CISCO ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันดิจิทัลสำหรับภาคธุรกิจได้เปิดเผยรายงานของภาคการผลิตในชื่อ ‘2026 State of Industrial AI’ สะท้อนสถานะของภาคการผลิตยุคใหม่ผ่านการเก็บรวบรวมข้อมูลกว่า 350 ราย
การเก็บข้อมูลครั้งนี้เกิดในประเด็นของการปรับใช้ AI ในภาคการผลิต ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างที่ตัดสินใจในประเด็นดังกล่าวจาก 19 ประเทศ โดยมีมูลค่ารายได้อยู่ที่ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าจับตาเกิดขึ้นโดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
ความต้องการระบบเครือข่ายสมัยใหม่สำหรับ AI ในภาคอุตสาหกรรม
ปฏิเสธไม่ได้ว่า AI นั้นเป็นที่ต้องการอย่างมากในภาคการผลิต โดยมีประเด็นสำคัญในการเปิดศักยภาพการใช้งานอยู่ที่โครงสร้างพื้นฐานโดยประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่
- 56% ของผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นว่าการเชื่อมต่อไร้สายที่ไร้ประสิทธิภาพซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งรบกวนการผลิต
- 96% ให้ความเห็นว่าการเชื่อมต่อไร้สายนั้นมีความจำเป็นอย่างมากต่อความสำเร็จของ AI
- 3 ความต้องการด้านเครือข่ายในการใช้งาน AI ให้ได้ตามความต้องการ ได้แก่ การเชื่อมต่อที่เชื่อถือได้, การประมวลผล EDGE และ Bandwidth
จากการเก็บข้อมูลพบว่าความพร้อมของเครือข่ายนั้นเป็นตัวกำหนดความสำเร็จในการใช้ AI เพราะข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นกำแพงสำคัญสำหรับความสามารถในการต่อยอดขยายผลการใช้งาน
เมื่อความปลอดภัยทางไซเบอร์กลายเป็นทั้งกำแพงและสินทรัพย์อันดับ 1 ในเวลาเดียวกัน
การขยายตัวของ AI นั้นนำมาซึ่งความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นในด้านช่องโหว่ หรือในฐานะเครื่องมือที่นำมาใช้ในการจู่โจมระบบการผลิตที่มีอยู่ โดยมีประเด็นหลักจากการศึกษาข้อมูลที่ต้องจับตา ได้แก่
- 40% ของผู้ร่วมตอบแบบสอบถามให้ความเห็นว่าความกังวลด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์นั้นเป็นกำแพงหลักในการปรับใช้ AI
- 46% ให้ความเห็นว่าความปลอดภัยนั้นเป็นความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของกระบวนการทำงานที่มี AI มาเกี่ยวข้อง
- 81% คาดหวังว่า AI จะเพิ่มความสามารถในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
แม้ในวันนี้ความเห็นส่วนใหญ่ที่มีต่อช่องว่างด้านความปลอดภัยจะเป็นตัวจำกัด การขยับขยายของ AI แต่ในขณะเดียวกันเหล่าผู้ผลิตก็มองว่า AI เป็นเครื่องมือในการเสริมแกร่งการตรวจจับ, การติดตามข้อมูล และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการทำงานด้วยในเวลาเดียวกัน
ความร่วมมือระหว่าง IT และ OT เป็นสิ่งสำคัญในการใช้งาน AI อย่างมีนัยสำคัญ
การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างทีม IT และ OT จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลลัพธ์ของ AI โดยมีประเด็นที่น่าจับตา ได้แก่
- 43% ขององค์กรการผลิตแสดงให้เห็นว่ามีความร่วมมือระหว่าง IT และ OT กันเพียงเล็กน้อยจนถึงไม่มีเลย
- 34% ให้ความเห็นว่าการที่ทีม IT และ OT นั้นไม่ร่วมมือกันกลายเป็นความท้าทายหลักที่เป็นข้อจำกัดด้านกระบวนการใช้งาน AI
- 28% ให้ความเห็นว่าความเชี่ยวชาญในด้าน OT เป็นประเด็นสำคัญสำหรับการขยายการใช้งาน AI
การที่ทีมทำงานแยกกันทำให้การติดตั้งใช้งาน AI เกิดความล่าช้าและเกิดความเสี่ยงในการปฏิบัติงาน ในทางกลับกันการทำงานร่วมกันของ IT และ OT เพิ่มความสามารถด้าน Scalability, ความเสถียร และความปลอดภัย
เมื่อ ‘ข้อมูลเป็นแกนกลาง’ ถึงเวลา IT และ OT ร่วมมือกันในการผลิตยุค AI
ในประเด็นของความร่วมมือระหว่าง IT และ OT นั้นถูกหยิบยกขึ้นมาพูดกันอย่างต่อเนื่องยาวนาน แม้จะเป็นในตลาดการผลิตของประเทศไทยเองก็ตาม ข้อมูลจาก NECTEC เผยให้เห็นว่าปัญหาความร่วมมือระหว่างทีม IT และ OT นั้นเป็นกำแพงสำคัญในการก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 เช่นกัน
สิ่งที่แผนก IT และ OT นั้นใช้งานร่วมกัน คือ ‘ข้อมูล’ ที่สามารถแบ่งปันและ Optimize กระบวนการได้ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีหากมีบริบทกำหนดกรอบที่ชัดเจนในการทำงาน และสามารถลดปัญหาที่เกิดจากการมองตามมุมความเชี่ยวชาญของตัวเองเป็นหลัก ผ่านบริบทร่วมที่จับต้องได้
หากโรงงานในประเทศไทยต้องการมุ่งหน้าไปยังการผลิตยุค AI ก้าวแรกที่ต้องมี คือ ข้อมูล ซึ่งการได้มาซึ่งข้อมูลและศักยภาพในการประมวลผลข้อมูลนั้นประเด็นของศักยภาพด้านเครือข่ายจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการใช้งานได้จริง ซึ่งจะสอดคล้องไปกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นด้วยในเวลาเดียวกัน
ที่มา:
Cisco










