MMThailand ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมด้านความยั่งยืนที่โดดเด่นที่สุดของไทยงานหนึ่ง Earth Jump 2026 ซึ่งจัดขึ้นโดยธนาคารกสิกรไทยระหว่างวันที่ 9 และ 10 มิถุนายน 2569 ณ พารากอนฮอลล์ โดยได้มีการเก็บตัวอย่างข้อมูลที่น่าสนใจในประเด็นของความยั่งยืนสำหรับภาคธุรกิจจากผู้เข้าร่วมงาน พบ 5 ประเด็นที่น่าสนใจที่สะท้อนส่วนหนึ่งของภาพอุตสาหกรรมไทยในปัจจุบัน
ผู้ประกอบการไทยคิดอย่างไรและยืนอยู่ตรงมุมไหนของความยั่งยืนปี 2026?
การเก็บข้อมูลที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นั้นเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมภายในงาน Earth Jump 2026 ที่เป็นกลุ่มของผู้บริหารระดับสูง และผู้จัดการระดับกลางในธุรกิจจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจตั้งแต่การเงิน, พลังงาน, สื่อ, ภาคการศึกษา และโรงแรม ซึ่งเป็นผู้ที่ตัดสินใจและมีส่วนร่วมในประเด็นของความยั่งยืนจริง จึงสะท้อนภาพความหลากหลายของความยั่งยืนในประเทศไทยผ่านภาพกว้างที่เกิดขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 5 ประเด็นคำถามสำคัญ ดังนี้
1. ภาคธุรกิจไทยส่วนใหญ่กำลังอยู่ในช่วงทำความเข้าใจด้านความยั่งยืน
การทำธุรกิจบนพื้นฐานของความยั่งยืนเป็นกลไกที่สำคัญในการแข่งขันของธุรกิจอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ด้วยเงื่อนไขและบริบทของประเทศไทยทำให้ธุรกิจส่วนใหญ่กำลังอยู่ในช่วงทำความเข้าใจและยังไม่มีนโยบายชัดเจนมากถึง 44.64% จากกลุ่มผู้ร่วมตอบแบบสอบถามทั้งหมด ในขณะที่กลุ่มของธุรกิจที่เริ่มลงมือทำบางส่วน เช่น การใช้ LED หรือการแยกขยะ มีสัดส่วนที่ 24.62% และธุรกิจที่ขับเคลื่อนเต็มรูปแบบ มีเป้าหมายชัดเจน ซึ่งอยู่ในช่วงปรับปรุงกระบวนการและซัพพลายเชนมีสัดส่วน 23.08%
แต่หากมองถึงธุรกิจที่บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนแล้ว และเกิดการบังคับใช้กับคู่ค้า ในประเทศไทยเรียกได้ว่ามีสัดส่วนน้อยมาก โดยอยู่ที่ 4.62% ซึ่งทิ้งห่างกับกลุ่มที่ 3 ที่มีการขับเคลื่อนเต็มรูปแบบค่อนข้างมาก โดยมีการให้ความเห็นอื่นๆ เพิ่มเติมเพียง 3.08%
2. ‘ความต้องการลดต้นทุน’ ปัจจัยหลักขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน
แนวทางในการขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืนนั้นสามารถเกิดขึ้นได้หลากหลายรูปแบบ โดยปัจจัยหลักสำหรับผู้ประกอบการไทย คือ ปัจจัยด้านการลดต้นทุนที่เป็นค่าใช้จ่ายระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นพลังงานหรือวัตถุดิบ (40.00%)
แต่หากพิจารณาในเรื่องของการสร้างความสามารถใหม่ๆ เช่น การดึงดูดคนรุ่นใหม่หรือแหล่งทุนสีเขียวแล้วจะพบว่ามีสัดส่วนมากถึง 21.54% และการปรับเปลี่ยนเพราะแรงกดดันจากกฎหมาย-ข้อบังคับ เช่น CBAM นั้นมีสัดส่วนอยู่ที่ 18.46% เท่านั้น
สำหรับกรณีของแรงกดดันจากคู่ค้าหรือผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้ธุรกิจเกิดความโปร่งใสนั้นมีเพียง 12.31% เท่านั้น และอื่นๆ มีเพียง 7.69%
3. ‘ความคุ้มค่าในการลงทุน’ กำแพงสำคัญสำหรับการลงทุนด้านความยั่งยืน
ความท้าทายสำคัญที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านหรือขับเคลื่อนความยั่งยืนประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมนั้น ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ 35.38% ให้ความเห็นว่าประเด็นของงบประมาณและความคุ้มค่านั้นทำได้ยาก ไม่ว่าจะมูลค่าการลงทุนที่สูงและ ROI ที่จับต้องได้ยาก
สำหรับประเด็นต่อมานั้นเป็นเรื่องของ ‘คน’ ในองค์กรที่ปรับชุดความคิดยาก คิดเป็น 32.31% ตามมาด้วยการจัดเก็บข้อมูลที่ต้องให้ความสำคัญกับความถูกต้องและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้คิดเป็น 16.92%
และหนึ่งในปัญหายอดฮิตสำหรับธุรกิจไทย คือ ปัญหาด้านโครงสร้างเดิมที่สามารถปรับแต่งได้ยาก ไร้ความยืดหยุ่น ทำให้การปรับตามนโยบายเสีเขียวต้องเจอกับกำแพงอันสูงตระหง่านคิดเป็น 13.85% ในขณะที่การไม่ได้รับความร่วมมือจากคู่ค้าด้วยขนาดของธุรกิจที่เป็น SME มีเพียง 1.54%
4. เครื่องมือพื้นฐานดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนถูกนำมาใช้ในธุรกิจเพียง 33.85%
