ดร. ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน TGI Smart Manufacturing Summit 2025 พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ‘Transforming Thailand’s Value Chain through DX/GX/QX Sustainable Industry’ และอัปเดตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในภาคอุตสาหกรรมไทย
MIND as One ยกระดับการทำงานภาพรวมหน่วยงานในกระทรวงอุตสาหกรรม
ดร. ณัฐพล ได้พูดถึงแนวคิด MIND as One ในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยจะเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งหน่วยงานระดับกรม สถาบันเครือข่ายในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) มีการกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย ร่วมกันของทุกหน่วยงาน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยอย่างยั่งยืนคู่ชุมชน
3 แนวทางขับเคลื่อน GDP ประเทศผ่านอุตสาหกรรม
เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมของประเทศสามารถแข่งขันได้ ดร. ณัฐพล เล่าถึงแนวดดำเนินการ 3 เรื่องที่ต้องเกิดขึ้น
เรื่องแรก การชิงพื้นที่อุตสาหกรรมกลับคืนสู่ประเทศไทย ทำให้เป็นพื้นที่สำหรับให้ผู้ประกอบการดีมีพื้นที่ประกอบการ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีหลายเรื่องที่ไทยโดนต่อว่าจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นจากการเจรจา สหรัฐอเมริกา-ไทย ที่มีบอกว่ามีการสวมสิทธิ์สินค้าที่ไม่พึงประสงค์ และในประเทศเองไทยเองก็พบสินค้าที่ไม่ควรจะนำเข้ามาได้ การค้าผิดกฎหมาย หรือธุรกิจสีเทา ธุรกิจสีดำ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้ผู้ประกอบการของเราที่เป็นผู้ประกอบการดีไม่มีพื้นที่ในประเทศที่จะประกอบการ เราต้องยึดพื้นที่นี้คืนมาก่อน
เรื่องที่สอง การซ่อมแซมอุตสาหกรรมเก่า จริง ๆ แลเวอุตสาหกรรมเก่าก็มีอยู่จำนวนหนึ่งที่ยังไปได้อยู่ แต่ว่าอาจจะต้องมีตัวช่วยบ้าง ซึ่งตอนนี้กระทรวงอุตสาหกรรมก็มีการเรียบเรียงกับทางสถาบันของกระทรวงอุตสาหกรรมทุกสาขา ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า สิ่งทอ อาหาร พลาสติก เหล็ก ก่อสร้าง เพื่อจะทำให้อุตสาหกรรมที่ประกอบการอยู่ตรงนี้มีพื้นที่ที่จะแข็งแรงขึ้น มีการยกระดับให้แข็งแรงขึ้น SME ก็ต้องมีพื้นที่การประกอบการในนิคมที่ดีขึ้น ก็มีการประสานกับทางนิคมอุตสาหกรรม มีเรื่องของการอัปเกรด SME ในเชิงทั้ง Finance และ Non-Finance มีมาตรการของกระทรวงอุตสาหกรรมออกมาทั้งผ่านทางกองทุนประชารัฐและทาง SME Bank ก็จะมีตรงนี้ครับ
เรื่องที่สาม การขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมใหม่ ยกตัวอย่าง EV เติบโตได้อย่างน่าสนใจ กระทรวงอุตสาหกรรมก็จะพยายามทำให้ EV มีการผลิตจากชิ้นส่วนในประเทศมากขึ้น มีเรื่องของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงมากขึ้น ที่มีการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในช่วงที่ผ่านมาเป็นจำนวนมาก จะเห็นว่าตัวเลขของ BOI ขึ้นมาในระดับล้านล้านแล้ว