VEGA Instrument
jcc warns scammer grey capital structuralthreat thai economy

กกร. ประสานเสียง สแกมเมอร์–ทุนเทา บ่อนทำลายประเทศ เตือนปล่อยไว้เสี่ยงพังทั้งระบบ

Date Post
15.01.2026
Post Views

ภาคเอกชนไทยส่งสัญญาณเตือนแรง ปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี ไม่ใช่แค่อาชญากรรมไซเบอร์ แต่กำลังกลายเป็น “ภัยเชิงโครงสร้าง” ที่กัดกร่อนเศรษฐกิจ ระบบธรรมาภิบาล และความเชื่อมั่นของประเทศ หากไม่เร่งจัดการอย่างจริงจัง อาจลุกลามจนเศรษฐกิจไทยเสียหายทั้งระบบ

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการ หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวเปิดเวทีเสวนา Zero Corruption: กกร. และกลุ่มเพื่อนไม่ทน “หยุดสแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี” เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญ “สงครามเศรษฐกิจยุคใหม่” ที่ต้องต่อสู้กับอาชญากรไซเบอร์และทุนสีเทา ซึ่งไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะรายบุคคล แต่เป็นกระบวนการยึดรัฐผ่านการฟอกเงินและการใช้นอมินี

ข้อมูลระบุว่า ในปี 2566 เพียงปีเดียว ความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์สูงกว่า 2.5 แสนล้านบาท จากกว่า 2.3 แสนคดี สะท้อนว่าปัญหานี้ได้ขยายตัวเป็นอุตสาหกรรมอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเต็มรูปแบบ

ภาคเอกชนมองว่า สแกมเมอร์และทุนเทาไม่ใช่เพียงปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ แต่คือ “มะเร็งร้ายของคอร์รัปชัน” ที่กำลังกัดกินรากฐานเศรษฐกิจและระบบตลาดของประเทศ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบจับเป็นคดี ๆ ไม่เพียงพอ รัฐบาลหลังการเลือกตั้งจำเป็นต้องมีคำตอบเชิงโครงสร้างและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างเกราะคุ้มกันให้ประชาชน ผู้ประกอบการ และฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ

ทุนเทา–นอมินี บิดเบือนตลาด ทำลาย SME ไทย

กกร. ชี้ว่าปัญหาดังกล่าวสร้างผลกระทบต่อภาคเอกชนไทยอย่างรุนแรงใน 3 มิติหลัก
1. การบิดเบือนกลไกตลาด ทุนเทาใช้ธุรกิจบังหน้าเป็นเครื่องมือฟอกเงิน ไม่ต้องแข่งขันด้านต้นทุนหรือคุณภาพ ทำให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs เสียเปรียบอย่างรุนแรง
2. ภัยนอมินี คือการยึดครองธุรกิจสงวน ผ่านการใช้คนไทยบังหน้าในภาคท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ และค้าปลีก เป็นการแย่งอาชีพ ดูดเงินออกนอกประเทศ และบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนคุณภาพตามมาตรฐาน OECD
3. วิกฤตศรัทธาต่อเศรษฐกิจดิจิทัล ความเสียหายจากสแกมเมอร์กว่า 2.5 หมื่นล้านบาทต่อปี ทำให้ประชาชนหวาดระแวงการทำธุรกรรมออนไลน์ หากขาดความเชื่อมั่น โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่รัฐลงทุนจะไร้ความหมาย และการเติบโตของ Digital Economy จะสะดุด

เสนอ 6 มาตรการเชิงรุก สร้างเกราะเศรษฐกิจไทย

เวทีดังกล่าวยังเสนอ 6 แนวทางเร่งด่วน ได้แก่

  1. ปลูกฝังเอกชนไม่จ่ายใต้โต๊ะ และส่งข้อมูลทุนเทาผ่านเครือข่ายหอการค้า
  2. ผลักดันองค์กรเข้าร่วมแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชัน (CAC)
  3. ประกาศ “10 สินบนที่ไม่ยอมทน” กดดันความโปร่งใสภาครัฐ
  4. เปิดข้อมูลภาครัฐ (Open Data) 25 ชุดตามมาตรฐานสากล
  5. ใช้เทคโนโลยี ACT Ai ตรวจสอบโครงการรัฐ
  6. จัดตั้งระบบร้องเรียน “ฟ้องโกงทันใจ” พร้อมคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส

ด้านนางสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านการเงิน ระบุว่า แก๊งสแกมเมอร์คืออาชญากรรมข้ามชาติและเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง เสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ ปฏิรูปองค์กรอิสระ และบังคับใช้กฎหมายกับข้าราชการ–นักการเมืองที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง

ขณะที่ ดร.มานะ นิมิตรมงคล จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เปิดเผยว่า เศรษฐกิจนอกระบบของไทยมีขนาดใหญ่ถึง 48.7% ของ GDP หรือราว 8–9 ล้านล้านบาท ซึ่งเติบโตจากคอร์รัปชัน พร้อมตั้งข้อสังเกตการส่งออกทองคำไปกัมพูชาที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ และการใช้คริปโตเคอร์เรนซีเป็นช่องทางฟอกเงินของทุนเทา

✦ มุมมองในภาคอุตสาหกรรมของทาง MM Thailand

ปัญหาสแกมเมอร์และทุนเทาไม่ใช่เรื่องความมั่นคงไซเบอร์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นความเสี่ยงเชิงระบบต่อเศรษฐกิจไทย หากปล่อยให้ตลาดถูกบิดเบือน ความเชื่อมั่นต่อธุรกิจดิจิทัลและการลงทุนจะถดถอย ภาคเอกชนจึงส่งสัญญาณชัดว่า รัฐบาลใหม่ต้องยกระดับการแก้ปัญหาจาก “การปราบปรามปลายเหตุ” สู่ “การปฏิรูปโครงสร้าง” เพื่อหยุดวงจรฟอกเงิน นอมินี และคอร์รัปชัน หากทำได้จริง จะไม่เพียงปิดช่องอาชญากรรม แต่ยังเป็นการวางรากฐานความสามารถแข่งขันของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว


ที่มาข่าว : ฐานเศรษฐกิจ

Logo-Company
Logo-Company
Logo-Company
ลงทะเบียนร่วมงาน Automation Expo
ลงทะเบียนร่วมงาน AUTOMATION EXPO