Tuesday, September 21Modern Manufacturing
×

ส.อ.ท. ผลสำรวจ Lockdown ควบคุมโควิดได้ในขอบเขตที่จำกัด

ส.อ.ท. เปิดผลสำรวจ “Lockdown อย่างไร เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่าง เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสาธารณสุข” ชี้ควบคุมโควิด-19 ได้ในขอบเขตที่จำกัด เพราะไม่เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย 

ส.อ.ท. ผลสำรวจ Lockdown ควบคุมโควิดได้ในขอบเขตที่จำกัด

นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผล การสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 9 ในเดือนสิงหาคม 2564 ภายใต้หัวข้อ “Lockdown อย่างไร เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสาธารณสุข” พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ มองว่า มาตรการล็อกดาวน์ที่ภาครัฐดำเนินการอยู่ในปัจจุบันนั้น สามารถควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ในขอบเขตที่จำกัด สาเหตุนั้นเกิดจากความไม่เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย เช่น กรณีการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 









Review | เครื่องชั่งบรรจุถุง TFFS (Tubular Form Fill and Seal) [Super Source]

โดยผู้บริหาร ส.อ.ท. เห็นว่าควรมีการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ให้ผู้ที่ได้รับวัคซีน 2 เข็ม สามารถเข้าใช้บริการร้านอาหารและกิจการบางประเภทได้ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตามประวัติการเดินทาง ควบคุมผู้มีความเสี่ยง และระบบรับรองผู้ได้รับวัคซีน 2 เข็ม (Certificate of Entry) รวมทั้งมีการตรวจและติดตามเชิงรุกเพื่อคัดแยกตัวผู้ป่วย 

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐเร่งใช้งบประมาณในการจัดหาและสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อชุดตรวจโควิด-19 Antigen test kit ให้แก่โรงงาน เพื่อสุ่มตรวจหาผู้ติดเชื้อตามมาตรการ Bubble and Seal ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาด โควิด-19 ในภาคอุตสาหกรรม

สำหรับ ผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 9 จำนวน 7 คำถาม มีดังนี้

1.มาตรการ Lockdown ที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน สามารถแก้ปัญหาการแพร่ระบาดได้ในระดับใด

อันดับที่ 1 : ควบคุมการแพร่ระบาดได้ในขอบเขตที่จำกัด 78.1%

อันดับที่ 2 : ไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ 15.4%

อันดับที่ 3 : ควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ  6.5%

2.สาเหตุใดที่ส่งผลทำให้มาตรการ Lockdown ไม่สามารถควบคุมอัตราการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

อันดับที่ 1 : ขาดความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย เช่น การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย  72.6%     

อันดับที่ 2 : ความไม่ชัดเจนในแนวปฏิบัติที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ 65.2%

อันดับที่ 3 : ขาดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน  60.2%

อันดับที่ 4 : ขาดมาตรการสนับสนุนสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนอยู่กับบ้าน 52.2%

3.แนวทางใดจะช่วยทำให้การ Lockdown เกิดความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสาธารณสุข 

อันดับที่ 1 : ผ่อนปรนให้ผู้ที่ได้รับวัคซีน 2 เข็ม สามารถเข้าใช้บริการได้ เช่น ร้านอาหาร สถานเสริมความงาม ฯลฯ 73.6%  

อันดับที่ 2 : นำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตามประวัติการเดินทาง ควบคุมผู้มีความเสี่ยง และระบบรับรองผู้ได้รับวัคซีน 2 เข็ม 69.7%   

อันดับที่ 3 : การตรวจและติดตามเชิงรุกเพื่อคัดแยกตัวผู้ป่วยออกจากสังคม 68.7%

อันดับที่ 4 : อนุญาตให้เปิดธุรกิจบริการบางประเภท โดยจำกัดขนาดพื้นที่ต่อจำนวนคน และห้ามกิจกรรมรวมหมู่ 68.2%

4.ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ Lockdown ควรได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอย่างไร 

อันดับที่ 1 : พักชำระหนี้และหยุดคิดดอกเบี้ย สำหรับกิจการที่ถูกสั่งปิดฯ เป็นระยะเวลา 6 เดือน  81.1% 

อันดับที่ 2 : ชดเชยค่าจ้างขั้นต่ำตามจำนวนแรงงานให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อรักษาการจ้างงาน 75.1% 

อันดับที่ 3 : สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการประกอบการแก่ SME ในอัตราร้อยละ 50  (มาตรการคนละครึ่ง-ภาค SME) 65.7%

อันดับที่ 4 : ยกเว้นภาษีนิติบุคคลให้ธุรกิจ SME เป็นระยะเวลา 3 ปี สำหรับผู้ที่เข้าระบบภาษี E-Tax 62.7% 

5.การผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ควรเริ่มดำเนินการเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดอยู่ในระดับใด

อันดับที่ 1 : ผู้ติดเชื้อ ต่ำกว่า 10,000 คนต่อวัน 36.8%

อันดับที่ 2 : ผู้ติดเชื้อ ต่ำกว่า 20,000 คนต่อวัน 26.4%

อันดับที่ 3 : ผู้ติดเชื้อ ต่ำกว่า 5,000 คนต่อวัน 24.9%

อันดับที่ 4 : ผู้ติดเชื้อ ต่ำกว่า 1,000 คนต่อวัน 11.9%

6.รัฐควรผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ในกลุ่มธุรกิจใดบ้าง เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ 

อันดับที่ 1 : ร้านอาหาร   91.0%

อันดับที่ 2 : ห้างสรรพสินค้า และร้านค้า  80.6%

อันดับที่ 3 : การท่องเที่ยวภายในจังหวัด  70.1%

อันดับที่ 4 : การก่อสร้าง   65.2%

อันดับที่ 5 : ธุรกิจการบิน   48.3%

อันดับที่ 6 : กีฬา และสันทนาการบางประเภท  47.3%

7.การควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ในภาคอุตสาหกรรม รัฐบาลควรสนับสนุนงบประมาณในเรื่องใด 

อันดับที่ 1 : จัดหาและสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อชุดตรวจ ATK ให้แก่โรงงาน เพื่อสุ่มตรวจหาผู้ติดเชื้อตามมาตรการ Bubble and Seal 91.0%       

อันดับที่ 2 : จัดให้มี Mobile Units ฉีดวัคซีนให้แก่แรงงาน ณ สถานประกอบการ  72.1%

อันดับที่ 3 : สนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้ง Factory Quarantine และ Factory Accommodation Isolation ภายในโรงงาน 70.6% 

อันดับที่ 4 : จ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ประกอบการในกรณีที่ถูกสั่งปิดกิจการ  62.7%

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Nichaphan W.
READ MORE
×