กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย – บริษัท เอเวอร์สลีฟ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (Eversleeve Enterprise Co., Ltd.) ผู้ผลิตเครื่องติดฉลากแบบฟิล์มหด (Shrink Sleeve Labeling) และระบบบรรจุภัณฑ์ครบวงจรชั้นนำระดับโลกจากไต้หวัน เข้าร่วมจัดแสดงนวัตกรรมภายใน Taiwan Pavilion ณ PROPAK ASIA 2026 งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีด้านกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย โดยนำเสนอเทคโนโลยีการติดฉลากประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์บรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนภาคการผลิตสู่ระบบอัตโนมัติแห่งอนาคต
ภายในงาน เอเวอร์สลีฟ ได้นำเสนอเทคโนโลยีการติดฉลากแบบฟิล์มหดและระบบบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติรุ่นใหม่ ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในกระบวนการผลิต ลดการสูญเสียวัสดุ และรองรับสายการผลิตความเร็วสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังเร่งยกระดับสู่โลกอุตสาหกรรมยุคใหม่
จากจุดเริ่มต้นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการติดฉลาก เอเวอร์สลีฟ ได้สั่งสมองค์ความรู้และประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง จนก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรอัจฉริยะที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้วยการลงทุนด้านการวิจัยและการไม่หยุดพัฒนา ส่งผลให้เอเวอร์สลีฟ สามารถสร้างสรรค์โซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้อย่างครอบคลุม ทั้งอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เวชภัณฑ์และยา เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล และเคมีภัณฑ์สำหรับครัวเรือน
ปัจจุบัน บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์และโซลูชันด้านการติดฉลากและบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการผลิต ตั้งแต่เครื่องติดฉลากแบบฟิล์มหดอัตโนมัติ (Automatic Shrink Sleeve Labeling Machine) อุโมงค์หดฟิล์มด้วยไอน้ำและระบบความร้อนไฟฟ้า (Steam & Electric Heat Shrink Tunnel) ระบบสายพานลำเลียงที่ออกแบบเฉพาะสำหรับแต่ละโรงงาน ไปจนถึงสายการผลิตแบบครบวงจร (Turnkey Production Line) ที่สามารถเชื่อมต่อการทำงานได้อย่างไร้รอยต่อ
นอกเหนือจากการพัฒนาเครื่องจักรและระบบการผลิตที่ทันสมัยแล้ว เอเวอร์สลีฟ ยังให้บริการหลังการขาย การบำรุงรักษา และการสนับสนุนด้านเทคนิคอย่างครบวงจร เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถรักษาประสิทธิภาพการผลิต เสริมเสถียรของระบบ และสร้างความต่อเนื่องในการดำเนินงานได้ในระยะยาว
“ที่เอเวอร์สลีฟ เรามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีการติดฉลากที่มีความแม่นยำสูงและตอบโจทย์การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มศักยภาพการผลิต เสริมความแข็งแกร่งในการดำเนินงาน และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นางแนนซี ซู (Nancy Hsu) โฆษกของเอเวอร์สลีฟ กล่าว

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการเปิดตัวระบบ Auto Splicer และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อสายการผลิตอัจฉริยะ (Smart Factory Integration) รุ่นล่าสุด ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มและผู้บริหารสายการผลิตเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถลดระยะเวลาหยุดชะงักของเครื่องจักร เพิ่มความต่อเนื่องในการผลิต และช่วยเพิ่มประสิทธิผลของกระบวนการบรรจุภัณฑ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ไม่เพียงแค่นั้น เอเวอร์สลีฟ ยังนำเสนอโซลูชันที่รองรับแนวคิดอุตสาหกรรม 4.0 ที่สามารถตรวจสอบและวิเคราะห์สถานะเครื่องจักรจากระยะไกล รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลการผลิตแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถมองเห็นภาพรวมการดำเนินงานอย่างครอบคลุม เพิ่มเสถียรภาพให้กระบวนการผลิต และสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจด้วยข้อมูลที่เชื่อถือได้
แน่นอนว่า โจทย์เรื่องความยั่งยืนยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมของเอเวอร์สลีฟ โดยบริษัทฯ ได้นำเสนอเทคโนโลยีการติดฉลากด้วยฟิล์มบางพิเศษ (Ultra-Thin Film Application Technology) ที่รองรับการใช้งานวัสดุฟิล์มหดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความบางเพียง 20 ไมครอน โดยยังคงรักษาความแม่นยำในการทำงานบนสายการผลิตความเร็วสูงได้อย่างดีเยี่ยม นวัตกรรมดังกล่าวช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดการใช้พลาสติกในกระบวนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสนับสนุนการผลิตที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนในอนาคต

ต่อยอดจากแนวคิดดังกล่าว บริษัทฯ ยังได้พัฒนาอุโมงค์หดฟิล์ม (Shrink Tunnel) รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมระบบฉนวนกันความร้อนประสิทธิภาพสูง ซึ่งสามารถลดการใช้พลังงานได้สูงสุดถึง 50% เมื่อเทียบกับระบบแบบดั้งเดิม ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานควบคู่ไปกับการลดการปล่อยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกัน เอเวอร์สลีฟยังทำงานร่วมกับผู้ผลิตฟิล์มบรรจุภัณฑ์อย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาและเพิ่มคุณภาพการใช้งานวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น พลาสติกรีไซเคิลหลังการใช้งาน (Post-Consumer Recycled: PCR) และวัสดุฟิล์มหดที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ ช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์สู่แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการเติบโตในระยะยาว
สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยยังคงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของ เอเวอร์สลีฟ ด้วยศักยภาพอันแข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรม และการสนับสนุนการลงทุนภายใต้แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ-หมุนเวียน-สีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG Economy Model) ของภาครัฐ ขณะที่ผู้ประกอบการก็ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานมากขึ้น ความต้องการเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและโซลูชันการผลิตขั้นสูงจึงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ช่วยลดการใช้พลังงาน ลดการสูญเสียวัสดุในกระบวนการผลิต และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากล

การร่วมเป็นส่วนหนึ่งภายใน Taiwan Pavilion ณ PROPAK ASIA 2026 ในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Eversleeve ในการขับเคลื่อนแนวคิด “Greening the Production Line” ผ่านเทคโนโลยีการติดฉลากและบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำศักยภาพของไต้หวันในฐานะผู้นำด้านวิศวกรรมและการผลิตอัจฉริยะ ที่พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้สามารถยกระดับกระบวนการผลิต ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเตรียมความพร้อมสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
เกี่ยวกับบริษัท เอเวอร์สลีฟ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (Eversleeve Enterprise Co., Ltd.)
เอเวอร์สลีฟ เป็นผู้ผลิตครื่องจักรติดฉลากแบบฟิล์มหด (Shrink Sleeve Labeling) และโซลูชันบรรจุภัณฑ์ครบวงจรจากไต้หวัน ที่ให้บริการแก่หลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม เวชภัณฑ์และยา เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ของใช้ดูแลร่างกายส่วนบุคคล และเคมีภัณฑ์สำหรับครัวเรือน
ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ผสานความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมความแม่นยำสูงและการสร้างสรรค์เทคโนโลยีการผลิตที่คำนึงถึงความยั่งยืน ทำให้ เอเวอร์สลีฟ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติอัจฉริยะที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตภาคอุตสาหกรรม เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน และเสริมศักยภาพด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้ประกอบการทั่วโลก เพื่อรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับสากล
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.esleeve.com.tw










