ประเทศจีนได้แบ่งกลุ่มโรงงานอัจฉริยะออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ โรงงานอัจฉริยะระดับต้น, โรงงานอัจฉริยะที่ทันสมัย, โรงงานอัจฉริยะระดับยอดเยี่ยม และโรงงานอัจฉริยะที่เป็นผู้นำ-แบบอย่าง โดยมีจำนวนรวมกันกว่า 43,000 โรง
การจัดกลุ่มเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อสร้างโปรแกรม Leading Smart Factory Cultivation ซึ่งมีเป้าหมายในการนำทางผู้ผลิตจากการเชื่อมต่อในยุคดิจิทัลไปยังระบบอัตโนมัติในระดับที่สูงยิ่งขึ้น รวมถึงการผลิตอัจฉริยะ ซึ่งข้อมูลเปิดเผยว่าโรงงานที่เข้าร่วมมีอัตราการผลิตของเสียลดลงเฉลี่ย 47% และลดระยะเวลาพัฒนาเฉลี่ย 38%
การใข้งาน AI ถูกนำเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการประเมินต่างๆ สำหรับโรงงานที่มีความเป็นเลิศและโรงงานชั้นนำ
เทคโนโลยีอย่าง AI Agent ในภาคอุตสาหกรรมกลายเป็นเทคโนโลยีที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วผ่านการเชื่อมต่องานออกแบบ, การวางแผน, การจัดซื้อ, ซัพพลายเชน, การผลิต และการเงินเข้าด้วยกัน และซอฟต์แวร์อย่าง AI ช่วยลดระยะเวลาในการทำงานได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานกับชุดข้อมูลคุณภาพสูงในภาคการผลิต
ยกตัวอย่ากรณีโรงงานระดับยอดเยี่ยมที่มีการบูรณาการแพลตฟอร์มดิจิทัลเชื่อมต่อการจำลอง, การผลิต, การวางแผน, การจัดการ และการติดตามข้อมูล โดยมีรายงานว่าลดเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ 21% และเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภาพการผลิตได้กว่า 40%
ที่มา:
Carnewschina