เรียกว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความเป็นไปได้สูงในการเติบโต นอกจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรมเองก็มีการอัปเกรด ยกตัวอย่างของ Automotive Locomotive ที่เสริมแกร่งจากรถยนต์ไปเป็นระบบราง ซึ่งก็มีการลงนามโดยกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับกระทรวงคมนาคม ตอนนี้ก็มีทางประเทศอิตาลี มีบริษัทจากอิตาลีเข้ามาที่เราจะเริ่มกลับมาผลิตรถไฟกันใหม่ ซึ่งไม่ได้ผลิตมาเป็นระยะเวลาเป็น 40 ปี ย้ายไปเป็นการซื้อ ตอนนี้เราจะกลับมาผลิตเพื่อจะทำให้คุณค่ามันตกในประเทศ
ในส่วนของอุตสาหกรรมของรถไฟในประเทศอื่น ๆ ที่ใช้รถไฟมากเท่า ๆ กับประเทศไทย ประเทศไทยน่าจะเป็นประเทศสุดท้ายที่ดึงกลับมาผลิต ซึ่งประเทศอื่นผลิตกันไปหมดแล้ว ตอนนี้ประเทศไทยก็จะมีฐานการผลิตตรงนี้ เรียกว่าเป็นผลงานของรัฐบาลที่ร่วมมือกัน และก็มีรัฐบาลอิตาลีที่เข้ามาช่วยกัน
กระทรวงอุตาหกรรมกับการขับเคลื่อน Smart Manufacturing
เมื่อ Smart Manufacturing หรือการผลิตอัจฉริยะนั้นเป็นทิศทางของโลกในอนาคต ดร. ณัฐพลมองว่า สิ่งที่แรงงานทำซ้ำ ๆ จะถูกแทนด้วยระบบอัตโนมัติ งานที่นั่งอยู่ตรงหน้าจอได้แล้วสามารถคีย์อะไรไปเรื่อย ๆ แค่รวบรวมข้อมูล จะถูกแทนด้วย AI เพราะฉะนั้นคนจะต้องอัปเกรดตัวเองให้มีงานที่สามารถทำได้ดียิ่งขึ้น เพราะเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ ถ้าปฏิเสธไม่ใช้ก็จะแข่งกับใครไม่ได้เลย เพราะทุกประเทศก็ใช้กัน
ในประเด็นนี้ก็จะเป็นกลไกที่ทางสถาบันไทย-เยอรมันจะเข้ามาช่วยในจุดนี้ ซึ่ง Smart Manufacturing ก็มาด้วยตัวเดียวไม่ได้ เพราะปัจจุบันกติกาของโลกคือจะต้องมีเรื่องของ Sustainable Growth เพราะฉะนั้นก็จะเป็นสิ่งที่ประกอบกัน ต้องทำความเข้าใจว่าจะทำให้การประกอบการที่ดีที่เป็นไปตามกฎหมาย และอยู่กับชุมชนได้ อยู่กับกติกาของประเทศไทย กติกาสังคมได้นั้นทำอย่างไร ซึ่งเป็นประเด็นที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังผลักดันอยู่ ก็จะมีทั้งเงินช่วยเหลือ ก็มีเรื่องของการลดภาษีต่าง ๆ ที่ทางกลไกของทางกระทรวงอุตสาหกรรมโดย TGI ทำก็ยังมีช่องทางสำหรับผู้ประกอบการที่จะลงทุนไปทางระบบอัตโนมัติ ลงทุนไปในการใช้ดิจิทัลให้มากขึ้น ซึ่งในการใช้ดิจิทัลได้โดยเฉพาะเรื่องของ Logistic ได้สตางค์คืน Return on Investment ดีที่สุด สำหรับผู้ประกอบการอยากให้เราเข้าไปทำ กระทรวงอุตสาหกรรมเองก็เข้าไปช่วยในเรื่องนี้ เกือบทุกรายสามารถได้ Benefit และการสนับสนุนอื่น ๆ โดยมีแนวทางการดำเนินการหลัก ได้แก่
- การส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะในการเพิ่ม ประสิทธิภาพการผลิตและการบริการด้วยการประยุกต์ใช้ระบบ IoT Data Analytic
- การจัดทำแปลงเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ โดยใช้เทคโนโลยีที่มีความแม่นยำสูง (Precision Agriculture) เทคโนโลยีสมัยใหม่
- การพัฒนา IoT Platform เพื่อบูรณาการการออกแบบ การผลิต และการบริการ ในอุตสาหกรรม Smart Electronics
