บีโอไอเดินหน้าขับเคลื่อนการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ หลังอนุมัติเงินสนับสนุนจากกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวม 48 โครงการ วงเงินกว่า 2,500 ล้านบาท มุ่งสนับสนุนการปรับเปลี่ยนธุรกิจไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ควบคู่กับการพัฒนากำลังคนทักษะสูงรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาและเจรจา ภายใต้กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้อนุมัติโครงการรวม 48 โครงการ ประกอบด้วย 17 โครงการภายใต้มาตรการ Business Transformation และ 31 โครงการภายใต้มาตรการ Skill Bridge
สำหรับมาตรการ Business Transformation ได้อนุมัติวงเงินสนับสนุนรวม 1,033 ล้านบาท ให้แก่ผู้ประกอบการไทย 17 โครงการ ในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น เกษตร อาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ การแพทย์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยเน้นการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาปรับปรุงกระบวนการผลิต อาทิ ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ AI และ Data Analytics เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับสู่โรงงานอัจฉริยะและอุตสาหกรรมสีเขียว
ขณะเดียวกัน มาตรการ Skill Bridge ได้รับการอนุมัติวงเงินสนับสนุนรวม 1,465 ล้านบาท สำหรับ 31 โครงการ เพื่อพัฒนาบุคลากรจำนวน 49,300 คน เมื่อรวมกับโครงการที่ได้รับอนุมัติก่อนหน้า ส่งผลให้มีผู้ได้รับการพัฒนาทักษะรวมแล้วกว่า 66,500 คน
หลักสูตรที่ได้รับการสนับสนุนครอบคลุมสาขาสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น
• ดิจิทัล: หลักสูตรด้านเทคโนโลยี AI, Data Analytics, Cloud Computing และ Cybersecurity
• อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ: หลักสูตรด้านการออกแบบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB Design) และระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ
• ยานยนต์สมัยใหม่: หลักสูตรด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) เทคโนโลยีแบตเตอรี่ และระบบการผลิตสมัยใหม่
• หุ่นยนต์: หลักสูตรด้านหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ระบบอัตโนมัติ และการผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing)
• เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ: หลักสูตรด้านการประยุกต์ใช้ AI และ IoT ในภาคเกษตร เกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) และเทคโนโลยีชีวภาพ
• การแปรรูปอาหารที่มีมูลค่าเพิ่มสูง: หลักสูตรด้านนวัตกรรมอาหาร เทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร และบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ
• การแพทย์: หลักสูตรด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ นวัตกรรมชีวการแพทย์ และการวิเคราะห์ข้อมูล
ด้านสุขภาพ
• อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ: หลักสูตรด้านการวิเคราะห์วัสดุและนาโนขั้นสูง ระบบควบคุมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และอากาศยานไร้คนขับ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังอนุมัติโครงการสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ โดยเป็นการต่อยอดผลงานวิจัยด้าน “คาร์บอนควอนตัมดอท” (Carbon Quantum Dots: CQDs) วัสดุนาโนขั้นสูงที่สามารถเพิ่มคุณสมบัติพิเศษให้กับวัสดุต่าง ๆ และผลิตจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรและอุตสาหกรรม ช่วยเพิ่มมูลค่าทรัพยากรภายในประเทศและสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน
นายนฤตม์ กล่าวว่า บีโอไอไม่ได้มีบทบาทเพียงการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ แต่ยังมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก ผ่านการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนาทักษะแรงงาน เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ AI เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะยาว









