังผลิตแบตเตอรี่โซเดียมไอออนสู่ตลาด ขณะที่ฝั่งอเมริกายังเป็นการผลิตแบบทดลอง
เริ่มจากผู้ผลิตแบตเตอรี่จีนรายใหญ่ของโลกที่ลงทุนวิจัยและพัฒนาด้วยงบประมาณมหาศาลแปดหมื่นกว่าล้านบาท อย่าง CATL (Contemporary Amperex Technology Co., Ltd.) หลังเดินเครื่องผลิตแบตเตอรี่โซเดียมไอออนยี่ห้อ Naxtra ตั้งแต่เมษายนปีที่แล้ว ตอนนี้เดินสายหาคู่ค้าทั้งเอกชนและรัฐบาลจีน เพื่อนำเทคโนโลยีในการผลิตแบตเตอรี่จากโซเดียมไอออนไปพัฒนารถไฟฟ้าในอนาคต โดยมีแผนร่วมขายรถยนต์กับบริษัทของรัฐบาลจีนกลางปีนี้ และนำแบตเตอรี่โซเดียมไอออนไปเพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้รถไฟฟ้าสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ตามสถานีเครือข่ายที่สร้างไว้ 512 แห่งทั่วประเทศเมื่อสิงหาคมปีที่ผ่านมา
ส่วนผู้เล่นรายใหญ่ด้านแบตเตอรี่รถไฟฟ้าและครองตลาดรถไฟฟ้าทั่วโลกเกินครึ่งอย่าง BYD ลงทุนหนักเพื่อผลิตแบตเตอรี่โซเดียมไอออนตั้งแต่ปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังมุ่งพัฒนาแบตเตอรี่ที่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้ารวมกันได้ถึง 50 กิกะวัตต์/ชม. ได้ตลอดทั้งปี
ทางด้าน HiNa Battery Technology เน้นการผลิตแบตเตอรี่โซเดียมไอออนเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย รวมทั้งรถไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ และรถแทรกเตอร์ ทั้งยังจับตากลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจอย่างรถบรรทุกขนาดใหญ่ เพราะแบตเตอรี่โซเดียมไอออนที่มีน้ำหนักมากกว่าลิเธียมไอออน แต่ทำงานได้ดีในอุณหภูมิต่ำถึง -40 องศาเซลเซียส และใช้เวลาชาร์จเพียง 20 นาที ช่วยให้บรรดาสิงห์รถบรรทุกสามารถบุกไปได้ทั่วทั้งตอนเหนือของประเทศจีนที่มีช่วงฤดูหนาวยาวนาน ขณะที่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทนความเย็นได้เพียงต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส และใช้เวลาชาร์จมากกว่า
อีกบริษัทที่ตามมาติด ๆ อย่าง Eve Energy ก็เริ่มสร้างศูนย์พัฒนา ทดสอบและผลิตแบตเตอรี่โซเดียมไอออนควบคู่กับศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และ AI ทางตอนใต้ของจีนตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว
ปัจจุบัน ราคาขายแบตเตอรี่ 2 ชนิดในจีนต่างกันอยู่ 0.2 หยวน โดยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนราคา 0.4 หยวน/วัตต์/ชม. ขณะที่โซเดียมไอออนอยู่ที่ 0.6 หยวน/วัตต์/ชม. ซึ่งมิสเตอร์ทัง คุน ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท HiNa กล่าวว่า ภายในปีนี้จะใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิตช่วยปรับราคาแบตเตอรี่โซเดียมไอออนลงเหลือ 0.5 หยวนให้ได้ แม้ว่าจะมีแหล่งโซเดียมมากมายในประเทศ แต่เป็นช่วงเริ่มต้นผลิต ต้นทุนจึงแพงกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ผลิตมานานกว่า
อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์จากนักวิชาการจีนว่าตลาดใหญ่ที่สุดของแบตเตอรี่โซเดียมไอออนในจีน น่าจะเป็นสถานีกักเก็บพลังงานในระดับสาธารณูปโภคมากกว่ากลุ่มธุรกิจขนส่ง เพราะสถานีพลังงานที่อยู่ห่างไกล มีพื้นที่มาก จึงสามารถใช้แบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่และความจุมาก ขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนมีข้อเสนอว่า การผลิตแพ็กแบตเตอรี่แบบไฮบริดที่บรรจุทั้งแบตเตอรี่โซเดียมไอออนกับลิเธียมไอออน เป็นประเด็นที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง
ในช่วงที่ผู้ผลิตแบตเตอรี่จีนต่างเร่งผลิตและหาตลาดให้ผลิตภัณฑ์ตัวเลือกใหม่อย่างแบตเตอรี่โซเดียมไอออน แต่วงการอุตสาหกรรมจีนก็เห็นตรงกันว่า โซเดียมไอออนจะเข้ามาเป็น “ตัวเสริม” ไม่ใช่ “แทนที่” แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในรถไฟฟ้า เพราะคุณสมบัติสำคัญที่แตกต่างกันนั่นเอง
บนความย้อนแย้งระหว่างการสร้างก๊าซเรือนกระจกปริมาณสูงสุดของโลก กับการลงทุนใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างมหาศาลของจีน อุตสาหกรรมแบตเตอรี่โซเดียมไอออนจากทรัพยากรในบ้านจีน จึงเป็นความท้าทายใหม่ของการบริหารห่วงโซ่อุปทาน รวมทั้งการควบคุมคุณภาพ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ถึงวันนั้น โลกจะได้เห็นอีกครั้งว่า ราคาของความได้เปรียบจากการ “คิดเร็ว ทำเร็ว” นั้นแพงแค่ไหน?
จากข้อมูลที่มี สามารถคาดการณ์ได้ว่า ช่วงแรกจีนต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก เพื่อวางรากฐานอุตสาหกรรมใหม่สำหรับโซเดียม (การทำแบตเตอรี่) ซึ่งเป็นสิ่งที่จีนให้ความสำคัญมากในขณะนี้ เพื่อให้เกิดความคุ้มทุนในระยะยาว
สิ่งที่คาดว่าจะตามมา คือ โซเดียมในจีนจะมีมูลค่าสูงขึ้นจากเดิม เพราะมีความต้องการใช้งานเพิ่มมากขึ้นจากเดิมที่ใช้เป็นแหล่งอาหารและยา
สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป คือ เราจะเห็นยวดยานที่ใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ราคาถูกลง ซึ่งย่อมมีรูปลักษณ์และคุณสมบัติที่แตกต่างออกไปจากยุคที่ผ่านมา และมนุษย์ในฐานะผู้ใช้งานจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาวะการเปลี่ยนแปลงนี้
ส่วนประเด็นสำคัญที่จีนต้องเผชิญในอนาคต คือ การคิดค้นเทคโนโลยีเพื่อจัดการกับแบตเตอรี่ที่หมดอายุจำนวนมหาศาล ซึ่งจะกลายเป็นจุดอ่อนไหวในฐานะผู้สร้างพลังงานทดแทน
แหล่งข้อมูล
- In China, battery makers bet big on sodium in move away from critical minerals | Reuters
- China Develops Sodium Supply Chain to Support New Energy Storage Technologies – Theia – Theia
- China is developing sodium-ion batteries to reduce lithium’s dominance | IDNFinancials
- Salt lake industry thrives in NW China’s Qinghai – People’s Daily Online
- CATL23 โอกาสลงทุนในยักษ์ใหญ่แบตเตอรี่โลก – SET Investnow
- https://www.theia.global/article/china-develops-sodium-supply-chain-to-support-new-energy-storage-technologies-0251575d
- ‘จุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า’ ในจีน โตพุ่ง 47.8% ทะลุ 21 ล้านจุด | เวิลด์วิวไทยนิวส์