- การส่งเสริมให้เกิดการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตด้วยการใช้หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ
- การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ สำหรับกิจการผลิต เครื่องจักร และ/หรือ อุปกรณ์อัตโนมัติ (Automation)
- การสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตด้วยการใช้หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ
- การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถที่สอดคล้องกับภาคอุตสาหกรรม หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ System Integrator (SI)
- การจัดทำมาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และการจัดทำระบบฐานข้อมูลเชิงลึก เพื่อสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนา
Green Industry และ BCG Economy เมื่อโลกเปลี่ยนทิศอุตฯ ไทยต้องปรับตาม
ในประเด็นของเรื่อง Green เรื่องความยั่งยืน ดร. ณัฐพลให้ความสำคัญอย่างมาก โดยกล่าวว่ากรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ถ้าไม่มีการดำเนินการ อุตสาหกรรมไทยไม่สามารถมีจุดยืนได้ในสังคมโลก เพราะโลกทั้งใบตอนนี้มันถูกเคลื่อนไปในเรื่องของ Sustainable Growth เรื่องของ Green Industry ถ้าเป็นของที่ราคาถูกอย่างเดียวจะเห็นว่าตอนนี้มันก็เหลือที่เอาเข้ามาถล่มในตลาดได้ จริงๆ ต้องบอกว่าไทยก็เป็นส่วนหนึ่งที่ตอนนี้โดนถล่มตลาดอยู่ ประเทศรอบบ้านเราก็ถูกถล่มตลาดด้วยสินค้าเหล่านี้ แล้วประเทศที่ไม่มีมาตรฐานด้านความยั่งยืนเลยก็จะถูกถล่มตลาดขึ้นมาจริง ๆ
ทุกคนต้องเข้าใจกันเสียก่อนว่าสินค้าราคาถูกนั้นไม่ได้ดีเสมอไป ในความเป็นจริงแล้วสินค้าราคาถูกที่ทำให้เกิดสภาวะแวดล้อมอย่างที่เราจะเห็นเรื่องของของที่เสียมาก ๆ เสียเร็ว ๆ ของมาถูกกับเสียเร็วนั้นกลายเป็นภาระของประเทศในการจะต้องไปกำจัด และหลายครั้งพบว่าถูกเอาไปทิ้งอย่างผิดกฎหมาย เอาไปทิ้งอย่างไม่ถูกต้อง กำจัดไม่ถูกต้อง มันเป็นภาระกับสังคม เพราะฉะนั้นราคาถูกสำหรับประเทศในภาพรวมไม่มีจริง
เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระทรวงอุตสาหกรรมต้องทำก็คือทำให้ภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยเนี่ยมีความเป็นกรีน เมื่อมีความเป็น Sustainable ดูแลสิ่งแวดล้อม ดูแลสังคม ดูแลคนอย่างดี เกิดจากเงื่อนไขในการนำสินค้าเข้าไปในประเทศ ซึ่งมันจะทำให้ทั้งหมดก็จะต้องเปลี่ยนแนวทางในการทำธุรกิจ สิ่งที่เกิดขึ้นก็จะเหมือนประเทศที่พัฒนาแล้วที่ก็สามารถใช้อยู่ในสังคมโลกในกรณีที่ยังถูกนับด้วยสินค้าราคาถูกไปได้อย่างเป็นการดี เพราะว่าการกฎเกณฑ์ภายใน การดูแลเรื่องของกรีน เรื่องของการดูแลสิ่งแวดล้อมที่ดีกับประกอบการที่ดี ยังเป็นไปได้อยู่ แล้วก็สินค้าทั้งหมดที่ทั้งผลิตในประเทศและผลิตจากต่างประเทศก็จะต้องอยู่ในการควบคุม ให้ผู้ประกอบการที่ดีมีต้นทุนต่ำ ผู้ประกอบการที่ประกอบการไม่ถูกต้องก็ต้องมีต้นทุนสูง อันนี้เป็นกติกาที่ทุกโลกก็ใช้กันเพื่อจะทำให้ผู้ประกอบการที่มีความรับผิดชอบสามารถทำธุรกิจต่อไปได้