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบัน เทคโนโลยีดิจิทัลทั้งหลายมีส่วนสำคัญอย่างมากในการลดต้นทุน และขับเคลื่อนให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งประเด็นพื้นฐานที่สุด คือ ลดการใช้กระดาษซึ่งจะส่งผลต่การใช้ทรัพยากรและการจัดเก็บด้วยในเวลาเดียวกัน โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ร่วมตอบคำถามเพียง 33.85% เท่านั้นที่เริ่มใช้เครื่องมือดิจิทัลพื้นฐานในการ เช่น Excel หรือ Spreadsheet สำหรับงานเอกสาร
ที่น่าแปลกใจสำหรับงาน Earth Jump 2026 คือ การมีสัดส่วนธุรกิจมากถึง 27.69% ที่ไม่ได้ใช้เครื่องมือดิจิทัลใดๆ เพื่อขับเคลื่อนให้ธุรกิจเกิดความยั่งยืนเลย ในขณะที่มีธุรกิจมากถึง 20.00% ที่โฟกัสและเริ่มใช้งานซอฟต์แวร์เฉพาะด้านในความยั่งยืน เช่น การตรวจวัดคาร์บอนหรือการบริหารจัดการพลังงาน
สำหรับกรณีของการใช้ AI เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูลหรือบริหารจัดการวางแผนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว พบว่ามีธุรกิจมากถึง 18.46%
5. การเดินทางของความยั่งยืนในภาคธุรกิจไทย ‘ลดพลังงานและต้นทุน’ ยังคงเป็นปัจจัยหลักในช่วง 2 ปีนับจากนี้
สำหรับแนวโน้มในการลงทุนเพิ่มเติมสำหรับหน่วยงานหรือธุรกิจต่างๆ ในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปีนับจากวันนี้ ธุรกิจส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับการลงทุนด้านการลดพลังงานและการลดต้นทุนซึ่งเกี่ยวเนื่องไปถึงการลดคาร์บอนที่เกิดขึ้นมากถึง 44.62% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่เข้าร่วมกิจกรรม
ในขณะเดียวกันประเด็นของการเพิ่มทักษะและการพัฒนาก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ถูกให้ความสำคัญในลำดับถัดมาที่ 24.62% ซึ่งเป็นการทิ้งห่างกับลำดับแรกกว่าเท่าตัว แต่หากหันกลับมาพิจารณาด้านการลงทุนเทคโนโลยี เช่น AI หรือการผลิตอัจฉริยะที่จะเพิ่มผลิตภาพการทำงานได้ พบว่ามีสัดส่วนอยู่ที่ 20.00%
หากพิจารณาลงในประเด็นของการพัฒนาขีดความสามารถของซัพพลายเชนให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งจะครอบคลุมไปยังคู่ค้าอีกมากพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 10.77% เท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้
ทุกคนรับรู้เรื่องความยั่งยืน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ ‘เข้าใจ’ ใน ‘วิสัยทัศน์’ ที่เป็นแกนหลัก
จากแบบสอบถามและการได้พูดคุยกับผู้เข้าร่วมงาน Earth Jump 2026 สะท้อนภาพของความตื่นตัวในด้านความยั่งยืนของธุรกิจไทยได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งต้องยอมรับว่ากลุ่มผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่อาจไม่ใช่ภาคการผลิตที่มักมีนโยบายด้านความยั่งยืนกำกับอยู่แล้วในมิติใดมิติหนึ่ง
สิ่งที่สามารถยืนยันได้ คือ ประเด็นด้านความยั่งยืนนั้นเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปในหมู่ผู้ทำธุรกิจในยุคปัจจุบันส่วนใหญ่ และสิ่งที่ผู้ประกอบการหรือธุรกิจให้ค่าด้านความยั่งยืนยังคงเป็นเรื่องของพลังงาน เรียกว่าความเข้าใจว่า ‘พลังงาน = ความยั่งยืน’ ถือเป็นกลุ่มประชากรหลักเลยก็ไม่ผิดนัก แม้ภายในงานจะมีเรื่อง ESG ที่ครบมิติแต่ก็ต้องยอมรับว่าการวัดผลเรื่องของ E หรือสิ่งแวดล้อมนั้นจับต้องได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจวัดด้านพลังงานที่สนับสนุนให้เกิดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พลังงานจึงเกี่ยวข้องกับต้นทุนอย่างแน่นแฟ้นและเห็นผลง่าย
ในทางกลับกันประเด็นด้านความยั่งยืนที่เริ่มได้แทบจะในทันทีและมีต้นทุนที่ค่อนข้างต่ำ คือ ‘เรื่องคน’ เรื่องการพัฒนาทักษะและการออกแบบวัฒนธรรมองค์กรให้สอดรับกับแนวคิดด้านความยั่งยืน ซึ่งจะเป็นการยกเครื่ององค์กรสู่ความยั่งยืนได้ในระดับฐานราก การที่ทุกคนเข้าใจในวิสัยทัศน์และผลประโยชน์จากความยั่งยืนร่วมกัน การทำ GX หรือ Green Transformation จึงเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มที่การลงทุนมูลค่าสูงก่อน
ข้อมูลทั้ง 5 ประเด็นชี้ไปทางเดียวกัน ธุรกิจไทยส่วนใหญ่ยังอยู่ในโหมด ‘เข้าใจแต่ยังไม่เริ่ม’ ขับเคลื่อนด้วยต้นทุน ติดขัดที่ ROI และมองข้ามสิ่งที่ถูกที่สุดในกระบวนการทั้งหมด นั่นคือคนและวัฒนธรรมองค์กร แล้วธุรกิจของคุณกำลังรออะไรอยู่ หากนาฬิกาเริ่มนับถอยหลังแล้วในวันนี้











