รัฐบาลเดินหน้ารุกดึงการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล นำคณะผู้บริหารเศรษฐกิจไทยหารือกับ 4 บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีน ได้แก่ Xiaomi, ChangAn Automobile, InnoLight Technology และ Eoptolink Technology ระหว่างการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เทคโนโลยี AIoT การวิจัยและพัฒนา (R&D) และอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์ รองรับการเติบโตของ AI Data Center และห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีขั้นสูง
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า การหารือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างไทยและจีน พร้อมเชื่อมโยงประเทศไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ผ่านการดึงดูดกิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ทั้งการผลิต การวิจัยและพัฒนา และการพัฒนาบุคลากร
ชวน Xiaomi ปักหมุดไทยเป็นฐานผลิต EV และศูนย์ R&D
Xiaomi Corporation เป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 3 ของโลก ครองส่วนแบ่งตลาดกว่าร้อยละ 13 รองจาก Apple และ Samsung นอกจากนี้ ยังเป็นผู้พัฒนาอุปกรณ์ AIoT (Artificial Intelligence of Things) อุปกรณ์อัจฉริยะ และยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก
โดยบริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะแล้วกว่า 5 แสนล้านบาท ใน 5 ปีที่ผ่านมา และมีแผนการลงทุนทั่วโลกเพิ่มอีกกว่า 1 ล้านล้านบาทใน 5 ปีข้างหน้า เพื่อสร้างระบบอัตโนมัติที่เชื่อมต่อระบบอัจฉริยะที่ใช้กับคน รถยนต์ และเครื่องใช้ในบ้าน (Human x Car x Home) ปัจจุบัน Xiaomi ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) เพื่อให้ไทยเป็นฐานสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัทในเครือในภูมิภาคอาเซียน
ในการหารือครั้งนี้ นายกฯ ได้เชิญชวนให้บริษัทฯ พิจารณาขยายการลงทุนผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยได้นำเสนอศักยภาพของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและศูนย์วิจัยและพัฒนาสำหรับภูมิภาค และยืนยันความพร้อมของภาครัฐในการสนับสนุนการลงทุนผ่านกลไก Thailand FastPass มาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การจัดหาพลังงานสะอาด และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในประเทศ รวมถึงการผลักดันการเจรจา FTA ไทย-อียู ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ เพื่อขยายตลาดส่งออกและรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ChangAn เดินหน้าขยายกำลังผลิต EV พร้อมตั้งสำนักงานใหญ่ภูมิภาค
ด้าน ChangAn Automobile ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 4 ของจีนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 160 ปี ปัจจุบันผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในกว่า 115 ประเทศ ภายใต้แบรนด์ DEEPAL, AVATR และ NEVO ยืนยันแผนขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง หลังเลือกไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาแห่งแรกนอกประเทศจีน ด้วยมูลค่าลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท
บริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตจาก 100,000 คันต่อปี เป็น 200,000 คันภายในปี 2573 พร้อมจัดตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค ศูนย์วิจัยและพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า และเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย เพื่อยกระดับ Local Supply Chain ให้แข็งแกร่งมากขึ้น
รัฐบาลยังได้เชิญชวน ChangAn พิจารณาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อขยายการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
ดึงผู้นำโฟโตนิกส์โลก รองรับการเติบโตของ AI Data Center
อีกประเด็นสำคัญคือการหารือกับ InnoLight Technology และ Eoptolink Technology สองผู้ผลิตอุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสงความเร็วสูง (Optical Transceiver) ระดับโลก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหลักสำหรับ AI Data Center ระบบ Cloud และโครงข่ายโทรคมนาคมความเร็วสูง
InnoLight ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดโลกอันดับ 1 ได้ลงทุนในประเทศไทยแล้วกว่า 35,800 ล้านบาท ผ่านบริษัท เทราฮอป (ไทยแลนด์) จำกัด มีฐานการผลิตในจังหวัดสระบุรีและพระนครศรีอยุธยา พร้อมจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 12,000 คน และเตรียมเพิ่มเป็น 20,000 คน ภายในปีนี้ รวมถึงมีแผนสร้างโรงงานแห่งที่ 3 เพื่อรองรับความต้องการของตลาด AI Data Center ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
บริษัทระบุว่าประเทศไทยมีจุดแข็งด้านระบบนิเวศอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซัพพลายเชนที่ครบวงจร และศักยภาพในการรองรับการกระจายฐานการผลิตจากลูกค้าระดับโลก เช่น Google, NVIDIA, Meta และ Amazon
รัฐบาลยังได้เชิญชวนให้ InnoLight เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมยืนยันการสนับสนุนกระบวนการ Fast Track เพื่ออำนวยความสะดวกแก่บริษัท
Eoptolink เล็งขยายโรงงาน รับดีมานด์ AI และ Cloud
ด้าน Eoptolink Technology ผู้ผลิต Optical Transceiver อันดับ 2 ของโลก โดยผลิตป้อนให้กับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก อาทิ Google, Microsoft และ Amazon บริษัทได้เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตแห่งแรกนอกประเทศจีน ปัจจุบันลงทุนในจังหวัดชลบุรีและระยองรวมกว่า 10,000 ล้านบาท และจ้างงานบุคลากรไทยมากกว่า 9,000 คน
บริษัทมีแผนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการจากตลาด AI และ Cloud Data Center ทั่วโลก โดยระบุว่าประเทศไทยมีซัพพลายเชนที่สมบูรณ์ บุคลากรคุณภาพ และสภาพแวดล้อมการดำเนินธุรกิจที่เหมาะสมต่อการลงทุนระยะยาว
รัฐบาลยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนการขยายการลงทุน เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่ศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค
“บริษัทชั้นนำเหล่านี้เป็นผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกที่ทำธุรกิจกับบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Google, Microsoft, NVIDIA และ Amazon สิ่งที่ประเทศไทยต้องการดึงเข้ามาจึงไม่ใช่เพียงฐานการผลิตเท่านั้น แต่รวมถึงกิจกรรมมูลค่าสูงอย่างการวิจัยและพัฒนา (R&D) และการพัฒนาบุคลากรไทย การที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาพบหารือกับผู้บริหารระดับสูงด้วยตนเอง ช่วยยกระดับความสัมพันธ์และสร้างความเชื่อมั่นให้บริษัทตัดสินใจนำเทคโนโลยีและการวิจัยและพัฒนามาไว้ในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างงานคุณภาพสูงให้คนไทยอย่างยั่งยืน” นายนฤตม์ กล่าว








